ถล่มงบ "มหาดไทย" 2.6 แสนล้าน ทุจริตสอบ สถ.ตัวช่วยเพิ่มดีกรีเดือด2600亿泰铢的预算案遭到内政部的猛烈抨击;统计局的腐败调查引发了激烈的辩论。
บาดแผลใหญ่จากทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ยังไปไม่ถึงไหน นอกจากง่วนจัดการถอนชื่อผู้ทุจริตสอบ 3,868 คน จากที่พบคะแนนผิดปกติ 5,925 คน และจ่อขึ้นบัญชีดำห้ามรับราชการ ส่งผลให้ การอ

บาดแผลใหญ่จากทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ยังไปไม่ถึงไหน นอกจากง่วนจัดการถอนชื่อผู้ทุจริตสอบ 3,868 คน จากที่พบคะแนนผิดปกติ 5,925 คน และจ่อขึ้นบัญชีดำห้ามรับราชการ ส่งผลให้ การอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ปี 70 ในการประชุมสภาผู้แทนฯ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้น
โดยเฉพาะในมาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี สส. ลงชื่อร่วม 40 คน และรุมอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ไม่เพียง สส. ฝ่ายค้านเท่านั้น ยังมีฝ่ายรัฐบาลระดับแกนนำของพรรคในอดีต ถือเป็นการส่งแรงสะเทือนไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ
แค่มาตราเดียว แต่การอภิปรายเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) เริ่มตั้งแต่เปิดประชุม ไปกระทั่งถึงช่วงบ่าย กินเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จึงได้ลงมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ทั้งนี้ การอภิปรายเข้มข้น เพราะมีผู้แปรญัตติและเสนอตัดทอนงบลง ตั้งแต่ 5% ถึง 9.5 % หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จากงบที่ กมธ. พิจารณาปรับลดลงแล้ว รวมประมาณ 2.6 แสนล้านบาท
ที่เสนอตัดมากที่สุด คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส. และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่ สส. โหวตสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ โดยให้เหตุผลล้มเหลวหลายด้าน อาทิ ปราบยาเสพติดไม่ได้ตามเป้า การลดงบกลุ่มจังหวัด แทนที่จะให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ แต่กลับรวมศูนย์อำนาจ ทั้งยังสร้างผลงานทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ของ สถ. ถือเป็นการโกงครั้งใหญ่
ไม่ต่างจากแกนนำพรรคเพื่อไทยที่เคยมีบทบาทอย่างมากในอดีต 2 คน ทั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เสนอปรับลดงบลง 5% และวิพากษ์งบอุดหนุนเฉพาะกิจที่เปิดช่องให้เกิดการวิ่งเต้น มีระบบเส้นสายพรรคพวก และระบบเงินทอน โครงสร้างปัจจุบัน ยังทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่อนแอ เป็นเพียงแค่ลูกมือทำงานแทนรัฐบาลกลาง และแทนที่จะได้งบพัฒนาพื้นที่จริงตามความต้องการของคนในพื้นที่ แต่กลับไม่ได้
อีกคน นายอดิศร เพียงเกษ สส. อาวุโส และอดีตนักเคลื่อนไหวในยุคสมัยเดือนตุลา นอกจากจะวิพากษ์และถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงมหาดไทย ยังเป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย เป็นระบบศักดินาอยู่หรือไม่แล้ว ยังงัดภาพนิ่ง ที่ถึงแม้จะ "เบลอ" แล้ว แต่หลายคนจำได้ว่า เป็นระดับปลัดกระทรวงมหาดไทย ย่อตัวไหว้นายกรัฐมนตรีอย่างพินอบพิเทาในมุมมองของนายอดิศร เพื่อขอบคุณที่ได้อยู่ต่อ อันเป็นจารีตของคนมหาดไทย เห็นแล้วแทบไม่มีความหวังอะไร ทั้งที่ข้าราชการก็มีศักดิ์ศรี
