พาณิชย์ นำ 20 เอกชนไทยบุกอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรสู่ตลาดโลก泰国商务部正带领 20 家泰国私营企业赴印度,向全球市场推广保健食品和草药产品。
"ศุภจี" นำทัพเอกชนไทยร่วมงาน Bharat Nutraverse Expo 2026 กรุงนิวเดลี ผนึกอินเดียผ่าน Co-Creation และ MOU สมุนไพรไทย ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพสู่สากล

“พาณิชย์” นำ 20 ผู้ประกอบการไทยบุกอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ–สมุนไพร–Nutraceutical ชู Co-Creation ไทย–อินเดีย ผนึกวัตถุดิบ–นวัตกรรม สร้างโอกาสสู่ตลาดโลก
พาณิชย์ดัน Co-Creation ไทย-อินเดีย ปักหมุดตลาดสุขภาพโลก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำผู้ประกอบการไทย 20 ราย ร่วมงาน Bharat Nutraverse Expo 2026 ณ กรุงนิวเดลี เปิด Thailand Pavilion นำเสนอศักยภาพไทยด้านสมุนไพร อาหารสุขภาพ Functional Food และ Nutraceutical เชื่อมโยงธุรกิจกับผู้ประกอบการอินเดีย ผลักดันความร่วมมือรูปแบบ Co-Creation นำวัตถุดิบ องค์ความรู้ และนวัตกรรมของสองประเทศมาต่อยอดสู่ตลาดโลก พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ระหว่าง SHEFEXIL–THIA เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
นางศุภจี กล่าวในงานว่า อินเดียมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรพืชสมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ด้านอายุรเวท ขณะที่ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ฐานการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่เข้มแข็ง รวมถึงความสามารถด้านนวัตกรรมอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และธุรกิจ Wellness จึงมีจุดแข็งที่สามารถเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการนำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน
“ไทยและอินเดียมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่สามารถเติมเต็มกันได้ การนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาเชื่อมโยงกัน จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพิ่มมูลค่า และขยายโอกาสไปสู่ตลาดโลก” นางศุภจีกล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการนำสินค้าไทยเข้ามาทำตลาดในอินเดีย แต่ต้องการนำผู้ประกอบการไทยเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางธุรกิจ (ecosystem) ของอินเดีย ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด ส่วนประกอบอาหาร การผลิต เทคโนโลยี ไปจนถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจในลักษณะ Co-Creation เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดไปยังตลาดประเทศที่สาม
“เป้าหมายของเราคือทำให้เกิดการทำงานร่วมกันจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะไทยไปอินเดีย แต่อินเดียก็สามารถมาประเทศไทยได้เช่นกัน นำสิ่งที่แต่ละประเทศมีมาต่อยอดร่วมกัน และสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมมือนี้ไปสู่ตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก”
ลงนาม MOU ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรสองชาติ
จากแนวคิดสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ นางศุภจีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Shellac & Forest Products Export Promotion Council (SHEFEXIL) ของอินเดีย ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมสินค้าพฤกษศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย กับสมาคม Thai Herbal Industry Association (THIA) โดยมี Dr. Debjani Roy กรรมการบริหาร SHEFEXIL และนายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนาม เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมสมุนไพรและ Nutraceutical ของสองประเทศ ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนานวัตกรรม การค้า และการลงทุน
