สรุปจบ "หมอโวยพยาบาล" จากปกป้องคนไข้ สู่ดราม่าไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน总而言之,“医生与护士对峙”事件从保护病人升级为对同事不尊重的闹剧。
สรุปเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียล เมื่อคลิปวิดีโอ "หมอโวยพยาบาล" ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ จากเจตนาปกป้องคนไข้จนได้รับเสียงปรบมือ สู่ดราม่าไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน

สรุปเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียล เมื่อคลิปวิดีโอ "หมอโวยพยาบาล" ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ จากเจตนาปกป้องคนไข้จนได้รับเสียงปรบมือ สู่ดราม่าวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน
จุดเริ่มต้น "หมอโวยพยาบาล" จนกลายดราม่าดัง
ช่วงเที่ยงของวันที่ 8 กันยายน 2569 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะ "คุณหมอ" กำลังโวยวายพยาบาล เนื่องจากตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ในระบบ ซึ่งในคลิปคุณหมอยังได้ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับด้านฟิล์มเอกซเรย์ที่ทำงานล่าช้า จนปล่อยให้ผู้ป่วยต้องนั่งรอหน้าห้องตรวจตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยง เพราะหมอไม่สามารถตรวจได้ โดยในคลิปพยาบาลที่อยู่บริเวณหน้าห้องตรวจ ได้พยายามโทรหาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายเรื่องฟิล์มเอกซเรย์ที่ล่าช้า โดยมีคุณหมอยื่นไมโครโฟนให้พูด เพื่อให้คนไข้ที่มานั่งรอตรวจได้ฟัง ด้านเจ้าของโพสต์ ได้เขียนข้อความอธิบายว่า "เมื่อคุณหมอตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะในระบบไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ให้คุณหมอ ได้นัดเจ้าหน้าที่มาตั้งแต่เช้า จะเที่ยงแล้วก็ไม่มีใครมา อ้างว่าอยู่อีกจังหวัด ประชาชนต้องมานั่งรอเพราะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณหมอที่ออกมาปกป้องประชาชนมากครับ" แต่หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการกระทำของคุณหมอ แม้จะมีเจตนาต้องการปกป้องคนไข้ก็ตาม สำหรับ คุณหมอคนดังกล่าว พบว่าเป็น "นายแพทย์" รักษาด้านสมองชื่อดังของ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช
ช่วงเที่ยงของวันที่ 8 กันยายน 2569 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะ "คุณหมอ" กำลังโวยวายพยาบาล เนื่องจากตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ในระบบ
ซึ่งในคลิปคุณหมอยังได้ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับด้านฟิล์มเอกซเรย์ที่ทำงานล่าช้า จนปล่อยให้ผู้ป่วยต้องนั่งรอหน้าห้องตรวจตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยง เพราะหมอไม่สามารถตรวจได้
โดยในคลิปพยาบาลที่อยู่บริเวณหน้าห้องตรวจ ได้พยายามโทรหาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายเรื่องฟิล์มเอกซเรย์ที่ล่าช้า โดยมีคุณหมอยื่นไมโครโฟนให้พูด เพื่อให้คนไข้ที่มานั่งรอตรวจได้ฟัง
ด้านเจ้าของโพสต์ ได้เขียนข้อความอธิบายว่า "เมื่อคุณหมอตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะในระบบไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ให้คุณหมอ ได้นัดเจ้าหน้าที่มาตั้งแต่เช้า จะเที่ยงแล้วก็ไม่มีใครมา อ้างว่าอยู่อีกจังหวัด ประชาชนต้องมานั่งรอเพราะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณหมอที่ออกมาปกป้องประชาชนมากครับ"
แต่หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการกระทำของคุณหมอ แม้จะมีเจตนาต้องการปกป้องคนไข้ก็ตาม
สำหรับ คุณหมอคนดังกล่าว พบว่าเป็น "นายแพทย์" รักษาด้านสมองชื่อดังของ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช
รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขอชี้แจงดราม่า
