ศาลฎีกาศรีลังกาเพิกถอนอภัยโทษ "พระสงฆ์ชาตินิยม" สั่งกลับเข้าเรือนจำ斯里兰卡最高法院撤销了对一名“民族主义僧侣”的赦免,并下令将其重新收监。
ศาลฎีกาศรีลังกามีคำพิพากษาเพิกถอนอภัยโทษประธานาธิบดีที่เคยให้แก่พระภิกษุสายแข็ง กาลาโกดาอัตเต ญาณสาระ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปีจากพฤติกรรมข่มขู่ภรรยาของนักเขียนการ์ตูนการเมือง

ศาลฎีกาศรีลังกามีคำพิพากษาเพิกถอนการอภัยโทษของประธานาธิบดี ที่เคยให้แก่ "กาลาโกดาอัตเต ญาณสาระ" พระภิกษุชาตินิยมสายแข็ง ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปีจากพฤติกรรมข่มขู่คุกคามภรรยาของนักเขียนการ์ตูนการเมืองที่สูญหาย พร้อมสั่งให้กลับไปรับโทษจำคุกส่วนที่เหลือ โดยศาลชี้ว่าการอภัยโทษดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยพลการและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลฎีกาศรีลังกามีคำพิพากษาวันนี้ (10 ก.ย.) ให้เพิกถอนการอภัยโทษของอดีตประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ที่มอบให้แก่พระภิกษุ กาลาโกดาอัตเต ญาณสาระ หรือพระญาณสาระ ผู้นำระดับสูงของกลุ่มพุทธพละเสนา หรือ BBS ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมชาวพุทธ พร้อมมีคำสั่งให้พระญาณสาระกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษจำคุก 6 ปีในส่วนที่เหลือ
คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน ซึ่งมีผู้พิพากษาจานัก เด ซิลวา เป็นประธาน วินิจฉัยว่า การอภัยโทษที่อดีตประธานาธิบดีสิริเสนามอบให้พระญาณสาระเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นการตัดสินใจที่ "เป็นไปโดยพลการและไม่ชอบด้วยกฎหมาย" พร้อมให้มีผลยกเลิกการอภัยโทษดังกล่าว และคืนโทษจำคุกเดิมของพระญาณสาระ
คดีนี้เกิดจากคำร้องด้านสิทธิขั้นพื้นฐานที่ยื่นโดยศูนย์ทางเลือกนโยบาย หรือ CPA และนางแซนดียา เอกนาลิโกดา ภรรยาของนายปราจีธ เอกนาลิโกดา นักเขียนการ์ตูนการเมืองและนักข่าวที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2553 และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว
พระญาณสาระถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี จากพฤติกรรมที่เข้าข่ายดูหมิ่นศาลและข่มขู่ระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงโฮมากามา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวนการหายตัวไปของนายปราจีธ เอกนาลิโกดา โดยพระญาณสาระเดินทางไปปรากฏตัวต่อศาลเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหารที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวนักเขียนการ์ตูนรายนี้
ปราจีธ เอกนาลิโกดา เป็นที่รู้จักจากผลงานการ์ตูนการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์อดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา ระหว่างการโต้เถียงอย่างรุนแรงภายในศาล พระญาณสาระกล่าวหาปราจีธและภรรยาว่าสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงชาวทมิฬ และทำลายชื่อเสียงของกองทัพ
ในเดือนสิงหาคม 2561 ศาลอุทธรณ์ศรีลังกาพิพากษาจำคุกพระญาณสาระรวม 19 ปี โดยให้รับโทษพร้อมกันเหลือ 6 ปี จากพฤติกรรมดูหมิ่นศาลระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงโฮมากามา ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และยืนยันความผิดของพระญาณสาระในข้อหาดูหมิ่นศาล จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในศาลแขวงโฮมากามาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 พระญาณสาระได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเวลิกาดา หลังอดีตประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ใช้อำนาจพระราชทานอภัยโทษให้ แม้พระญาณสาระจะรับโทษจำคุกมาไม่ถึง 1 ปี การตัดสินใจดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ซึ่งเห็นว่าเป็นการบั่นทอนหลักนิติธรรม
คำพิพากษาครั้งล่าสุดถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของพระญาณสาระ วัย 51 ปี ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาตินิยมชาวพุทธที่มีบทบาททางการเมืองและสังคมอย่างมาก โดยฝ่ายวิจารณ์กล่าวหาว่าเขามีส่วนทำให้กระแสต่อต้านชาวมุสลิมและความตึงเครียดทางศาสนาในศรีลังกาทวีความรุนแรงขึ้น
แม้ได้รับการปล่อยตัว พระญาณสาระยังคงมีอิทธิพลทางการเมือง โดยในปี 2563 ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาในขณะนั้น แต่งตั้งให้เขาเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปกฎหมาย
ต่อมา พระญาณสาระยังต้องรับโทษจำคุกอีก 9 เดือนในคดีแยกต่างหาก จากถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลามและปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังทางศาสนาในศรีลังกา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นอกจากนี้ พระญาณสาระยังถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระวีราธู พระสงฆ์ชาตินิยมสุดโต่งจากเมียนมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีส่วนปลุกกระแสความขัดแย้งทางศาสนาในประเทศ
พระวีราธูเดินทางเยือนศรีลังกาตามคำเชิญของพระญาณสาระ หลังเกิดเหตุจลาจลต่อต้านชาวมุสลิมในปี 2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน พระสงฆ์ทั้งสองรูปมักนำเสนอตนเองว่าเป็นผู้ปกป้องพระพุทธศาสนาจากสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ลัทธิสุดโต่งของอิสลาม” อย่างไรก็ตาม พระญาณสาระปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลดังกล่าว
ในการพิจารณาคดีล่าสุด กลุ่ม CPA และนางแซนดียา เอกนาลิโกดา เป็นฝ่ายยื่นคำร้องคัดค้านการอภัยโทษของอดีตประธานาธิบดีสิริเสนา โดยให้เหตุผลว่าการใช้อำนาจดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย
คำพิพากษาครั้งนี้ทำให้พระญาณสาระต้องกลับเข้าสู่เรือนจำเพื่อรับโทษที่เหลือจากโทษจำคุก 6 ปี และถือเป็นคำตัดสินสำคัญที่ย้ำถึงหลักการใช้อำนาจอภัยโทษของประธานาธิบดีภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักนิติธรรม.
