เศรษฐกิจไทยจะไปทางไหน! สรุปมุมมองนายกฯ-คลัง-แบงก์ชาติ-กกร. จากงาน The Bangkok Business Summit 2026泰国经济将走向何方?本文总结了泰国总理、财政部、泰国银行以及工商银行联合常设委员会(JSCCIB)在2026年曼谷商业峰会上的观点。
สรุปแนวคิดของเหล่าผู้นำที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และกกร. จากการประชุมสุดยอดผู้นำ The Bangkok Business Summit 2026

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้เป้า 4 กระแสหลักที่ไทยต้องปรับตัว ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์, เทคโนโลยี AI, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย
กระทรวงการคลังเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือในอาเซียน ทั้งด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และการแพทย์ เพื่อสร้างจุดแข็งในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
ภาคเอกชนโดย กกร. เสนอให้เปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านต้นทุนไปสู่การสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ธนาคารแห่งประเทศไทยมุ่งเน้น Digital and AI Transformation พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและความปลอดภัยเพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ประเทศไทยเตรียมใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group ปี 2569 เพื่อนำเสนอศักยภาพและดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
ถอดรหัสรายงานธนาคารโลก Building Thailand’s Future Today ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยกลับชะลอลงเลยกลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับประเทศที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมาพูดคุยกันว่า เราต้องเริ่มทำอะไรเพื่อประเทศก้าวทันโลกและยั่งยืนได้อย่างมั่นคง
Thairath Money สรุปแนวคิดของเหล่าผู้นำที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน จากการประชุมสุดยอดผู้นำ “The Bangkok Business Summit 2026” ภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” พลิกโฉมประเทศไทย เสริมสร้างความแข็งแกร่งสู่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอาเซียนมาไว้ที่นี่แล้ว
4 กระแสเปลี่ยนโลกที่ไทยต้องตามให้ทัน
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฉายภาพใหญ่ถึงกระแสหลักที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยโดยมี 4 ด้านหลัก คือ
1. Geopolitics ความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์สร้างความไม่แน่นอน และอาจเปลี่ยนบริบทโลกให้เปลี่ยนไปจากเดิม ท่ามกลางสถานการณ์นี้ไทยต้องเร่งปรับตัวและหาวิธีเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยืดหยุ่น ที่สำคัญคือการเชื่อมโยงกับโลกในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจ และสร้างเครือข่ายที่เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน
2. เทคโนโลยีอย่าง AI สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายด้านดังนั้นโจทย์คือนอกจากไทยจะอยู่ในฐานะผู้ใช้งานทางเทคฯ ยังต้องดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ ที่สร้างความรู้รวมถึงนำเทคฯ เหล่านี้มาช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจ และควรไปให้ถึงระดับ SME
3. Climate Change จะแค่คิดในมิติต้นทุนหรือความท้าทายอาจไม่เพียงพอ แต่เรื่องนี้ต้องสามารถปรับใช้ในภาคธุรกิจในทุกระดับและสร้างการเติบโตในแต่ละอุตสาหกรรมได้จริง
4. สังคมสูงวัย เมื่อคนมีอายุยืนขึ้นยังกลายเป็นโอกาสที่ไทยจะพัฒนาให้เกิดธุรกิจ Longevity Economy มากขึ้นทั้ง Healthcare ธุรกิจการบริการ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
หนึ่งในสิ่งที่นายกฯ เน้นย้ำคือไทย ต้องเชื่อมโยงกระแสต่างๆ ให้เกิดการต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในไทย และจากที่ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีในหลายด้าน โดยไทยพร้อมที่จะเป็นมากกว่าแหล่งผลิต หรือตลาดสำหรับกระจายสินค้า แต่พร้อมจะเป็นพันธมิตรที่สร้างอนาคตทางธุรกิจไปด้วยกัน