ต่อมา รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นจากคลิปดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "โรงพยาบาลย้ายข้อมูลภาพ X Ray จาก data center เก่าไปยัง Data center ใหม่ ย้ายได้ 5 ปี (2022-2026) จากปัจจุบันข้อมูลอื่นๆ เช่นประวัติ lab อื่นๆ สามารถดูข้อมูลได้เป็นปกติ และถ้าแพทย์ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 6 ปี แพทย์สามารถเข้าดูได้ผ่านระบบเดิม (ยังไม่ลบใน data center เก่า) โดยดูจากโปรแกรม Soli PACS เนื่องจากยังมีข้อมูลเดิมอยู่ ยังไม่ได้ลบ และมีห้องทะเบียนเอกซเรย์เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อขอข้อมูลได้" รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ยังได้สรุปอีกว่า 1. สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ 6 ปี ในฐานข้อมูลใหม่ 2. หากต้องการดูมากกว่า 5 ปี ที่ยังไม่ย้ายสามารถเข้าไปทางเก่าได้
ต่อมา รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นจากคลิปดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "โรงพยาบาลย้ายข้อมูลภาพ X Ray จาก data center เก่าไปยัง Data center ใหม่ ย้ายได้ 5 ปี (2022-2026) จากปัจจุบันข้อมูลอื่นๆ เช่นประวัติ lab อื่นๆ สามารถดูข้อมูลได้เป็นปกติ และถ้าแพทย์ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 6 ปี แพทย์สามารถเข้าดูได้ผ่านระบบเดิม (ยังไม่ลบใน data center เก่า) โดยดูจากโปรแกรม Soli PACS เนื่องจากยังมีข้อมูลเดิมอยู่ ยังไม่ได้ลบ และมีห้องทะเบียนเอกซเรย์เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อขอข้อมูลได้"
รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ยังได้สรุปอีกว่า 1. สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ 6 ปี ในฐานข้อมูลใหม่ 2. หากต้องการดูมากกว่า 5 ปี ที่ยังไม่ย้ายสามารถเข้าไปทางเก่าได้
เจ้าของโพสต์ ยืนยันไม่มีโจมตีคุณหมอ-พยาบาล
คุณรัฐภัทร์ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้โพสต์โจมตีคุณหมอหรือพยาบาล มองว่าหน่วยงานซัปพอร์ตหมอพยาบาลควรทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ ผอ.รพ. ควรลงมาจัดระบบให้ดีกว่านี้ เจ้าของโพสต์เล่าต่ออีกว่า ตอนนั้นคนไข้ปรบมือให้คุณหมอจำนวนมาก เพราะช่วยสื่อสารกับคนไข้ให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนในโซเชียลที่มีคนออกมาต่อว่าคุณหมอเยอะ เข้าใจว่าเพราะไม่ได้ฟัง ไม่ได้อ่านข้อความจึงเข้าใจไปเองว่าคุณหมอผิด ทั้งที่จริงๆ คุณหมอแค่เสียงดัง ใช้น้ำเสียงดุดัน ยืนยันลงคลิปเพื่อชื่นชมคุณหมอ อยากให้คนที่เกี่ยวข้องมาช่วยคุณหมอและพยาบาล ต่อมา มีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพยาบาลภายใน รพ. บางกลุ่มเริ่มไม่พอใจพฤติกรรมหมอคนดังกล่าว ที่มีการเอะอะโวยวายตำหนิประจานพยาบาลหน้าห้องตรวจอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้ป่วยและญาติๆ จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติพยาบาล น่าจะคุยกันดีๆ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาจากระบบที่เกิดขึ้น
คุณรัฐภัทร์ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้โพสต์โจมตีคุณหมอหรือพยาบาล มองว่าหน่วยงานซัปพอร์ตหมอพยาบาลควรทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ ผอ.รพ. ควรลงมาจัดระบบให้ดีกว่านี้
เจ้าของโพสต์เล่าต่ออีกว่า ตอนนั้นคนไข้ปรบมือให้คุณหมอจำนวนมาก เพราะช่วยสื่อสารกับคนไข้ให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนในโซเชียลที่มีคนออกมาต่อว่าคุณหมอเยอะ เข้าใจว่าเพราะไม่ได้ฟัง ไม่ได้อ่านข้อความจึงเข้าใจไปเองว่าคุณหมอผิด ทั้งที่จริงๆ คุณหมอแค่เสียงดัง ใช้น้ำเสียงดุดัน ยืนยันลงคลิปเพื่อชื่นชมคุณหมอ อยากให้คนที่เกี่ยวข้องมาช่วยคุณหมอและพยาบาล
ต่อมา มีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพยาบาลภายใน รพ. บางกลุ่มเริ่มไม่พอใจพฤติกรรมหมอคนดังกล่าว ที่มีการเอะอะโวยวายตำหนิประจานพยาบาลหน้าห้องตรวจอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้ป่วยและญาติๆ จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติพยาบาล น่าจะคุยกันดีๆ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาจากระบบที่เกิดขึ้น