ทั้งนายจาตุรนต์และนายอดิศร แม้จะไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล หรือแม้แต่ในพรรคเพื่อไทย แต่ถือว่าเป็น สส. อาวุโส มีแนวคิดและหลักการในการทำหน้าที่ ไม่ใช่พูดไปเรื่อยเปื่อย
ขณะที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัยจากพรรคประชาธิปัตย์ อดีต นายกฯ 2 สมัย ปัดฝุ่นมีดโกนเชือดนิ่ม ๆ แทนที่จะเป็นกระทรวงหลักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน กลับมีข่าวฉาวทั้งเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการแบบข้ามหัว และโดนการเมืองเข้าไปแทรกแซง คนอาวุโสน้อยข้ามหัวผู้ที่ตั้งใจทำงาน ทำให้ข้าราชการที่ดีหมดกำลังใจ สร้างความเสียหายต่อระบบราชการแผ่นดิน ต่อให้ กมธ. ปรับลดหรือจัดสรรตัวเลขได้ดีเพียงใด ก็ไร้ผลสัมฤทธิ์ หากนำงบไปใช้โดยขาดประสิทธิภาพ และไม่มีคนดีเข้ามาบริหาร
ยังมี สส. พรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลอีกหลายคน ที่อภิปรายเรื่องมหาดไทย ทั้งนายชัยชนะ เดชเดโช สส. หลายสมัย จ.นครศรีธรรมราช จี้ให้เห็นข้อบกพร่องล้มเหลวการบำบัดผู้ติดยาเสพติด การทุจริตในโครงการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุทกภัย เช่น น้ำท่วม การสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันไม่ทันการณ์ และการเล่นแปรธาตุ เรื่อง "กำลังพลผี" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต สส. หลายสมัย จ.ตรัง ตั้งคำถามเรื่องละเลยการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น และถามหาเงินรายได้นอกงบประมาณ 173 ล้านบาท จากการเก็บค่าธรรมเนียมการสอบของ สถ. แต่ไม่ได้แสดงไว้ในรายงานแผ่นดิน
นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลฯ พรรคไทยรวมพลัง อภิปรายกระทุ้งเรื่องการกระจายอำนาจของมหาดไทยที่เริ่มมานาน 30 ปี แต่การถ่ายโอนทั้งงาน งบประมาณ และทรัพยากรสู่ท้องถิ่น ยังไม่เป็นรูปธรรม งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกตัด แล้วยังนำกลับไปจัดสรรคืนให้ส่วนราชการเดิมรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทำให้ท้องถิ่นยังขาดแคลนงบ และทรัพยากรในการพัฒนาพื้นที่
ขณะที่ สส. พรรคประชาชน "ลิซ่า" น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เปิดประเด็นการแฉผู้สอบข้าราชการท้องถิ่นที่เป็น "เด็กนาย" มีเส้นสายเชื่อมโยงคนใหญ่ แทบไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเก้าอี้ แต่ได้รับการบรรจุมีรายชื่อจากประกาศรายชื่อชุดแรก ก่อนชื่อจะหลุดหายในการประกาศรอบ 2 สะท้อนการเข้ามาได้ในครั้งแรกจากการโกงสอบ
ขณะที่การแจงเรื่องสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเพียงนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ที่ทำหน้าที่ชี้แจง ยืนยันรัฐบาลไม่มีไว้หน้าใคร ไม่ว่าจะอ้าง "เด็กนาย" หรือนามสกุลคนใหญ่ จะโดนลงโทษเหมือนกันทุกคน แต่การชี้แจงระดับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงยังไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากนายอนุทิน ติดภารกิจสำคัญในต่างประเทศ
