“ดร.เรือบิน” ส่งข้อมูลสุดท้าย ชี้ว่าเลือกตั้งไม่ลับ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว“鲁阿宾博士”已向监察专员提交了最终信息,表明选举并非秘密进行。
“ธรรม์ธีร์” ส่งข้อมูลสุดท้าย พิสูจน์ว่า “เลือกตั้งไม่ลับ” ทั้ง 2 ใบ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ก่อนศาลตัดสิน 28 ก.ย. นี้ ชี้โค้ดแบบเล่ม รับบัตรเล่มเดียวกัน ก็รู้แล้วว่าลงคะแนนอย่างไรทั้งกลุ่ม

“ธรรม์ธีร์” โพสต์ภาพส่งข้อมูลสุดท้าย พิสูจน์ว่า “เลือกตั้งไม่ลับ” ทั้ง 2 ใบ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ก่อนศาลตัดสิน 28 ก.ย. นี้ ชี้โค้ดแบบเล่ม แค่มีผู้มาใช้สิทธิ 20 คน ที่รับบัตรเล่มเดียวกัน ก็รู้แล้วว่าลงคะแนนอย่างไรทั้งกลุ่ม
วันที่ 9 กันยายน 2569 นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า วัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว วันนี้ผมรีบยื่นหนังสือให้ข้อเท็จจริงต่อผู้ตรวจการแผ่นดินฉบับที่ 3 สำหรับคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (คดี ต.30/2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ) เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีไว้ภายในศุกร์นี้ ผู้ตรวจการฯ จึงต้องได้ข้อมูลก่อนหน้านั้น
ในหนังสือ 2 ฉบับแรก (ยื่นเมื่อ 25 มี.ค. และ 9 เม.ย.) และคณะส่งเรื่องบาร์โค้ดที่สแกนแล้วได้เลขเดียวกับต้นขั้วบัตร กับเรื่องข้อมูล “ลำดับในบัญชี” ที่รั่วไหล พร้อมไฟล์วัตถุดิบที่ผมไปเก็บเองในวันเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์ (คลิปวิดีโอการมาใช้สิทธิ และรูปถ่ายบัตรชมพูกับบัตรเขียวตอนนับคะแนนครบทั้ง 308 ใบ ถ่ายจากพื้นที่ตั้งกล้องของสื่อมวลชน ฯลฯ) แต่ไม่ได้ส่งวัตถุดิบสุดท้ายที่ทำให้แม้กระทั่งโค้ดแบบเป็นเล่ม (บัตร 20 ใบใช้รหัสเดียวกัน) ก็สามารถรู้ความลับในการลงคะแนนของกลุ่ม 20 คนได้ พร้อมผลวิเคราะห์ลำดับการลงคะแนนของบัตรเขียว
สิ่งนั้นคือผล Exit Poll เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับวัตถุดิบที่ส่งไปแล้ว จะทำให้รู้การลงคะแนนตามลำดับของผู้มาใช้สิทธิแม้แต่กับ QR Code ที่ดูเหมือนไม่เรียง (สแกนมาแล้วหาความสัมพันธ์ที่เรียงกันไม่ได้) แบบเป็นเล่ม ให้แม่นยำขึ้นได้
จากที่ตนเองทำศูนย์โพล วันที่ 22 ก.พ. ก็ถือโอกาสไปทำ Exit Poll ด้วย ทำให้ได้บันทึกการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่ยินยอมให้สัมภาษณ์และเปิดเผยผลการลงคะแนน บันทึกเวลาที่ผู้ใช้สิทธิคนดังกล่าวออกจากคูหา เป็นจำนวนมากพอที่จะใช้ทดสอบทิศทางการหยิบนับได้
สิ่งนี้ทำให้เราได้ “จุดอ้างอิง” ที่เอาไปประกอบกับคลิปจุดลงชื่อ และพฤติกรรมของหีบบัตรตอนนับ ซึ่งข้อมูลชี้ว่าเป็นแบบ “หย่อนทีหลัง ถูกหยิบก่อน” (LIFO) ด้วยอัตราส่วนประมาณ 93:1 เมื่อเทียบกับทิศทางตรงข้าม และบัตรที่จ่ายจากเล่มเดียวกันยังเกาะกลุ่มกันอยู่ในกองแม้อาจผ่านการเขย่าหีบก่อนนับบ้างแล้ว