ผอ.โรงพยาบาล ขอโทษประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าระบบโรงพยาบาลไม่ได้ล่ม ระบบดูแลผู้ป่วยปกติ สามารถดูแลผู้ป่วยได้ ดูแล็บผู้ป่วยได้ ดูข้อมูลได้เกือบทุกอย่าง ส่วนประเด็นคลิปเมื่อวาน คุณหมอเขาก็มีความตั้งใจดีที่จะตรวจคนไข้ แต่เนื่องจากเรากำลังย้ายข้อมูลจากฐานระบบเก่าไประบบใหม่ ซึ่งมีเยอะมากต้องใช้เวลา แต่ก็สามารถดูทั้งใหม่และเก่าได้เลย ไม่ได้มีปัญหาในการดูภาพเอกซเรย์ เพียงแต่อาจจะมีการเข้าไปไม่ถูก ก็เลยหาไม่เจอ หลังจากคุยกันในภาพรวม คุณหมอและพยาบาลก็เข้าใจว่าระบบเก่าก็สามารถเข้าเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่ได้ล่ม และมีประกาศแจ้งทุกหน่วยงานเรื่องการใช้ระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้ากันถูก ผอ. เผยอีกว่า เข้าใจว่าคุณหมอก็ปรารถนาดี อยากทำงานรวดเร็ว และการทำงานแบบนี้ จริงๆ ก็มีวิธีการแก้ปัญหาหรือประสานงานแบบมืออาชีพ ที่สามารถสื่อสารขอความช่วยเหลือได้อย่างมืออาชีพ ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างหมอกับพยาบาล ได้มีการพูดคุยเข้าใจกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าทำงานรักษาประชาชนกันอย่างเต็มที่ต่อไป ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องขอโทษประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าระบบโรงพยาบาลไม่ได้ล่ม ระบบดูแลผู้ป่วยปกติ สามารถดูแลผู้ป่วยได้ ดูแล็บผู้ป่วยได้ ดูข้อมูลได้เกือบทุกอย่าง
ส่วนประเด็นคลิปเมื่อวาน คุณหมอเขาก็มีความตั้งใจดีที่จะตรวจคนไข้ แต่เนื่องจากเรากำลังย้ายข้อมูลจากฐานระบบเก่าไประบบใหม่ ซึ่งมีเยอะมากต้องใช้เวลา แต่ก็สามารถดูทั้งใหม่และเก่าได้เลย ไม่ได้มีปัญหาในการดูภาพเอกซเรย์ เพียงแต่อาจจะมีการเข้าไปไม่ถูก ก็เลยหาไม่เจอ
หลังจากคุยกันในภาพรวม คุณหมอและพยาบาลก็เข้าใจว่าระบบเก่าก็สามารถเข้าเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่ได้ล่ม และมีประกาศแจ้งทุกหน่วยงานเรื่องการใช้ระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้ากันถูก
ผอ. เผยอีกว่า เข้าใจว่าคุณหมอก็ปรารถนาดี อยากทำงานรวดเร็ว และการทำงานแบบนี้ จริงๆ ก็มีวิธีการแก้ปัญหาหรือประสานงานแบบมืออาชีพ ที่สามารถสื่อสารขอความช่วยเหลือได้อย่างมืออาชีพ
ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างหมอกับพยาบาล ได้มีการพูดคุยเข้าใจกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าทำงานรักษาประชาชนกันอย่างเต็มที่ต่อไป ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องขอโทษประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
รีแอ็กชันหลังดราม่า "หมอโวยพยาบาล" จากวงการแพทย์
มีคุณหมอหลายท่าน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดราม่าดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ย้ำว่า "พยาบาล คือเพื่อนคนสำคัญของแพทย์" "กรมการแพทย์" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ขอส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของการให้เกียรติ ความเคารพ และความเท่าเทียม เพราะแม้เราจะมีบทบาทและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือสุขภาพที่ดีของประชาชน" นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝากความห่วงใยถึงทั้งแพทย์และพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน โดยขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เข้าใจดีว่าการให้บริการสาธารณสุขในโรงพยาบาลมีภาวะความกดดันและความเครียดสูงจากปริมาณผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก.
มีคุณหมอหลายท่าน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดราม่าดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ย้ำว่า "พยาบาล คือเพื่อนคนสำคัญของแพทย์"
"กรมการแพทย์" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ขอส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของการให้เกียรติ ความเคารพ และความเท่าเทียม เพราะแม้เราจะมีบทบาทและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือสุขภาพที่ดีของประชาชน"
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝากความห่วงใยถึงทั้งแพทย์และพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน โดยขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เข้าใจดีว่าการให้บริการสาธารณสุขในโรงพยาบาลมีภาวะความกดดันและความเครียดสูงจากปริมาณผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก.
