เห็นชอบปล่อยกู้ให้ สปป.ลาว ใช้ในการก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง批准向老挝提供贷款,用于修建清曼-琅勃拉邦大桥。
ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน หรือ ปล่อยกู้แก่รัฐบาล สปป.ลาว ในการก่อสร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน หรือ ปล่อยกู้แก่รัฐบาล สปป.ลาว ในการก่อสร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง
วันที่ 8 กันยายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง สปป.ลาว (โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
1. อนุมัติให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ดำเนินการตามขอบเขตของโครงการ แหล่งที่มาของเงินทุน รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขทางการเงินสำหรับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ จำนวน 1,783,671,500 บาท
2. อนุมัติให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเป็นรายปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 - 2574 รวมระยะเวลา 4 ปี ในอัตราร้อยละ 50 ในส่วนของเงินกู้ จำนวน 891,835,750 บาท
3. เห็นชอบแนวทางการกู้เงินของ สพพ. จากสถาบันการเงินภายในประเทศ จำนวน 891,835,750 บาท ตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด
4. กรณี สปป.ลาว ผิดนัดชำระหนี้ สพพ. จะพิจารณาใช้เงินสะสมของ สพพ. เพื่อชำระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากเงินกู้จากสถาบันการเงินภายในประเทศไปก่อน ทั้งนี้ หาก สพพ. เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องจะขอรับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเมื่อ สพพ. สามารถเรียกเก็บหนี้ได้จะนำเงินดังกล่าวส่งคืนคลังต่อไป
5. มอบหมายให้ผู้อำนวยการ สพพ. ลงนามในสัญญาการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการดังกล่าวแก่ สปป.ลาว แล้ว
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับมีดังนี้
1. การก่อสร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการให้ความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (Connectivity) ซึ่งจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
2. ผลประโยชน์ด้านการค้าชายแดนระหว่างไทยและ สปป. ลาว สามารถขยายโอกาสด้านการค้าระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากลดระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองทั้งสองได้อย่างน้อย 30-45 นาที ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกัน ทำได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยจากการข้ามแม่น้ำ
3. จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวในจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบางผ่านจังหวัดน่านโดยใช้เส้นทางเมืองหงสา - เมืองจอมเพชร - บ้านเชียงแมน และใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงของโครงการแทนการใช้แพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงระยะเวลาท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวของไทยคนละ 4,500 บาท ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีแรก คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ 80,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท
4. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค.
内阁会议批准向老挝人民民主共和国政府提供财政援助或贷款,用于修建清曼-琅勃拉邦大桥。
2026年9月8日,总理办公室副发言人普洛莱·拉克什米桑昌女士透露,内阁已批准向老挝人民民主共和国政府提供财政援助,用于建设老挝清曼-琅勃拉邦大桥(清曼大桥项目),该项目由财政部提出,具体如下:
1. 批准与邻国经济合作办公室(公共组织)按照项目范围、资金来源、形式、方法和财务条件,向老挝人民民主共和国提供1,783,671,500泰铢的财政援助,用于清曼大桥项目的建设费用。
2. 批准预算局从 2028 财年至 2031 财年,共计 4 年,按贷款金额的 50% 拨付年度预算,总额为 891,835,750 泰铢。
3. 批准国家经济和社会发展委员会(NESDC)办公室按照规定的格式和条件从国内金融机构借款 891,835,750 泰铢的计划。
4. 若老挝未能按时偿还贷款,中小企业基金将考虑动用其积累的资金偿还国内金融机构贷款的本金和利息。然而,若中小企业基金出现流动性问题,将向政府申请预算拨款以补充其流动性。一旦中小企业基金收回欠款,资金将返还国库。
5. 一旦内阁批准向老挝人民民主共和国提供项目财政援助,就指派国家经济和社会发展委员会(NESDC)主任与老挝人民民主共和国签署财政援助协议。
其好处如下:
1. 清曼-琅勃拉邦大桥的建设符合泰国优先发展与邻国互联互通的战略,这将促进湄公河次区域的经济合作。
2. 泰国和老挝之间的跨境贸易可以扩大楠府和琅勃拉邦之间的贸易机会,因为它至少可以缩短两地之间的旅行时间30-45分钟。这使得两国之间的货物运输更加便捷、安全,无需过河。
3. 楠府的游客数量和旅游收入均有所增长。此前,泰国游客前往琅勃拉邦时,需途经楠府,走洪沙-宗佩-班清曼路线,并使用湄公河大桥项目代替轮渡,行程为3天2晚。通过泰国旅行社预订的行程费用为每人4500泰铢。预计未来五年,楠府的游客数量将平均每年增加8万人次,旅游收入平均每年增加3.6亿泰铢。
4. 加强泰国和老挝之间的良好关系,并在区域层面展示可持续合作。