ดังนั้นต่อให้เป็นโค้ดแบบเล่ม เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ ที่เก็บโดยเปิดเผยและมีความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกได้ว่า “ผู้มาใช้สิทธิ 20 คนที่รับบัตรเล่มเดียวกันนี้ ลงคะแนนอย่างไรทั้งกลุ่ม” (ผลรวมของเล่มอ่านได้จากภาพตรงๆ ส่วนที่ว่าเล่มนั้นเป็นของคน 20 คนชุดไหน ยึดสมมติฐานเรื่องการจ่ายบัตรเรียงเล่ม ซึ่ง กกต. มีเอกสารตรวจได้) และถ้ามีการจัดคนมาต่อแถวรับบัตรติดกันจนเต็มเล่ม เพียงรู้เวลาของคนแรก ก็ตรวจได้ว่าเล่มนั้นกาไปทางไหน และข้อมูลว่าลำดับใดเลือกอะไรในบัตรเขียว พร้อมค่าความเชื่อมั่น ได้ถูกส่งให้ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว โดยขออนุญาตไม่โพสต์ข้อมูลนี้สาธารณะ เพื่อคุ้มครองความลับของผู้ใช้สิทธิ
ศูนย์โพลไหนที่ทำ Exit Poll ในหน่วยที่มีคนถ่ายภาพตอนนับคะแนน ก็ทำแบบเดียวกันได้ และนั่นคือความหมายของคำว่า “อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้” ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางหลักไว้ ส่วนผู้ที่ถือต้นขั้วบัตรและรู้ว่ารหัสใดคือเล่มใด ไม่ต้องประมาณอะไรเลย แค่ถ่ายรูปบัตรตอนนับคะแนนก็รู้ทันทีว่าบัตรใบนี้เป็นของ 1 ใน 20 คน โดยไม่ต้องใช้คลิปกับโพลแบบนี้
“ด้วยความเคารพ จากข้อมูลทั้งหมดที่ผมเก็บและวิเคราะห์มาตลอด 7 เดือนนี้ ความเห็นของผมในฐานะผู้ให้ข้อเท็จจริงคือการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร จึง เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ทั้งบัตรชมพูและบัตรเขียวครับ ส่วนน้ำหนักของข้อมูลนี้ในคดี เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญโดยแท้ ซึ่งผมได้ส่งข้อมูลทั้งหมดผ่านทางผู้ตรวจการฯ แล้ว ก็ขอรอและน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลฯ พร้อมกับประชาชนไทยทุกคนในวันที่ 28 ก.ย. นี้ครับ” นายธรรม์ธีร์ กล่าว
在法院于9月28日作出裁决之前,“Thamthee”发布了提交给监察专员的最终数据图片,证明“选举并非秘密进行”。他指出,根据收到同一本投票手册的20人的信息,编码后的投票手册就泄露了整个小组的投票情况。
2026年9月9日,又名Rueabin博士的Thamthee Sukchotirat在其个人Facebook页面上发帖称,证明选举并非秘密进行的最终证据——两份选票——已提交给监察专员。他写道:“今天,我已立即向监察专员提交了关于选票条形码案件(宪法法院案件编号T.30/2569)的第三封信函,信中陈述了相关事实。因为宪法法院已设定本周五为提交结案陈词的最后期限。因此,监察专员需要在此之前获得相关信息。”
在前两封信函(分别于3月25日和4月9日提交)中,委员会提供了与原始选票编号相符的扫描条形码信息,以及泄露的“名单顺序”信息,同时还附上了我本人在2月22日重新选举日收集的资料文件(包括投票视频片段、媒体摄像机区域拍摄的粉色和绿色选票照片等,这些照片记录了计票过程中308张选票的清点情况)。然而,他们并未提供最终材料,这些材料揭示了即使是小册子上使用的代码(20张选票使用了相同的代码)也能揭示这20人的秘密投票模式,以及对绿色选票投票顺序的分析。
这是出口民调的结果。结合已提交的材料进行分析,即使小册子中的二维码看似杂乱无章(扫描后无法显示逻辑顺序),也能更准确地了解选民的投票顺序。
由于我负责运营一个投票站,2月22日那天,我顺便做了一次出口民调。这使我能够记录同意接受采访并公开投票结果的选民的投票记录,以及每位选民离开投票站的时间。记录的数量足以检验计票模式。
这为我们提供了一个“参考点”,可以将其与签名点剪报和计票过程中投票箱的行为结合起来。数据显示,计票遵循“后进先出”(LIFO)模式,其比例约为93:1,与反向计票相比,来自同一册选票的选票即使在计票前可能被摇晃过,仍然聚集在一起。
因此,即使使用纸质选票册,只要获得书面同意,利用公开收集的数据也足以确定“收到同一册选票册的20位选民作为一个群体是如何投票的”。(选票册的总数可以直接从图像中读取;确定每册选票册属于哪一组20人,是基于选票按顺序分发的假设,选举委员会备有相关文件可供核实。)如果人们排队领取选票,直到选票册装满,那么只需知道第一位选民的投票时间,就能确定该册选票册的标记方向。关于绿色选票上投票顺序的信息以及可靠性系数已提交给监察员。我们恳请不要公开这些信息,以保护选民的隐私。
任何在投票站进行出口民调且有人拍摄计票过程的投票中心都可以这样做。正如宪法法院此前所确立的,“在可核实范围内”的含义正是如此。持有选票存根并知道哪个代码对应哪本书的人无需猜测;只需在计票过程中拍摄选票,就足以立即识别出它属于20位选民中的某一位,而无需视频录像或此类民调。
“恕我直言,根据我过去七个月收集和分析的所有信息,作为一名事实调查官员,我认为这次选举的投票情况是可以核实的;因此,无论是粉色选票还是绿色选票,都不是秘密投出的。此案中信息的分量完全取决于监察专员和宪法法院。我已经将所有信息提交给了监察专员,我将与所有泰国公民一起,等待并接受法院于9月28日作出的裁决。” 塔姆提先生说道。