总而言之,社交媒体上广泛讨论的这则故事始于一段名为“医生与护士对峙”的视频片段,该片段最初显示医生意在保护病人并赢得了掌声,但最终却演变成一场因不尊重同事而受到批评的闹剧。
事件起因是一名医生和一名护士发生争执,随后事态升级为一场重大冲突。
2026年9月8日中午前后,一位Facebook用户发布了一段视频,视频中一位医生因系统缺少X光片而无法为病人进行检查,并与一名护士发生争执。视频中,这位医生还批评了医院工作人员和X光团队的延误,导致病人从早上一直等到快中午才离开诊室。视频中可以看到,医生递给一名护士一个麦克风,让她发言,以便让等待的病人也能听到。发帖人解释说:“医生无法为病人进行检查,因为系统里没有X光片。他早上就和一位工作人员预约了,但现在快中午了,却没有人来,他们声称自己在另一个省份。公众因此不得不等待。感谢这位医生维护了公众的利益。”这段视频在网上迅速传播,引发了关于这位医生行为的辩论和愤怒,即使他的本意是为了保护病人。涉事医生已被确认为玛哈拉吉那空是贪玛叻医院的一位知名神经科医生。
2026 年 9 月 8 日中午左右,一位 Facebook 用户发布了一段视频片段,视频中一名医生与一名护士发生争执,因为系统中缺少 X 光片,他们无法检查病人。
视频中,这位医生还批评了医院工作人员和X光团队工作效率低下,导致病人从早上一直等到快中午才轮到他检查,因为医生无法为他们进行检查。
视频中,一名护士站在检查室外,试图联系相关工作人员,解释X光片延误的原因。随后,一名医生递给她一个麦克风,让她可以讲话,以便等待检查的病人也能听到。
发帖人解释说:“由于系统里没有X光片,医生无法给病人检查。我们早上就和一位工作人员约好了,现在都快中午了,但还没人来。他们说去了另一个省。因为这位工作人员缺勤,公众不得不等待。感谢医生保护了公众。”
然而,这段视频发布后,在网上引起了热议,有人赞同医生的做法,也有人反对,即使他的本意是为了保护病人。
经确认,涉事医生是玛哈拉吉那空是贪玛叻医院的一位著名神经科医生。
Maharaj Nakorn Si Thammarat 医院希望澄清此次争议。
随后,玛哈拉吉那空是贪玛叻医院在Facebook上发布声明,澄清了该视频片段的内容,声明称:“医院已将X光影像数据从旧数据中心迁移至新数据中心。此次迁移有效期为5年(2022-2026年)。目前,其他数据,例如化验记录,均可正常访问。如果医生需要查看6年前的数据,可以通过旧系统(旧数据中心的数据并未删除)使用Soli PACS程序访问,因为旧数据仍然存在。此外,医院还设有X光登记室,方便患者联系工作人员查询信息。” 玛哈拉吉那空是贪玛叻医院进一步总结道:1. 过去6年的数据可在新数据库中访问。2. 如果需要访问5年前尚未迁移的数据,可通过旧系统访问。
随后,玛哈拉吉那空是贪玛叻医院在Facebook上发布声明澄清该视频片段,声明中写道:“医院已将X光影像数据从旧数据中心迁移至新数据中心。此次迁移将持续5年(2022-2026年)。目前,其他数据,例如化验记录,均可正常访问。如果医生需要查看6年前的数据,他们可以通过旧系统(数据并未从旧数据中心删除)使用Soli PACS程序访问,因为旧数据仍然存在且未被删除。此外,医院还设有X光影像登记室,医生可以在那里与工作人员联系以获取此类信息。”
玛哈拉杰那空是贪玛叻医院还总结道:1. 新数据库中可以查看过去6年的数据。2. 如果您需要查看5年前尚未迁移的数据,可以通过旧数据库访问。
海报证实,没有发生针对医生或护士的袭击事件。
发帖人拉塔帕特先生证实,他发帖并非意在攻击医生或护士。他认为,医生和护士的后勤部门应该更好地履行职责,医院院长应该监督整个系统,以改进现状。他还解释说,许多患者都称赞医生帮助他们理解了病情。对于社交媒体上对医生的诸多批评,他理解人们误解了,因为他们没有听到或看到相关信息,导致他们误以为是医生的错,而实际上,医生只是提高了音量,语气比较严厉。他重申,他发布视频是为了赞扬医生,并鼓励相关部门帮助医生和护士。之后有报道称,医院里的一些护士对医生的行为感到不满,特别是他对护士大声呵斥,并在众多患者及其家属面前公开羞辱护士的行为。她们认为这种行为很不尊重人,并认为更具建设性的对话才是解决系统性问题的更好方法。