นอกจากนี้การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนต.ค. 2569 ประเทศไทยไม่ใช่แค่เจ้าภาพในการจัดงาน แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้นำเสนอจุดเด่นและแนวคิดต่างๆ ให้รับรู้วงกว้างและพร้อมต่อยอดให้เกิดการพัฒนาในอนาคต
“คลัง” ตัวเชื่อม 4 โจทย์หลักให้เกิดขึ้นจริง
เมื่อนายกฯ เล่าถึงภาพใหญ่ก็ถึงฝั่ง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เล่าว่า จาก 4 โจทย์หลักที่นายกฯ พูดถึงสะท้อนว่า พรมแดนของโลกอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะผลกระทบอาจเกิดขึ้นได้หลายระดับ ดังนั้นเพื่อรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชนต้องยกระดับความร่วมมือและความรู้ให้มากขึ้น
นอกจากจุดแข็งเดิมของประเทศไทยที่มีทำเลที่เชื่อมโยงได้ทั้งอาเซียน ยังต้องเดินหน้าสร้างจุดแข็งให้ไทยพร้อมเป็นจุดเชื่อมต่อกับอาเซียนและโลกในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด, เทคโนโลยี, โครงสร้างระบบการชำระเงิน, Healthcare ฯลฯ ซึ่งภาครัฐพยายามเดินหน้าการพัฒนาความร่วมมือกับอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ด้านพลังงานมีความร่วมมือ ASEAN Power Grid (APG) ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค หรือเทรนด์สังคมสูงวัยที่เกิดขึ้น ไทยมีจุดเด่นเรื่องบริการทางการแพทย์และการบริการ อาจสร้างความร่วมมือกับสิงคโปร์ในการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ จากจุดเด่นทั้งหมดนี้เราสามารถผสานกันได้ ให้เกิดเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ และสร้างการเติบโตในระดับโลก ซึ่งความร่วมมือในระดับภูมิภาคนี้จะช่วยให้ไทยพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
ภาคเอกชนพร้อมรับลูก ไทยต้องเดินหน้า
ผยง ศรีวณิช ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ความไม่แน่นอน และ AI ที่มีบทบาทในหลายภาคส่วน ไทยยิ่งต้องหาโจทย์ให้ชัดเพื่อสร้างการพัฒนาประเทศได้ตรงจุด ขณะเดียวกันภาครัฐต้องพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเติบโตเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อภาคธุรกิจต่างเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เศรษฐกิจและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนสำคัญที่สุดไทยต้องมีความร่วมมือกับอาเซียน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายในหลายมิติไม่ว่าจะการลงทุน, เทคโนโลยี, ไปจนถึงการสร้างโอกาสเพื่อต่อยอดธุรกิจไทย
ทั้งนี้ ความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันไม่ใช่แค่การเติบโต แต่เป็นการสร้างการเติบโตที่สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องพลิกโฉมประเทศไทย โดยเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุนไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยศักยภาพ ซึ่งการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของรัฐบาล การวิจัยของธนาคารโลก และการดำเนินกิจการของภาคเอกชน เพื่อต่อยอดสู่การนำเสนอแนวทางแก่นักลงทุนทั่วโลกในการเป็นประตูสู่เครือข่ายการเติบโตของภูมิภาคอาเซียน
ประเทศไทยกับ New Horizons
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เล่าว่าช่วงที่ผ่านมาไทยเจอผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจกลับลดลง ดังนั้นสิ่งที่ไทยต้องทำไม่ใช่แค่หาทางรับมือกับผลกระทบแต่ต้องหาทางออกว่าไทยจะกลับมายืนอย่างมั่นคงได้อย่างไร
การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings นี้ ธปท.เตรียมพูดคุยเรื่อง New Horizons เพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งทั้งในระดับประชาชน สังคม และระดับประเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพและรากฐานให้เศรษฐกิจของไทย