คำถามและปมค้างคาใจ จึงยังคงเป็นข้อสงสัยของผู้คนที่รอความกระจ่าง รวมทั้งปมทุจริตสอบท้องถิ่นของ สถ. ไม่เพียงสอบบรรจุปี 68 แต่ยังเชื่อมโยงถึงสอบเลื่อนขั้น-ตำแหน่ง เมื่อปี 2564 ที่พบว่ามีความเชื่อมโยงถึงกัน
ตราบนั้นงบประมาณและผลงานกระทรวงมหาดไทย จะยังถูกตั้งคำถาม รวมถึงเรื่องความโปร่งใส หลังจากมีปมร้อนและความขัดแย้งจากเรื่องผลประโยชน์และอำนาจภายใน เกิดขึ้นบ่อยครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ที่สำคัญ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย ปลายปีนี้ โดนฝ่ายค้านจองกฐินล่วงหน้าไว้แล้ว
"เอกนิติ" เสนองบฯที่ประชุมวุฒิฯ ยันรัฐบาลจะใช้ให้คุ้มค่า 3.788 ล้านล้าน
มติสภา 338 : 144 เสียง ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท
สอบข้าราชการท้องถิ่น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
内政部地方行政司 (DLA) 地方政府招聘考试中的腐败丑闻造成的巨大创伤至今仍未解决,除了从 5925 名考生中删除 3868 名被发现成绩不合格者的名字,以及即将对他们列入黑名单禁止其担任政府职务之外,其他问题仍未得到解决。这一丑闻加剧了众议院对 2027 年预算的辩论。
尤其值得注意的是,内政部预算案第20条已获得40名议员的签名,引发了激烈的辩论和批评。这些批评不仅来自反对党议员,也来自前执政党的领导人物。此事令目前正在国外出访的总理阿努廷·查恩维拉库尔感到震惊。
尽管仅涉及一项条款,但周三(9月9日)的辩论却持续了约六个小时。辩论从会议开幕开始,一直持续到下午,最终投票表决,委员会多数成员的建议通过了该法案。辩论异常激烈,因为几位成员提出了修正案和预算削减方案,削减幅度从5%到9.5%不等,约合200亿泰铢,而委员会此前已考虑的预算削减总额约为2600亿泰铢。
提出削减预算的最主要人物是国会议员、普拉查特党领袖塔维·索松上校。普拉查特党的议员曾投票支持阿努廷担任总理。他列举了多项失败之处,包括未能完成禁毒目标、削减省级预算而非专注于权力下放,以及地方政府考试中涉嫌的腐败问题——他认为这是一起重大舞弊案。
与过去为泰党两位重要人物类似,泰爱泰党前代理主席查图隆·猜桑提议削减5%的预算,并批评那些为游说、裙带关系和回扣打开方便之门的专项拨款。他认为,目前的体制削弱了地方行政机构,使它们沦为中央政府的傀儡。地方政府非但没有获得真正满足当地人民需求的开发资金,反而被剥夺了这些资金。
另一位人士,资深国会议员、1973年十月学生运动的前积极分子阿迪颂·平格斯,不仅批评并质疑内政部的效率,质问其是否仍沿用封建制度,还展示了一张静态图片。尽管图片模糊不清,但许多人仍能辨认出,图片显示的是内政部常务秘书向总理鞠躬,阿迪颂认为这是总理允许他继续留任的惯例。看到这一幕,他感到近乎绝望,尽管公务员也应享有尊严。
尽管查图隆先生和阿迪颂先生都没有在政府或为泰党内担任职务,但他们被认为是资深国会议员,在履行职责时拥有健全的想法和原则,而不是漫无目的地发表言论。
曾两度担任总理的民主党人川立派,如今正试图暗中整顿贪官污吏,但他并未将精力集中在造福人民的关键部门,反而面临着包括地方政府考试腐败、公务员随意任命调动以及政治干预等丑闻。基层官员越俎代庖,打击优秀公务员的士气,损害公务员制度。即便委员会能够有效调整或分配资金,如果预算使用效率低下,且缺乏称职的管理者,一切努力也将徒劳无功。
来自反对党和执政党的多位议员也就内政部相关议题展开了辩论。其中,来自那空是贪玛叻府的资深议员猜查纳·德奇德乔(Chaichana Dechdecho)重点指出了内政部在戒毒治疗、洪灾救援项目、基础设施建设以及南部三个边境省份“幽灵部队”等问题上的不足和失败。
曾任董里府国会议员的萨提·翁农特伊先生对地方政府公务员考试腐败调查的疏忽提出质疑,并询问地方行政部门收取的 1.73 亿泰铢考试费预算外收入的去向,这笔收入并未在国家报告中披露。
来自泰国人民党的乌汶府议员奇特拉万·旺苏帕吉科索尔女士批评了内政部的权力下放政策。她指出,尽管权力下放始于30年前,但向地方政府移交责任、预算和资源的工作并未真正落实。省级和地区级预算已被削减并重新分配给原政府机构,总额超过100亿泰铢,导致地方政府缺乏足够的资金和资源进行区域发展。
与此同时,人民党议员“丽莎”·帕卡蒙·努纳南揭露,那些通过地方政府公务员考试的人都是与权势人物有关系的“门生”。他们几乎无需花钱就能获得职位,却在第一批候选人名单中榜上有名,而在第二批名单中却不见踪影。这反映出他们最初是通过考试作弊获得的。
虽然只有内政部副部长沃拉西·连普拉西先生对地方政府公务员考试做出了解释,他断言政府不会偏袒任何人,无论是否是“亲信”或拥有显赫的姓氏,每个人都将受到同样的惩罚,但由于阿努廷先生正在国外执行重要任务,部长级层面尚未做出解释。
诸多疑问和挥之不去的疑虑依然存在,人们仍在等待澄清,其中包括地方行政部门地方政府招聘考试中涉嫌存在的腐败问题。这种腐败不仅涉及2025年的招聘考试,还涉及2021年的晋升/职位考试,揭示了两者之间的关联。
只要这种情况持续下去,内政部的预算和绩效就会受到质疑,包括透明度问题,因为过去几年该部内部经常出现争议、利益冲突和权力冲突。
重要的是,反对党已经提前计划好了今年年底针对政府、总理和内政部长的不信任辩论。
埃卡尼特向参议院提交了预算案,并保证政府将有效利用3.788万亿泰铢。
国会以 338 票赞成、144 票反对通过了 2027 年预算案,总额为 3.78 万亿泰铢。
地方政府公务员考试
地方行政推广部