发帖人拉塔帕特先生证实,他发帖并非意在攻击医生或护士。他认为,为医生和护士提供支持的机构应该更好地履行职责,医院院长应该监督整个系统,以提高效率。
海报还解释说,许多患者对医生帮助他们了解病情表示赞赏。
针对社交媒体上针对这位医生的诸多批评,我理解这是因为人们没有认真听取或阅读相关信息,误以为是医生的错。事实上,这位医生只是提高了音量,语气比较严厉。我在此声明,我发布这段视频是为了赞扬这位医生,并鼓励相关人员帮助这位医生和护士。
随后,更多报道指出,医院内一些护士对该医生的行为感到不满。她们认为,医生当着众多患者及其家属的面大声斥责并公开羞辱护士,这种行为极其不尊重人。她们觉得,如果能进行更具建设性的对话,或许能更好地通过对话解决这一系统性问题。
医院院长就所发生的事情向公众道歉。
最近,在2026年9月9日下午1点30分,玛哈拉吉那空是贪玛叻医院院长吉拉万·阿拉亚蓬博士召开新闻发布会,就此事作出说明。她确认医院系统并未崩溃;患者护理系统运行正常,患者护理、化验结果以及几乎所有患者数据的访问均正常。关于昨天的视频,她表示,医生在检查患者时出于好意,但由于数据量巨大,从旧系统迁移到新系统需要时间。然而,新旧系统均可访问,查看X光片也没有问题;医生可能只是通知了正确的访问入口。经过充分讨论,医生和护士都明白旧系统仍然可以像以前一样访问。她重申系统并未崩溃,并且已向所有部门发布了系统使用方面的通知,大多数部门都理解了相关流程。院长进一步解释说,她理解医生的良好意愿和尽快完成工作的愿望,并表示医院已做好充分的专业问题解决和协调工作。关于医生和护士之间的冲突,她表示双方已通过沟通解决,目前没有其他问题。各方将继续尽心尽力为公众服务。医院就此次事件向公众致歉。
最近一次是在2026年9月9日下午1点30分,玛哈拉吉那空是贪玛叻医院院长吉拉万·阿拉亚蓬博士召开新闻发布会,就此次事件作出说明。她确认医院系统并未崩溃;患者护理系统运行正常,患者护理信息、化验结果以及几乎所有数据均可访问。
关于昨天的视频片段,医生检查病人是出于好意。但是,我们正在将数据从旧系统迁移到新系统,数据量很大,需要一些时间。不过,您仍然可以查看新旧数据;查看X光片没有问题。只是部分用户可能没有访问正确的位置,所以才找不到这些图像。
经过一番讨论,医生和护士们了解到旧系统仍然可以像以前一样访问。他们确认系统没有崩溃,并且已向所有科室发布了系统使用说明,大多数人都能正确访问。
导演进一步透露,他理解医生是出于好意,想尽快完成工作,而且这类工作确实有专业的方式来解决问题和进行协调,包括专业地沟通和请求帮助。
关于医护人员之间的冲突,各方已进行讨论并达成谅解,目前已无其他问题。所有相关人员将继续尽心尽力为公众提供医疗服务。医院就此事向公众致歉。
“医生对护士大吼”事件后医学界的反应。
许多医生就这场争议发表了看法,其中大多数强调“护士是医生的重要同事”。卫生服务部在脸书上发文称:“我们倡导并支持基于尊重、荣誉和平等的合作。尽管我们角色和专长不同,但我们拥有共同的目标:公众的健康。”公共卫生部长帕塔纳·普罗姆帕特也表达了对医生和护士的关心,敦促他们体谅他人、富有同理心,理解医院里由于患者众多,提供医疗服务会面临巨大的压力。
许多医生都发表了评论,表达了他们对这场争议的看法,其中大多数强调“护士是医生的重要朋友”。
医疗服务部在脸书上发布消息称:“我们鼓励并支持基于尊重、荣誉和平等的合作。尽管我们角色和专业知识不同,但我们拥有共同的目标:公众的健康。”
公共卫生部长帕塔纳·普罗姆帕特先生对值班的医生和护士表示关切,敦促他们彼此体谅、互相关怀。他承认,由于患者众多,医院提供医疗服务会面临巨大的压力。