ในส่วนของธปท. มุ่งเน้นที่ด้าน Digital and AI Transformation เพื่อจะสร้างการเติบโตที่ยืดหยุ่น โดยจุดเด่นที่ไทยเริ่มทำไปแล้วเช่น โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่โดดเด่น อย่างระบบพร้อมเพย์ ที่ปัจจุบันมีจำนวนบัญชีกว่า 83.30 ล้านบัญชี มีธุรกรรมกว่า 2,510 ล้านครั้ง มูลค่าธุรกรรมกว่า 4.39 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกันยังพร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรับมือภัยทางการเงินต่างๆ โดยที่ผ่านมามีการออกมาตรการเพื่อกำกับดูแล รวมถึงลดผลกระทบจากการหลอกลวงมิจฉาชีพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เพื่อลดปัญหาเงินเทายังทำมาตรการอื่นๆ ทั้งการรายงานธุรกรรมต้องสงสัย, กำหนดวงเงินการซื้อหรือขายทองคำ เป็นต้น
เรื่องต่างๆ ที่กำลังดำเนินการเหล่านี้จะไม่ได้จบลงในการประชุม แต่เป็นการสร้างพันธมิตรและความร่วมมือจะช่วยให้ภาคการเงินของไทย ภาคธุรกิจ รวมถึงเศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
深入剖析人工智能芯片股:涨幅已达数千个百分点,还有哪些投资机会?| 数字前沿访谈 第72期
泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔指出,泰国必须适应四大趋势:地缘政治、人工智能技术、气候变化和老龄化社会。
财政部强调,应加强东盟内部在清洁能源、技术和医疗等领域的合作,以增强区域经济互联互通的实力。
私营部门通过商业、工业和银行业联合常设委员会(JSCCIB)提出,应从成本竞争转向创新竞争,以提高在全球市场的竞争力。
泰国银行致力于数字化和人工智能转型,同时升级金融基础设施和安全措施,以创造经济稳定。
泰国正准备利用2026年主办国际货币基金组织-世界银行集团会议的机会,展示其潜力并吸引来自世界各地的投资。
解读世界银行报告《建设泰国未来:改革经济结构》。
在瞬息万变的世界中,泰国经济增长放缓,给国家带来了重大挑战,需要政府和私营部门所有部门进行讨论,探讨采取哪些措施以确保国家与世界保持同步并实现可持续稳定。
Thairath Money 总结了在“2026 年曼谷商业峰会”上,以“重塑泰国,增强东盟韧性”为主题,在泰国经济中发挥重要作用的领导人(包括总理阿努廷·查恩维拉库尔、财政部、泰国银行和三大私营部门机构联合委员会)提出的关键思想,旨在改变泰国并加强东盟的经济结构。
泰国必须跟上这 4 个全球趋势。
泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔 (Anutin Charnvirakul) 就影响全球经济(包括泰国)的主要趋势作了全面概述,重点关注以下四个主要领域:
1. 地缘政治:地理风险会造成不确定性,并可能改变全球格局。在此背景下,泰国必须紧急调整策略,寻求提升自身韧性竞争力的途径。至关重要的是,这需要深化全球互联互通,以建立经济伙伴关系并构建能够提升竞争力的网络。
2. 人工智能等技术正在改变许多领域,因此,泰国面临的挑战是,除了成为技术的使用者之外,还必须吸引创造知识的新投资,并利用这些技术来支持商业部门,理想情况下达到中小企业层面。
3. 不应仅仅从成本或挑战的角度看待气候变化。它必须适用于各个层级的企业,并在各行各业创造真正的增长。
4.老龄化社会:随着人们寿命的延长,泰国迎来了发展更多长寿经济业务的机会,包括医疗保健、服务业及相关产业。
总理强调,泰国必须将各种趋势结合起来,在国内创建和发展新兴产业。鉴于泰国在许多领域拥有强大的基础设施,泰国不仅能够成为生产中心或分销市场,更有能力成为企业共创未来的合作伙伴。
此外,将于 2026 年 10 月在曼谷举行的国际货币基金组织-世界银行集团年会,不仅为泰国提供了一个东道国,也为泰国提供了一个向更广泛的受众展示其优势和理念的机会,从而促进未来的发展。
财政部是实现四大关键挑战的关键纽带。
总理阐述了全局之后,这个问题就此结束。副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯博士解释说,总理提到的四大挑战反映出全球边界可能不再重要,因为其影响可能涉及多个层面。因此,为了应对当前形势,公共和私营部门都必须加强合作,增进彼此了解。
除了泰国现有的优势,例如其连接整个东盟地区的战略位置,泰国还必须继续巩固这些优势,成为连接东盟与世界各领域的关键枢纽。这包括清洁能源、技术、支付基础设施、医疗保健等领域的合作。泰国政府正持续努力在这些领域深化与东盟的合作。
例如,在能源领域,东盟电网(APG)合作将有助于确保区域能源安全。同样,随着人口老龄化趋势的加剧,泰国在医疗服务和保健方面的优势可以促成与新加坡在医疗旅游领域的合作。通过整合这些优势,我们可以建立一个可靠的网络,促进全球增长。这种区域合作将帮助泰国应对新的挑战。
私营部门已准备好接受这项倡议;泰国必须向前迈进。
泰国公共和私营部门联合委员会(JCC)联合主席帕永·斯里瓦尼奇表示,在全球变化、不确定性以及人工智能在各领域作用日益增强的背景下,泰国需要明确制定有针对性的国家发展目标。同时,政府必须做好准备,支持小型企业发展壮大。企业强劲增长,将带动经济及所有相关行业的持续发展。
最重要的是,泰国需要与东盟在投资、技术以及创造机会以进一步发展泰国企业等诸多方面开展合作,以建立互联互通的网络。
泰国当前面临的挑战不仅在于经济增长,更在于如何在瞬息万变的世界中实现具有竞争力的增长。我们必须转型,从成本竞争转向通过创新发挥潜力,从而实现泰国的变革。本次会议将政府愿景、世界银行研究成果和私营部门举措相结合,为全球投资者提供发展路线图,并以此为契机,助力泰国融入东盟增长网络。
泰国和新视野
泰国央行行长维泰·拉达那贡解释说,泰国近期受到多种因素的影响,经济增长放缓。因此,泰国不仅需要找到应对这些影响的方法,还需要找到确保国家重获稳定的解决方案。
在国际货币基金组织-世界银行集团年会上,泰国银行将讨论“新视野”,以加强个人、社会和国家层面的经济,为泰国经济创造稳定和坚实的基础。
泰国银行(BOT)致力于数字化和人工智能转型,以实现稳健增长。泰国已着手解决的关键领域包括其卓越的金融基础设施,例如PromptPay系统,该系统目前拥有超过8330万个账户,超过25.1亿笔交易,交易额超过4.39万亿泰铢。
与此同时,该组织已做好准备,提升安全标准,以打击各种金融诈骗。已采取措施规范和减轻现有诈骗活动的影响。此外,为减少非法资金流入,还采取了其他措施,包括举报可疑交易和限制黄金的买卖。
这些持续的努力不会止步于此次会议,而是会建立伙伴关系和合作,以帮助泰国的金融业、企业和经济实现可持续发展。
请访问 ThairathMoney 网站 https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics,了解最新的经济信息和政府政策。
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney