อธิบดีปกครอง ลั่นต่างชาติเข้าไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย-เอาผิดเต็มที่หาก จนท.เอี่ยวสุสานยิวแปดริ้ว省行政长官宣布,进入泰国的外国人必须遵守泰国法律,如果官员卷入北柳府犹太公墓案,将面临全面的法律制裁。
อธิบดีปกครอง ลั่นต่างชาติเข้าไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย เผย “เนรเทศ” เป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก ชี้หาก จนท.เอี่ยวรับผลประโยชน์ สุสานยิวแปดริ้ว ดำเนินคดีเต็มที่

อธิบดีปกครอง ลั่นต่างชาติเข้าไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย เผย “เนรเทศ” เป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก ชี้หาก จนท.เอี่ยวรับผลประโยชน์ สุสานยิวแปดริ้ว ดำเนินคดีเต็มที่
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยว่า เป็นการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 ซึ่งเราพยายามทำความเข้าใจกับทุกคนที่เข้ามาในประเทศไทย เรายินดีต้อนรับ แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย หากใครมีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม กระทบความเป็นอยู่หรือความสงบสุขของประชาชนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่อไปนี้หากชาวต่างชาติคนใดเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย จะใช้วิธีเนรเทศอย่างเดียวเลยหรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า ความจริงมีหลายความผิดอยู่ ซึ่งกฎหมายระบุไว้แล้ว เมื่อถามว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากหรือไม่ ที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย นายนฤชา กล่าวว่า เท่าที่รับรายงานเข้ามายังไม่มีอะไร ส่วนที่เป็นข่าวทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีพฤติกรรมอย่างไร ส่วนรายอื่นยังไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า กรณีชาวอิสราเอลที่เข้ามาถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า ต่างชาติที่เข้ามาแล้วอยู่อย่างสงบสุขมีเยอะแยะ จึงต้องดูเป็นราย ๆ ไป เราต้องดูในภาพรวม เห็นอยู่กันปกติดี เพียงแต่ในช่วงที่เขาทำกิจกรรม ต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า กิจกรรมเหล่านี้จะมีรูปแบบการแสดงออกอย่างไร หากไม่สร้างความเข้าใจกับสังคมจะทำให้เกิดปัญหาได้ บางพื้นที่เห็นอยู่ร่วมกับคนไทยได้อย่างสงบสุข ไม่เห็นมีอะไร อย่างไรก็ตาม หากจะทำกิจกรรมเขาจะแจ้งเจ้าหน้าที่อยู่แล้วว่า เป็นงานอะไร จะทำกิจกรรมแบบไหน แต่ที่เป็นประเด็นอาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ในช่วงนี้หรือไม่ เพราะมีข่าวต่างๆ ออกมา พอเขาจะจัดกิจกรรมอะไรประชาชนเลยตื่นตัว ตนมองว่า การจัดกิจกรรมของเขาถือเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่เขาเพิ่งเข้ามา บางคนเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมายและเข้ามาตั้งรกรากอยู่นานแล้ว
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยต้องกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสอดส่องดูแลในพื้นที่นั้น ๆ หรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า มีการสอดส่องทุกพื้นที่ในประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้การทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่อยากให้ไปรบกวนบรรยากาศต่างๆ อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข สื่อมวลชนต้องช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ไม่ใช่ประเด็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะออกไปทางลบทั้งหมด เรื่องในเชิงบวกก็มี สำหรับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 ที่ออกมาตนเห็นว่า เป็นมาตรการที่ชัดเจน และใช้ในการควบคุมความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้มีประสิทธิภาพมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการเนรเทศถือเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดแล้วใช่หรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า มีกฎหมายรุนแรงกว่านี้อีกมากมาย การเนรเทศเป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้นในการที่จะทำให้สังคมสงบสุข
เมื่อถามถึงกรณีชาวยิวเข้ามาแล้วสร้างสุสานที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายนฤชา กล่าวว่า เขาขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนกิจ พ.ศ.2528 ซึ่งเขาทำกันมาโดยตลอด
