“ทรงศักดิ์” บอกเป็นสิทธิ “สนธิ” ชุมนุม เผย “นายกฯ อนุทิน” ไม่กังวลใจ“宋萨克”表示,“颂提”有权集会,并透露“总理阿努廷”并不担心。
“ทรงศักดิ์” มองเป็นสิทธิ “สนธิ” ชุมนุม แต่ถ้ากระทบคนอื่นไม่ควร ชี้ เดี๋ยวนี้คนเคลื่อนไหว-แสดงออกผ่านโซเชียลมากกว่า เผย นายกฯ ไม่กังวลใจเรื่องเหล่านี้ พร้อมฝากดูแลเวลามีประชาชนมาชุมนุม

“ทรงศักดิ์” มองเป็นสิทธิ “สนธิ” ชุมนุม แต่ถ้ากระทบคนอื่นไม่ควร ชี้ เดี๋ยวนี้คนเคลื่อนไหว-แสดงออกผ่านโซเชียลมากกว่า เผย นายกฯ ไม่กังวลใจเรื่องเหล่านี้ พร้อมฝากดูแลเวลามีประชาชนมาชุมนุม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำมวลชนไปสถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ว่า ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาลและอยากจะแสดงออก ซึ่งกฎหมายบ้านเรายังคุ้มครองสิทธิ เพียงแต่สิทธินั้นอย่าไปกระทบกับคนอื่น เราอย่าไปกังวลใจหรือเป็นห่วงอะไรกันมาก แต่ขอนิดเดียวว่าการใช้สิทธิดังกล่าวนี้อย่าไปกระทบกับสิทธิคนอื่น ถ้าไปชุมนุมแล้วกระทบกับประชาชนคนอื่นที่ประกอบอาชีพสุจริตก็ไม่สมควร
ผู้สื่อข่าวถามต่อ รัฐบาลไม่ได้กังวลกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ความจริงนายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลใจเรื่องเหล่านี้เลย เพียงแต่นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ตนดูแลเวลามีประชาชนมาชุมนุมเรื่องต่างๆ ก็ขอให้ดูแลให้ดี โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนดูแล ถ้าประชาชนกังวลใจเรื่องอะไรหรือมายื่นหนังสือก็มอบหมายให้ตนไปรับหนังสือ พร้อมกับสร้างความเข้าใจ สื่อสาร และให้โอกาสประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองที่เห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งความต่างไม่ใช่เรื่องเสียหาย สามารถจูนกันได้ บางครั้งต่างคนต่างคิดไปคนละทาง ความมุ่งหวังของประชาชนทุกคนอาจจะเห็นไปในทางเดียวกันที่เห็นประโยชน์ของบ้านเมือง แต่ที่มาอาจจะแตกต่างกันได้
ทางด้านคำถาม ส่วนตัวมองว่าม็อบนี้ปลุกขึ้นหรือไม่ นายทรงศักดิ์ ระบุ ตนว่าประชาชนเดี๋ยวนี้การสื่อสารมันไม่เหมือนเดิมแล้ว อาจจะไปสื่อโซเชียลมากขึ้น ดังนั้น การที่จะมาชุมนุมเหมือนเดิม ตนมองว่าประชาชนอาจจะมองการชุมนุมอาจจะไปกระทบสิทธิคนอื่นมาก ก็ไม่อยากทำแล้ว แต่อาจจะเปลี่ยนมาใช้สิทธิผ่านทางโซเชียลหรือรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่การชุมนุม
เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรีเคยสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ให้มีม็อบมาล้อมทำเนียบรัฐบาล มีโอกาสที่จะเชิญนายสนธิ มาพูดคุยหรือไม่ นายทรงศักดิ์ เผยว่า ตนขอรับดูเป็นข้อมูลก่อน จริงๆ หลายกลุ่มที่มาชุมนุมเราได้ขอความร่วมมือกันอยู่แล้ว ทุกคนเข้าใจตรงกัน วันนี้มีจุดที่ให้คนที่เป็นแกนนำทั้งหลายไปร่วมชุมนุมกันในจุดที่กฎหมายไม่ห้าม เพราะการชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาลรัศมี 50 เมตร เป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือกัน
ส่วนคำถามว่าที่ผ่านมา นายสนธิ มีการโจมตีรัฐบาลอยู่ตลอด มองว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวตอบว่า เท่าที่ตนสังเกตดูในสื่อต่างๆ คนที่มีความเห็นตรงกับรัฐบาลไม่ค่อยเป็นข่าว คนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่ ส่วนใครที่มีความเห็นหรือความคิดในมุมมองที่สะท้อนอีกด้านหนึ่ง ตรงข้ามกับรัฐบาล คนจะให้ความสนใจและติดตามดู ซึ่งจะเชื่อกันหรือไม่ตนไม่รู้ แม้แต่ตน ข่าวที่มาชมรัฐบาลตนยังอ่านผ่านๆ ไปด้วยซ้ำ แต่ถ้าข่าวอะไรที่คนมองว่ารัฐบาลทำไม่ถูก ตนก็จะรีบดูเลยว่าประชาชนเข้าใจตรงกันหรือไม่ จะได้รีบแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เป็นสิทธิของเขาที่จะเคลื่อนไหวชุมนุม.
“宋萨克”认为这是“颂提”的集会权利,但不应影响他人。他指出,如今人们更多地通过社交媒体进行动员和表达。他还透露,总理并不担心这些问题,并已要求民众在公共集会期间保持警惕。
2026年9月10日下午1点30分,泰国副总理颂萨·通斯里在总理府就人民民主联盟前领导人颂迪·林通库尔前往以色列驻泰国大使馆抗议一事接受采访。他表示,他认为这是民众表达对政府不满的正常行为。他还补充说,泰国法律保护民众的权利,前提是这些权利不侵犯他人的权利。他告诫民众不要过度担忧,但强调行使这些权利不应影响他人的权利。他特别指出,如果抗议活动扰乱了其他公民的生计,那就是不恰当的。
记者接着问政府是否对这场运动感到担忧。宋萨克先生回答说,事实上,总理根本不关心这些事。总理只是让他负责监督民众聚集举行各种示威活动的情况。他被指示接收公众的任何意见或请愿,促进理解,有效沟通,并给予民众表达与政府不同意见的机会。他强调,意见分歧并无害处,可以通过妥协解决。有时,人们的想法不同,但即使理由不同,他们的愿望也可能与国家的需求相符。
关于他个人是否认为此次抗议活动是被煽动的,宋萨克先生表示,他认为人们的沟通方式已经发生了变化。他们可能越来越依赖社交媒体。因此,他认为人们可能不再认为传统的示威游行侵犯了他人的权利,也不太愿意参与此类集会。相反,他们可能会选择通过社交媒体或其他非线下集会的方式来行使自己的权利。
当被进一步问及总理是否已指示内阁会议禁止暴徒包围总理府,以及是否有可能邀请颂提先生进行会谈时,宋萨克先生表示他会先了解情况。他补充说,他们已经请求许多抗议团体的合作,大家都理解目前的形势。如今,政府已划定区域供领导人集会抗议,因为在总理府方圆50米范围内的集会需要各方配合。
关于颂提先生过去持续攻击政府是否另有图谋的问题,宋萨克先生回应说,根据他对媒体的观察,那些支持政府的人很少登上新闻头条,也鲜少受到关注。相反,那些持反对意见的人却备受关注,被密切追踪。至于人们是否相信他们,他并不清楚。他自己也倾向于浏览赞扬政府的新闻,但如果出现暗示政府做错事的新闻,他会进行调查,看看公众是否理解正确,以便及时解决问题,他认为这对政府有利。归根结底,颂提先生有权举行集会和示威游行。