← 返回新闻首页
泰国主流

เร่งเครื่อง AI ดันเศรษฐกิจ จับตากฎหมายใหม่หวั่นกติกาเข้มฉุดธุรกิจ

เร่งเครื่อง AI ดันเศรษฐกิจ 1.62 แสนล้าน โจทย์ใหญ่อยู่ที่การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ยกระดับการใช้ AI ในภาคธุรกิจ วางกติกาที่สร้างความเชื่อมั่นโดยไม่กลายเป็นกำแพงขวางการลงทุน

Thairath查看原文 ↗
เร่งเครื่อง AI ดันเศรษฐกิจ จับตากฎหมายใหม่หวั่นกติกาเข้มฉุดธุรกิจ
เร่งเครื่อง AI ดันเศรษฐกิจ จับตากฎหมายใหม่หวั่นกติกาเข้มฉุดธุรกิจ

# ปัญญาประดิษฐ์ในประเทศไทย

# เศรษฐกิจ AI ประเทศไทย

# รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา

# กรรมการ Robotics and AI

# โครงสร้างพื้นฐาน AI

# การประเมินสถานะ AI

# กฎหมายปัญญาประดิษฐ์

# Regulatory Sandbox

# การควบคุมความเสี่ยง AI

# การพัฒนา AI ภาคธุรกิจ

# การใช้ AI ในธุรกิจ

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

อุตสาหกรรม AI ของไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 162,300 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมเม็ดเงินลงทุนกว่า 31,200 ล้านบาท

กระทรวงดีอีเดินหน้าจัดทำแผน AI ฉบับใหม่ พร้อมพัฒนา Regulatory Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจทดลองเทคโนโลยี

ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผน AI แห่งชาติ เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างคลังข้อมูลแห่งชาติและเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผล

ร่างพระราชบัญญัติ AI อยู่ระหว่างการทบทวน โดยเน้นกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงเพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนต่อผู้ประกอบการ

ภาคเอกชนเรียกร้องให้ ETDA หารือร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายกลายเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันในระดับภูมิภาค

อานิสงส์น้ำหนุน “โรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2” CKPower รับเต็มครึ่งปีหลัง

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการ Robotics and AI เปิดเผยว่าประเทศไทยเร่งเดินหน้าปักหมุดเศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังพบอุตสาหกรรม AI สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว 162,300 ล้านบาทในปี 2568 และมีเม็ดเงินลงทุน 31,200 ล้านบาท แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ยกระดับการใช้ AI ในภาคธุรกิจ ตลอดจนวางกติกาที่สร้างความเชื่อมั่นโดยไม่กลายเป็นกำแพงขวางการลงทุน

ทั้งนี้จากการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการประเมินสถานะ AI ของไทย พร้อมวางทิศทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป โดยมุ่งไปที่การจัดทำแผน AI ฉบับใหม่ให้มีกรอบงบประมาณชัดเจน ควบคู่กับการพัฒนากลไกกำกับดูแลและ Regulatory Sandbox เปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจสามารถทดลองเทคโนโลยีภายใต้กติกาที่เหมาะสม รวมถึงการผลักดันคลังข้อมูลแห่งชาติและขยายความร่วมมือกับต่างประเทศ เพราะในเกม AI ใครมีทั้งข้อมูล กำลังประมวลผล และคนเก่ง ย่อมมีแต้มต่อทางเศรษฐกิจมากกว่า

ขณะเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ยังเป็นอีกประเด็นที่ภาคธุรกิจจับตา เนื้อหาหลักมุ่งส่งเสริมการพัฒนาและใช้ AI ควบคู่กับการควบคุมความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบ โดยใช้แนวทางกำกับตามระดับความเสี่ยงของระบบ AI เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างภาระซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่ ปัจจุบันร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการทบทวนหลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ โดยภาคเอกชนมีเสียงสะท้อนให้หน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA หารือกับสมาคมและผู้ประกอบการด้าน AI อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบให้รอบด้าน และที่สำคัญคือไม่ให้กฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่น กลับกลายเป็นต้นทุนที่ทำให้ธุรกิจเดินช้ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค

กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