GAC Thailand ฉลองครบรอบ 3 ปี เดินหน้าฐานการผลิต ตอกย้ำความแข็งแกร่งไทย广汽泰国庆祝成立三周年,扩大生产基地,巩固在泰国的市场地位。
GAC Thailand ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งความไว้วางใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งระดับโลก เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรในประเทศไทย

GAC Thailand ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งความไว้วางใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งระดับโลก เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรในประเทศไทย
GAC Group หรือ Guangzhou Automobile Group ระบุว่า ความสำเร็จของ GAC ในประเทศไทย ถือเป็นส่วนต่อขยายจากความยิ่งใหญ่ของแบรนด์บนเวทีโลก โดย GAC Group เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในทำเนียบ Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 14 ปี และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วย
โดยยอดการผลิตสะสมทะลุ 30 ล้านคันภายในเวลาเพียง 29 ปี ซึ่งถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่บรรลุเป้าหมายนี้ได้รวดเร็วที่สุด GAC มีศูนย์กระจายสินค้าและการให้บริการกว่า 3,200 แห่งทั่วโลก โดยขยายการเติบโตครอบคลุมตลาดกว่า 110 ประเทศและภูมิภาค
บริษัทยังมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีศูนย์ R&D 4 แห่ง และเครือข่ายบุคลากรด้าน R&D มากกว่า 6,800 คน จาก 15 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการมีโรงงานมากกว่า 20 แห่งทั่วโลก
รากฐานนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก (JV Tech Heritage)
รากฐานความสำเร็จอันมั่นคงและคุณภาพระดับโลกของ GAC เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ผ่านการร่วมทุน (Joint Venture) และทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Honda (GAC Honda) และ Toyota (GAC Toyota)
โดยความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ การผลิต และมาตรฐานคุณภาพระดับสากลให้กับ GAC และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้มาตรฐานการพัฒนารถยนต์ของ GAC ก้าวสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง และเป็นจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลกเสมอมา
กลยุทธ์ ONE GAC การผสานความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อผู้บริโภค
ทิศทางการเติบโตของ GAC ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ ONE GAC 2.0 ซึ่งได้ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show กลยุทธ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงปรัชญาการทำงานที่ว่า "In Local, For Local, Integrated Locally, Serving Locally, Contributing Locally" เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้เข้ากับแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง GAC มุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพล เป็นพันธมิตรที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและพึ่งพาได้สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก
ก้าวสำคัญแห่งความสำเร็จของ GAC ตลอด 3 ปี ในประเทศไทย
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย GAC Thailand ได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ โดยมีตัวเลขความสำเร็จที่สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน ดังนี้
ยอดจดทะเบียนสะสม GAC ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมสูงถึง 34,898 คัน (นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 2023 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569) เครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุม ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างรวดเร็วถึง 73 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและบริการที่เข้าถึงง่าย ศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง โดยมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุดถึง 50,000 คันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เดินหน้าขยายสถานีชาร์จทั้งในรูปแบบการลงทุนเองและร่วมมือกับพันธมิตร รวมกว่า 300 แห่ง พร้อมให้บริการหัวชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC Fast Charge) มากกว่า 1,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ
ยอดจดทะเบียนสะสม GAC ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมสูงถึง 34,898 คัน (นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 2023 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569)
เครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุม ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างรวดเร็วถึง 73 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและบริการที่เข้าถึงง่าย
ศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง โดยมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุดถึง 50,000 คันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก
การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เดินหน้าขยายสถานีชาร์จทั้งในรูปแบบการลงทุนเองและร่วมมือกับพันธมิตร รวมกว่า 300 แห่ง พร้อมให้บริการหัวชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC Fast Charge) มากกว่า 1,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ
ปี 2023 GAC เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
GAC เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2023 ด้วยการแนะนำ GAC AION Y Plus รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาด และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน บริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ EVme Plus และ Gold Integrate เพื่อเปิดตัว GAC AION ES ซีดานไฟฟ้าที่เจาะกลุ่มเป้าหมายรถแท็กซี่และฟลีทบริการสาธารณะ นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างระบบนิเวศการขนส่งพลังงานสะอาดในไทย
ปี 2024 ปักหลักฐานการผลิต และเปิดตัวแบรนด์ลักชัวรี HYPTEC
ปีที่ 2 ของ GAC ในประเทศไทย คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนกรกฎาคม 2024 ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่แห่งแรกนอกประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง (พื้นที่ EEC) ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 20,000 คันต่อปี
และมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุด 50,000 คันต่อปี เพื่อเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับการจำหน่ายในประเทศและการส่งออก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวศูนย์ฝึกอบรม GAC Thailand Training Center เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2024 GAC ได้บุกตลาดพรีเมียมด้วยการเปิดตัว GAC HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรู ที่โดดเด่นด้วยระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กิโลเมตร สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V และกำลังชาร์จสูงสุด 280 kW ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง GAC Thailand, GAC Energy และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในช่วงปลายปี
เพื่อพัฒนาและขยายโครงข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก่อนจะขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนด้วยการเปิดตัว GAC AION V 602 Luxury เอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับดีไซน์สไตล์ Boxy สุดล้ำอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ด้วยผลการประเมินระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP
ขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ รุกตลาดแมส และเดินหน้าการผลิตในประเทศ
พัฒนาการของ GAC ในประเทศไทยดำเนินมาถึงจุดก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ในช่วงไตรมาสแรกถึงกลางปี 2025 โรงงานประกอบรถยนต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ได้เริ่มเดินสายพานการผลิตรถยนต์แบบประกอบในประเทศ (CKD) อย่างเต็มรูปแบบ
การเดินเครื่องผลิตในประเทศนี้ ไม่เพียงแต่สอดรับกับเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GAC ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพในการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าชาวไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปี 2025 ยังถือเป็นปีแห่งการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง (Mass Market) อย่างแท้จริง โดยมีการทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนด้วยการเปิดตัว GAC AION UT รถยนต์แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดคอมแพกต์ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย (Stylish Smart Compact Hatchback) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความคล่องตัวในการใช้งาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบครบครัน
จากนั้นในเดือนสิงหาคม GAC เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์พลังงานทางเลือก ด้วยการเปิดตัว GAC M8 PHEV รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรีขุมพลัง Plug-in Hybrid ซึ่งเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ MPV พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ตัวรถผสานความหรูหราเหนือระดับเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน ADIMOTION PHEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง
ปี 2026 ต่อยอดความสำเร็จตลอด 3 ปี พร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนกลยุทธ์ Thailand Action 2.0
หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 GAC ให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นใจและมอบความคุ้มค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้าชาวไทย ผ่านการประกาศกลยุทธ์ Thailand Action 2.0 ในงาน Motor Show 2026 (เดือนมีนาคม)
พร้อมเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดตัว GAC AION V 500 Premium รุ่นย่อยใหม่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ GAC ได้เดินหน้าแก้ปัญหา (Pain Point) และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์บริการ GAC CARE และโครงการ GAC Easy Trade-in (แคมเปญนำรถเก่าแลกรถใหม่)
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา GAC เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) ภายใต้แนวคิด SMART LUXURY FOR EXECUTIVES เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC)
ห้องโดยสารสะท้อนความหรูหราและสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส ด้วยเบาะนั่งแถวสองแบบ Dual Zero-Gravity ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมฟังก์ชันผ่อนคลาย ผสานมิติเสียงสมจริงรอบทิศทางจากระบบเสียงระดับพรีเมียม YAMAHA 16 ลำโพง เพื่อมอบความเงียบสงบและสุนทรียภาพสูงสุดตลอดทุกการเดินทาง
ทั้งนี้จากความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ที่ครบวงจรในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างผู้บริโภคและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นพันธมิตรด้านยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว
广汽泰国庆祝成立3周年,巩固其全球实力,并继续在泰国构建完善的新能源汽车生态系统。
广汽集团(或称广州汽车集团)表示,其在泰国的成功是该品牌在全球舞台上卓越地位的延伸。广汽集团已连续14年位列《财富》世界500强,这一成就创造了历史。
广汽集团在短短 29 年内累计产量超过 3000 万辆,成为中国汽车品牌中增长速度最快的品牌。广汽集团在全球拥有超过 3200 个分销和服务中心,业务拓展至 110 多个国家和地区。
该公司还投资超过 77 亿美元用于研发,在全球 15 个国家设有 4 个研发中心和 6800 多名研发人员,并在全球拥有 20 多个制造工厂。
世界一流汽车创新的基石(JV Tech Heritage)
广汽集团的成功基础和世界一流的品质源于与本田(广汽本田)和丰田(广汽丰田)等全球领先的汽车公司通过合资和合作积累的经验。
此次合作增强了广汽在管理、生产和国际质量标准方面的知识和经验,是推动广汽汽车发展迈向真正全球化水平的关键驱动力,也是广汽持续赢得全球消费者信赖的优势所在。
大江集团一体化战略:整合一切,服务消费者。
广汽集团的增长轨迹以“ONE GAC 2.0”愿景为驱动,该愿景已在曼谷国际车展上于泰国正式发布。这一战略强调“立足本地、服务本地、本地化、本地化、本地化贡献”的经营理念,旨在实现深度区域一体化。广汽集团致力于成为具有全球影响力的汽车品牌,成为全球消费者值得信赖的高品质合作伙伴。
这是广汽集团过去三年在泰国取得成功的一个重要里程碑。
广汽泰国在泰国的运营历程中,已建立起坚实的基础,并在各个方面都实现了快速增长,其成功数据清楚地反映了泰国消费者对其的信任,具体如下:
广汽集团累计注册量数据充分体现了泰国消费者的信赖,自2023年进入泰国市场至2026年8月,累计注册车辆达34,898辆。完善的服务网络迅速扩展,73家经销商和服务中心覆盖全国40个府,为客户提供安心便捷的服务。强大的生产能力得益于泰国已全面投产的制造工厂,年产能高达5万辆,足以满足国内外市场需求。此外,能源基础设施的扩建也十分显著,通过自主投资和合作建设,已建成300多个充电站,在全国范围内提供超过1,000个直流快充接口。
广汽集团的累计注册量表明了泰国消费者的信任,自 2023 年进入泰国市场到 2026 年 8 月,累计注册车辆达 34,898 辆。
庞大的服务网络迅速扩展了其经销商和服务中心网络,目前已覆盖全国 40 个省份,拥有 73 个分支机构,为客户提供安心便捷的服务。
强大的生产能力:泰国汽车制造厂满负荷运转,最大年产能可达 5 万辆,以满足国内和出口市场的需求。
能源基础设施的扩张仍在继续,通过自有投资和合作,新增了 300 多个充电站,使全国直流快速充电点超过 1000 个。
2023年,广汽集团正式进入泰国市场。
广汽集团于2023年9月正式进入泰国市场,并推出了首款纯电动汽车GAC AION Y Plus,该车型一经上市便获得了泰国消费者的热烈反响。同年11月,广汽集团宣布与EVme Plus和Gold Integrate达成战略合作,共同推出面向出租车和公共交通车队的纯电动轿车GAC AION ES。此举标志着广汽集团在泰国清洁能源交通生态系统建设方面迈出了重要一步。
2024年,生产线建成投产,奢侈品牌HYPTEC正式推出。
广汽集团在泰国的第二年主要致力于夯实基础。2024年7月,其在中国以外的首家新能源汽车制造厂在罗勇府阿玛塔城工业园区(东部经济走廊区域)正式投产,初期年产能为2万辆。
该工厂年产能最大可达 5 万辆,是面向国内销售和出口的右舵车生产基地,同时还成立了广汽泰国培训中心,以提升泰国新能源汽车行业人员的专业技能。
此外,2024年8月,广汽集团进军高端市场,推出豪华电动SUV GAC HYPTEC HT,该车型最大续航里程达620公里,采用800V电气架构,最大充电功率达280千瓦。同年年底,广汽泰国、广汽能源和泰国省电力局(PEA)签署谅解备忘录,进一步巩固了广汽集团对基础设施建设的承诺。
在泰国发展和扩大电动汽车充电站网络之后,GAC AION V 602 Luxury 将于 11 月推出,进一步扩大产品组合。这是一款 100% 纯电动 SUV,拥有独特的未来主义方正设计、宽敞的内部空间以及世界一流的安全标准,获得了 Euro NCAP 和 ANCAP 的 5 星评级。
扩大产品线,瞄准大众市场,继续在国内生产。
广汽集团在泰国的业务发展取得了显著进展。从第一季度到2025年年中,位于罗勇府阿玛塔城工业园区的整车组装厂已开始全面进行本地化整车组装(CKD)。
启动国内生产不仅符合政府支持使用电动汽车的措施,也强化了广汽集团致力于升级泰国汽车产业供应链的承诺,同时提高了向泰国客户更快、更高效地交付车辆的能力。
2025年也是广汽集团积极拓展产品线的一年,旨在真正满足大众市场的需求,一系列新车的推出在市场上引起了轰动。这一战略始于6月推出的GAC AION UT,这是一款设计时尚现代的紧凑型电动两厢车,旨在吸引那些追求兼具设计感、科技感和操控灵活性,并拥有全面智能功能的现代电动汽车消费者。
随后,在8月份,广汽集团进一步拓展了其新能源汽车产品线,推出了豪华插电式混合动力MPV——广汽M8 PHEV。这款车型完善了泰国新能源MPV市场,将卓越的豪华配置与ADIMOTION PHEV动力系统技术相结合,带来平顺且燃油经济的驾驶体验,满足了追求极致出行体验的高管和现代家庭的需求。
2026 年,在前三年成功的基础上,迈入第四年,我们将提升客户体验,推进泰国行动 2.0 战略。
广汽集团在泰国运营三年后,始终致力于不断提升消费者体验。2026年,广汽集团的首要任务是为泰国消费者建立长期的信任和价值,这一目标已通过其在2026年车展(3月)上发布的“泰国行动2.0”战略得以实现。
广汽集团致力于全面升级产品、服务和客户体验,推出全新广汽AION V 500 Premium车型,价格更具竞争力。更重要的是,广汽集团通过推出广汽CARE服务品牌和广汽轻松置换计划(允许客户以旧换新),解决泰国客户的痛点,让他们安心无忧。
最近,在2026年8月,广汽集团继续拓展其产品阵容,推出了广汽GN8 PHEV,这是一款以“智能豪华行政用车”为理念的高端插电式混合动力MPV,旨在真正满足现代高管和家庭的需求。其纯电续航里程可达120公里(NEDC标准),综合续航里程可达1032公里(WLTC标准)。
车厢体现了头等舱的奢华与舒适,配备符合人体工程学设计的双零重力第二排座椅,带有放松功能,并结合了高级 16 扬声器雅马哈音响系统带来的沉浸式环绕声,在每次旅程中提供最大的宁静和享受。
凭借过去三年取得的成功,广汽集团已做好准备迈入第四个年头,并致力于持续开发产品、技术和服务。公司旨在进一步构建泰国完善的新能源汽车生态系统,与消费者和泰国社会共同可持续发展,最终成为泰国消费者值得信赖的长期汽车合作伙伴。