เมื่อถามถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราให้เจ้าหน้าที่เอาเอกสารไปที่สุสานแต่ไม่พบเจ้าของที่ดิน กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
นายนฤชา กล่าวว่า เรื่องของการอนุญาตต้องย้อนกลับไปที่ผู้ที่ให้อนุญาตเบื้องต้น ถ้าเป็นในเขตเทศบาล หรือ อบต. จะเป็นอำนาจของทางท้องถิ่น ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา ถ้าไม่พบเจ้าของพื้นที่ ถึงอย่างไรก็ต้องหาให้พบเจ้าของพื้นที่ ไม่มีตัวตนมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องนี้เดี๋ยวเจ้าหน้าที่คงจะมีวิธีการในการแจ้งเจ้าของที่ดิน เอกสารราชการมีวิธีการแจ้งแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมรับ โดยจะมีหมายออกไป เขาอาจจะยังไม่ยอมรับในตอนนี้ แต่ถึงอย่างไรคดีที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตอนนี้เขาใช้สิทธิทางศาล เพราะเราไม่รับอุทธรณ์ให้มีการใช้พื้นที่ต่อไป เมื่อมันผิดหลักเกณฑ์กับปัจจุบัน ส่วนการอนุญาตที่ผ่านมาที่สงสัยว่าทำไมถึงอนุญาตนั้น ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าอนุญาตภายใต้หลักเกณฑ์อะไร แต่หลักเกณฑ์ปัจจุบันมันมีทั้งเรื่องของสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และความถูกต้องในการจัดการพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งจะนำมาพิจารณาทั้งหมด จึงไม่ได้ต่อใบอนุญาตมา ทำให้พื้นที่ตรงนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากสิ่งที่ทำมาก่อนหน้านี้ หากผิดเราก็ต้องไปแก้
เมื่อถามย้ำว่า หากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเอื้อหรือรับผลประโยชน์ จะดำเนินการอย่างไร นายนฤชา กล่าวว่า ถ้าไปเอื้อหรือรับผลประโยชน์ถือว่าผิดกฎหมายล้านเปอร์เซ็นต์ ต้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า ความจริงกฎหมายเข้มข้นอยู่แล้วหรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า กฎหมายเราเข้มข้นอยู่แล้ว มีหลักเกณฑ์ หลักปฏิบัติครอบคลุมอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องมาปรับปรุงกฎหมายใหม่ เพราะเรื่องอย่างนี้ที่อื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร กรณีนี้เป็นสุสานของเอกชน สุสานของศาสนาอื่น หรือของสัญชาติอื่นที่อยู่ในเมืองไทย เขาก็อยู่กันเยอะแยะไปหมด ก็อยู่ได้ด้วยความปกติสุข ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
省行政长官宣布,所有入境泰国的外国人必须遵守泰国法律。他透露,驱逐出境只是其中一项措施,还有更强硬的手段可供选择。他还警告说,如果发现任何官员在北柳府犹太公墓受贿,将依法受到最严厉的制裁。
2026年9月9日上午9点50分,在国会大厦,省级行政厅厅长纳鲁查·科萨西尔维莱先生就总理下令驱逐给泰国造成麻烦的外国人发表讲话。他表示,此举符合总理府2569年(2026年)颁布的《驱逐出境条例》。他补充说,泰国致力于促进所有入境者的相互理解,并欢迎他们,但所有入境者都必须遵守泰国法律。任何扰乱社会秩序、影响公众福祉或安宁的行为,都将依法处理。
一位记者问,今后对于任何给泰国人民带来麻烦的外国人,驱逐出境是否是唯一的解决办法。纳鲁查先生回答说,实际上法律中列举了很多违法行为。当被问及是否有很多外国人制造骚乱时,纳鲁查先生表示,根据收到的报告,目前还没有这样的情况。至于那些上了新闻的人,大家都很清楚他们的行为。至于其他人,目前还没有出现任何问题。
当被问及以色列人涌入是否令人担忧时,纳鲁查先生表示,许多外国人已经和平地来到这里生活,因此每个案例都必须具体分析。他说:“我们需要从整体上看待问题。他们似乎过着正常的生活,但在进行活动时,他们需要向公众说明这些活动的性质。如果社会无法建立理解,可能会导致问题。在一些地区,他们与泰国人和平共处,没有任何问题。然而,他们始终会向有关部门报告其活动的性质。问题可能源于当前的新闻报道;当他们计划组织活动时,公众会更加警惕。我认为他们的活动是正常的,而且他们并非新来者;有些人是合法入境并在这里定居已久。”
当被问及内政部是否需要指示各府府尹及相关机构加强辖区监控时,纳鲁查先生表示,泰国各地已开展监控工作,不会出现任何问题。但他强调了公众教育的重要性,指出他们不希望破坏社会氛围,希望大家和平共处。他还补充说,媒体也应协助促进公众理解,即使是小问题也不应负面报道。关于总理府于2026年颁布的驱逐出境条例,他认为这些条例是维护泰国全国和平与秩序的明确有效措施。
当记者问纳鲁查先生,驱逐出境是否是最严厉的措施时,纳鲁查先生回答说,有很多法律比驱逐出境更严厉,驱逐出境只是为社会带来和平的一项措施。
当被问及犹太人在北柳府建立墓地一事时,纳鲁查先生表示,他们已按照 1985 年《墓地和火葬法》合法获得了必要的许可证,他们一直以来都是这样做的。
当被问及北柳府府尹指示官员将文件带到墓地但未找到土地所有者的案件时,内政部将采取什么行动?
纳鲁查先生指出,许可证的发放必须追溯到最初的授权机构。在市或乡镇行政机构中,授权权归地方政府所有。在北柳府,如果找不到土地所有者,就必须找到他们;没有他们的同意,是不可能找到他们的。即使土地所有者拒绝,官员们也会想办法通知他们。我们会发出传票。他们现在可能不接受,但北柳府的案件目前正在法院审理中,因为我们不接受继续使用该土地的上诉,因为这违反了现行法规。至于之前发放许可证的原因,有必要审查当时的审批标准。现行法规考虑了公共卫生、环境和土地的妥善管理,所有这些因素都已纳入考量。因此,之前的许可证没有续期,导致目前的作业无法进行。如果发现之前的任何行为违法,我们将予以纠正。
当被问及如果发现有官员存在徇私舞弊或受贿行为将采取何种行动时,纳鲁查先生表示,此类行为百分之百违法,并将对这些官员采取全面严厉的措施。当被问及相关法律是否已经足够严格时,纳鲁查先生回答说,泰国的法律已经非常完善,并制定了全面的指导方针和实践,无需进行任何修改。他还补充说,类似问题在其他地方并不常见,而且此案涉及的是私人墓地,或者说是居住在泰国的其他宗教或国籍人士的墓地,这些人一直在那里安居乐业,从未发生过任何问题。