ที่มา AFP / Daily Mirror - Sri Lanka
斯里兰卡最高法院推翻了总统对强硬派民族主义僧侣卡拉戈达·阿特·格南萨尔的特赦令。格南萨尔因威胁一名失踪政治漫画家的妻子而被判处六年监禁。法院裁定总统特赦令是任意且非法的,并责令其服完剩余刑期。
斯里兰卡最高法院今天(9月10日)裁定撤销前总统迈特里帕拉·西里塞纳对佛教民族主义团体BBS高级领导人卡拉戈达特·格南萨拉的赦免,并命令格南萨拉返回监狱服完剩余的六年刑期。
由贾纳克·德·席尔瓦法官主持的三名最高法院法官组成的小组裁定,前总统西里塞纳于 2019 年 5 月给予帕·亚纳萨拉的赦免是“任意且非法的”,并下令撤销该赦免,恢复帕·亚纳萨拉的原判刑期。
本案源于另类政策中心 (CPA) 和桑迪亚·埃克纳利科达 (Sandiya Eknalikoda) 提交的基本权利请愿书。桑迪亚·埃克纳利科达是政治漫画家兼记者普拉吉特·埃克纳利科达 (Prajith Eknalikoda) 的妻子,普拉吉特·埃克纳利科达于 2010 年失踪,至今下落不明。
在霍马甘地方法院就普拉吉特·埃克纳利戈达失踪案进行的听证会上,帕·亚纳萨拉因藐视法庭和恐吓罪被判处六年监禁。帕·亚纳萨拉出庭是为了支持被控参与绑架这位漫画家的军事情报官员。
普拉吉德·埃克纳利戈达以创作批评前总统马欣达·拉贾帕克萨的政治漫画而闻名。在法庭上,帕·尼亚纳萨拉与普拉吉德及其妻子发生激烈争论,帕·尼亚纳萨拉指责普拉吉德及其妻子支持泰米尔极端分子,损害军方声誉。
2018年8月,斯里兰卡上诉法院判处帕·尼亚纳萨拉19年监禁,其中6年为减刑,罪名是其在霍马卡马地方法院受审期间藐视法庭。随后,2018年10月5日,最高法院维持了上诉法院的判决,确认帕·尼亚纳萨拉犯有藐视法庭罪,该罪名源于2016年1月25日发生在霍马卡马地方法院内的一起事件。
然而,2019年5月23日,帕亚纳萨拉在服刑不足一年的情况下,获得前总统迈特里帕拉·西里塞纳的皇家赦免,从维利卡达监狱获释。这一决定遭到人权组织的强烈批评,他们认为这破坏了法治。
最新裁决对现年51岁的帕尼亚纳萨拉(Phra Nyanasara)来说是一次重大挫败。帕尼亚纳萨拉是一位知名的佛教民族主义者,在斯里兰卡的政治和社会领域扮演着重要角色。批评人士指责他助长了斯里兰卡的反穆斯林情绪和宗教紧张局势。
即使获释后,帕尼亚纳萨拉仍然继续发挥着政治影响力。2020年,时任总统戈塔巴雅·拉贾帕克萨任命他为法律改革研究委员会主席。
随后,帕·尼亚纳萨拉还因发表被认为亵渎伊斯兰教和煽动宗教仇恨的言论,在以佛教为主的斯里兰卡被判处九个月监禁。此外,帕·尼亚纳萨拉还被指控与来自缅甸的极端民族主义僧侣帕·维拉图关系密切,后者因助长该国的宗教动乱而受到批评。
2014年斯里兰卡发生反穆斯林骚乱,造成四人死亡。应尼安萨拉法师的邀请,维拉图法师访问了斯里兰卡。两位法师经常以佛教捍卫者的身份出现,反对他们所谓的“伊斯兰极端主义”。然而,尼安萨拉法师否认参与了骚乱。
在最近的一次听证会上,CPA 和 Zandija Eknalikoda 女士对前总统西里塞纳的赦免提出质疑,认为行使这种权力不符合法律规定。
这一判决意味着帕亚纳萨拉必须返回监狱服完剩余的六年刑期,这是一项意义重大的裁决,强调了总统赦免必须在法律框架和法治原则之内。
来源:法新社/斯里兰卡每日镜报