นางศุภจี กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นการใช้กลไกความร่วมมือระหว่างสมาคมในห่วงโซ่อุปทานของสองประเทศ ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารทั้งความต้องการและกฎระเบียบมาตรฐานเป็นไปอย่างใกล้ชิด และนำไปสู่การปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น (Supply Chain Agility) ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการส่งเสริมการค้าที่จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐร่วมเอกชน เพื่อเป็น “สะพาน” เชื่อมภาคธุรกิจไทยและอินเดีย และวางพื้นฐานสำหรับการทำงานร่วมกันในระยะยาว ทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้า การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการพัฒนาความร่วมมือด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
“เราต้องการเห็นการนำสิ่งที่ไทยและอินเดียมีมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ปลายทาง ไม่ใช่เพียงการค้าระหว่างกัน แต่เป็นการร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ และเชื่อมโยงเข้าสู่ Global Supply Chain”
ชู 4 กลุ่มสินค้าไทย ปูทางเชื่อมโยง Global Supply Chain
หลังจากนั้น นางศุภจีได้เยี่ยมชม Thailand Pavilion ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการไทย 20 ราย เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรม ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ Functional Ingredients, Functional Food & Beverages, Supporting Industries และ Nutraceutical & Wellness Services มีทั้งผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตลอดจนบริการด้าน Wellness พร้อมพบปะและรับฟังศักยภาพของผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด
ภายหลังการเยี่ยมชม นางศุภจีกล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการอินเดียและผู้ซื้อจากประเทศอื่น ๆ โดยมีโอกาสนำวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของไทยมาผสมผสานกับองค์ความรู้และวัตถุดิบของอินเดีย เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่และต่อยอดไปยังตลาดประเทศที่สาม สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในตลาดสุขภาพและ Wellness ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมาก
“วันนี้เราเห็นตัวอย่างที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ สารสกัด และนวัตกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพ และหากเราเชื่อมโยงกับตลาดที่มีโอกาสสูงอย่างอินเดีย ก็สามารถสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยได้”
อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม
泰国商务部正带领 20 位泰国企业家前往印度,推广健康食品、草药产品和营养保健品,强调泰印两国合作,结合原材料和创新,在全球市场创造机遇。
泰国商务部正在推动泰国和印度之间的合作,以开拓全球健康市场。
印度副总理兼商务部长苏帕吉·苏达姆潘女士率领20位泰国企业家参加了在新德里举行的2026年印度国际营养博览会(Bharat Nutraverse Expo 2026)。她为泰国馆揭幕,展示了泰国在草药、保健食品、功能性食品和营养保健品领域的巨大潜力。此次博览会旨在促进泰国企业与印度企业家之间的合作,利用两国的原材料、知识和创新优势,共同开拓全球市场。她还见证了泰国食品出口促进局(SHEFEXIL)与泰国国际贸易促进局(THIA)签署合作备忘录,以加强双方在草药和保健品领域的合作。
苏帕吉女士在活动中指出,印度以其丰富的药用植物资源、生物多样性和阿育吠陀知识而著称,而泰国则拥有丰富的生物多样性、强大的农业和食品工业基础,以及在食品创新、产品开发和健康产业方面的能力。因此,这两个国家优势互补,尤其可以通过利用各自的资源和专业知识来创造附加值、开发新产品和服务,并共同强化价值链。
苏帕吉女士表示:“泰国和印度各有优势,但可以互补。结合两国的优势将有助于创造新产品和服务,增加价值,并拓展全球市场机遇。”
苏帕吉女士表示,她参与此次活动的目的不仅在于向印度市场推介泰国产品,更在于搭建泰国企业家与印度商业生态系统之间的桥梁,涵盖原材料、提取物、食品配料、生产制造、技术应用以及健康产品和服务等各个方面。其目标是促进各商业领域之间的合作,共同开发产品并拓展至第三国市场。
“我们的目标是建立真正的合作关系,不仅在泰国和印度之间,也在印度和泰国之间。我们可以发挥两国各自的优势,并将这种合作成果推向世界其他市场。”
签署谅解备忘录,以提升两国间的草药供应链。
从概念到具体合作,苏帕吉女士见证了印度虫胶及森林产品出口促进委员会(SHEFEXIL)与泰国草药工业协会(THIA)签署合作谅解备忘录(MOU)的仪式。SHEFEXIL是印度商务和工业部下属的植物产品推广机构。该备忘录由SHEFEXIL执行董事德布贾尼·罗伊博士和泰国工业联合会膳食补充剂产业组主席兼健康美容产业集群主席纳卡恩·塔维查瓦特先生签署。合作旨在促进两国草药和营养保健品产业的联系,包括知识交流、创新发展、贸易和投资。
苏帕吉女士表示,此次谅解备忘录的签署利用了两国供应链相关协会之间的合作机制。这将有助于加强双方在需求、法规和标准方面的信息交流,从而提高供应链的适应能力(供应链敏捷性)。这是促进贸易的又一机制,由公私合作模式驱动,旨在搭建连接泰印企业的“桥梁”,并为双方在贸易便利化、技术交流以及草药和保健品领域开展切实合作奠定基础。
“我们希望看到泰国和印度的优势相结合,从原材料到创新和成品,不仅通过贸易,而且通过共同创造新机遇和接入全球供应链。”
重点介绍 4 类泰国产品,为连接全球供应链铺平道路。
随后,苏帕吉女士参观了泰国馆。泰国国际贸易促进厅(DITP)在此邀请了20位泰国企业家,展示了他们在四大领域——功能性配料、功能性食品饮料、配套产业以及营养保健品和健康服务——的产品和创新成果。这些产品包括草药产品、天然提取物、健康食品饮料以及健康服务。她还有机会与这些泰国企业家面对面交流,了解他们的潜力。
访问结束后,苏帕吉女士表示,泰国企业家受到了印度企业家和其他国家买家的关注。这为将泰国原材料和产品与印度的知识和资源相结合,开发新产品并拓展第三国市场提供了契机。这也体现了泰国在健康和保健市场的巨大潜力,该市场具有显著的增长前景。
“今天我们看到了许多有趣的案例,包括天然原材料产品、提取物以及可以进一步共同开发的创新技术。这些都展现了泰国的潜力,如果我们能与印度等高潜力市场建立联系,就能为泰国企业家创造新的机遇。”
阅读更多关于“政府政策”的新闻。