เครือข่ายเสียงจากป่าจี้สอบส่งออกปลาหมอคางดำ กังขาผู้เกี่ยวข้องหลายราย ศาลสั่งรัฐฟื้นฟูด่วน 180 วัน“森林之声”网络呼吁对黑颏罗非鱼的出口展开调查,并对涉案的几名个人提出质疑。法院已责令政府在180天内紧急恢复该鱼种的进口。
ภาคประชาสังคมจี้สอบ 11 บริษัทส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 3 แสนตัว ด้านศาลปกครองกลางสั่งรัฐเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและประกาศเขตเยียวยาเกษตรกรภายใน 180 วัน

ภาคประชาสังคมเปิดข้อมูล 11 บริษัทปลาสวยงามส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 3 แสนตัว จี้รัฐตรวจสอบระบบตรวจสอบย้อนกลับ หวังยกระดับความโปร่งใสเชิงระบบ ชี้ชัดสถานการณ์นี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ขณะเดียวกัน ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาขีดเส้น 180 วัน ให้หน่วยงานรัฐเร่งจัดการปัญหาและฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมสั่งประกาศเขตช่วยเหลือเกษตรกรสมุทรสงครามโดยเร็ว
กรุงเทพมหานคร-ประเด็นการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำถูกจับตาอีกครั้ง เมื่อภาคประชาสังคมออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีที่มาและผู้เกี่ยวข้องหลายราย
เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า องค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อม ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ในการกำกับดูแลและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) การนำเข้าและส่งออก
นายชัยภัฏ เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจและควรนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาระบบคือ “เส้นทางการส่งออก” โดยพบข้อมูลว่าในช่วงปี 2556-2559 มีการส่งออกปลาโดยกลุ่มบริษัทปลาสวยงามจำนวน 11 แห่ง รวมกว่า 320,000 ตัว (จำนวน 222 ครั้ง) ไปยังกว่า 10 ประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการรายงานพบการแพร่กระจายในปี 2560 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีที่มาและผู้เกี่ยวข้องหลายราย ไม่ว่าจะเป็นผู้เพาะเลี้ยง ผู้ครอบครอง และผู้ส่งออกรายต่างๆ รวมถึง ผู้ทำให้เกิดการแพร่ระบาด ด้วย
สำหรับประเด็นที่มีการชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า การส่งออกอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องชนิดปลานั้น เครือข่ายฯ มองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่ภาครัฐจะได้ทบทวนและอุดช่องโหว่ของระบบการตรวจสอบสัตว์น้ำก่อนส่งออกให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่ออธิบายให้สาธารณชนเข้าใจว่าเหตุใดความคลาดเคลื่อนนี้จึงเกิดขึ้นได้มากกว่า 200 ครั้งตลอดระยะเวลา 4 ปี ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการด่วนสรุปความผิดของกลุ่มบริษัทส่งออก แต่เป็นการร่วมมือกันค้นหาต้นตอเพื่อนำข้อมูลมาใช้เป็นบทเรียนในการบริหารจัดการทรัพยากรทางน้ำ และพัฒนาระบบการกำกับดูแลสัตว์น้ำของประเทศไทยให้มีมาตรฐานต่อไป
ศาลปกครองขีดเส้น 180 วัน รัฐเดินหน้าจัดการ-เยียวยาเกษตรกรควบคู่ไปกับการตื่นตัวของภาคประชาชน ด้านกระบวนการยุติธรรมได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานภาครัฐเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา (คดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567) สั่งการให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตามแผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2567-2570 อย่างเคร่งครัด โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาให้การปฏิบัติงานต่างๆ ต้องบรรลุผลภายใน 180 วัน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลเกษตรกรและประชาชนอย่างทันท่วงที ศาลได้มีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ออกประกาศกำหนดพื้นที่ในอำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินเฉพาะกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด.
民间团体披露,11家观赏鱼公司出口了超过30万条黑颏罗非鱼,并敦促政府调查其溯源系统,以提高系统透明度。他们指出,此事涉及多个利益相关方。与此同时,中央行政法院已作出裁决,要求政府机构在180天内解决该问题并恢复生态系统,并下令立即在沙没颂堪府设立灾区,以救济当地农民。
曼谷——黑颏罗非鱼的扩散问题再次受到关注,此前民间团体披露了关键信息,表明这种情况有多种来源,并涉及多人。
近日,环境民间社会组织“森林之声网络”主席柴帕·昌维莱先生向行政法院提交请愿书,要求调查政府机构在监管和发展进出口可追溯性系统方面的表现。
柴帕特先生透露,一个值得研究以完善系统的有趣统计数据是“出口路线”。数据显示,2013年至2016年间,11家观赏鱼公司向10多个国家出口了超过32万条鱼(分222批出货)。这发生在2017年疫情爆发之前。这些数据清楚地表明,疫情的源头和利益相关者众多,包括养殖户、持有者、各类出口商以及疫情的始作俑者。
针对此前因对鱼类品种的误解而导致的潜在出口差异问题,该网络认为这是政府审查并加强出口前水生动物检验制度漏洞的关键契机。这将有助于政府向公众解释为何在四年内出现超过200起此类差异。此举并非意在仓促认定出口企业的责任,而是希望通过合作调查根本原因,并将这些信息作为管理水生资源和在泰国建立更加标准化的水生动物监管体系的借鉴经验。
行政法院已设定180天期限,要求政府推进对农民的管理和补偿工作,并提高公众意识。司法程序也为政府机构制定了明确的指导方针。2026年9月8日,中央行政法院(案件编号:S.14/2567)裁定,农业与合作部下属渔业司及相关机构必须严格执行2024-2027年黑颏罗非鱼控制、预防、缓解和抑制繁殖的行动计划。法院设定180天期限,以确保水资源可持续恢复。
此外,为了及时帮助农民和公众,法院裁定,内政部长应指示沙没颂堪府府尹在最终判决后 90 天内,将安帕瓦县、沙没颂堪府府和邦孔蒂县的部分地区宣布为紧急救灾区,专门用于救济受灾民众。