มหาศาล อายัดเงินสด อดีตเจ้าคุณอติโชติ 144 ล้านบาท ทองอีก 1,066 บาท大规模查获:从前住持阿提乔蒂处缴获 1.44 亿泰铢现金和 1066 泰铢重的黄金。
ตำรวจกองปราบ แถลงจับ "อดีตเจ้าคุณอติโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ค้น 6 จุดพบทรัพย์สินมหาศาล เงินสดรวม 144 ล้านบาท ทองอีก 1,066 บาท พระเครื่อง และโฉนดที่ดิน

ตำรวจกองปราบ แถลงจับ "อดีตเจ้าคุณอติโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ค้น 6 จุดพบทรัพย์สินมหาศาล เงินสดรวม 144 ล้านบาท ทองอีก 1,066 บาท พระเครื่อง และโฉนดที่ดิน
วันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ บก.ปปป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบจัดแถลงข่าวกรณี “สมีโชติ” หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
และสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดเงินสด ทองคำ ในกุฏิได้ประมาณ 200 ล้านบาท
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า กองปราบปราม กองบังคับการ 1 หลังได้รับการร้องเรียนมา ผู้บังคับการกองปราบ ได้ดำเนินการตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียนการกระทำผิดตามพระธรรมวินัย และการนำเงินที่ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด แต่กลับนำเงินเข้าบัญชีคนใกล้ชิด ก่อนออกหมายจับ นายโชติ และ น.ส.ปุณญวีร์ โดยบุกค้นทั้งหมด 6 จุด ยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบได้อีกจำนวนมาก
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบ เผยว่า ที่มาของคดีนี้ เราย้อนไปประมาณกลางเดือน ก.ค. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี อ้างว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และสงสัยทุจริตเงินวัด จึงอยากให้ทางกองปราบช่วยตรวจสอบ แต่การตรวจสอบคดีนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะวัดแห่งนี้ มีคนศรัทธาจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้ความรอบคอบ หลังตรวจสอบได้พยานหลักฐานที่ส่อพิรุธในหลายอย่าง พบว่ามี 2 เส้นเงิน คือ การออกใบอนุโมทนาบัตรให้บุคคล ในการเช่าวัตถุมงคล จำนวน 22 ล้านบาทเศษ และอีกส่วนคือ ใบอนุโมทนาบัตรที่บริจาคให้ทำนุบำรุงวัด 89 ล้านบาท แต่เงินทั้งสองก้อนนี้กลับไม่เข้าบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว จึงเชื่อว่าทุจริตเงินวัดจริง จึงมีการขอศาลออกหมายจับ 2 ราย คือ นายอติโชติ และ น.ส.ปุณญวีร์ ก่อนเข้าปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา
โดยตำรวจสอบสวนกลาง สนธิกำลังร่วมกับ ปปง. และสำนักพุทธ จากการตรวจค้น 6 จุด ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ อยุธยา ปทุมธานี และ บุรีรัมย์ สามารถตรวจยึดทรัพย์ที่แปลงสภาพมาได้ รวม 215 ล้านบาท ซุกซ่อนตามที่ต่างๆ ในกุฏิ ไม่ว่าจะเป็น เงินสดสกุลไทย และสกุลต่างประเทศ จำนวน 144 ล้านบาท ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1,066 บาท พระเครื่องจำนวนมาก และโฉนดที่ดิน 28 รายการ หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ขยายผลต่อ เพื่อหาบุคคลที่กระทำผิดเพิ่มเติม พร้อมจะได้แยกเงินที่ตรวจยึดมาได้ ว่าส่วนไหนเป็นเงินส่วนตัว ส่วนไหนเป็นเงินวัด และแยกคนไม่ดีออกจากวัด เพื่อคืนความเชื่อมั่น และศรัทธาให้ประชาชนต่อไป
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทางเจ้าหน้าที่จะได้คุมตัวไปฝากขังที่ ศาลทุจริตภาค 1 ที่สระบุรีในช่วงบ่าย พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงกลุ่มคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ พุทธศาสนิกชนที่บริจาคเงินให้วัด โดยผ่านบัญชีของเจ้าอาวาส ถ้ารู้สึกว่าทางวัดอาจนำเงินที่บริจาคไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลที่กองปราบตลอดเวลา และกลุ่มหลวงพ่อ หลวงพี่ ที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่ ขอให้หยุดโดยทันที หากตรวจพบ ไม่เอาไว้แน่นอน
泰国犯罪打击部门警方宣布逮捕了“前住持阿提乔蒂”,他是菩提沙旺寺的住持。警方搜查了六个地点,发现了巨额财富,包括1.44亿泰铢现金、1066泰铢重的黄金、护身符和土地契约。
2026年9月11日,在犯罪打击部门总部,记者获悉警方就“萨米·乔蒂”(Sami Choti,又名“蒂德·乔蒂”)一案召开新闻发布会。萨米·乔蒂曾任大城府著名寺庙普泰萨旺皇家寺庙(Wat Phutthaisawan Royal Temple)住持,也是“努埃·杜昂”(Nuea Duang)泽度堪佛牌的创始人。他被控挪用寺庙捐款超过1亿泰铢。由第一区贪污与渎职法庭签发的逮捕令(编号29/2569,日期为2026年9月8日)指控他犯有“公职人员挪用公款、公职人员渎职、串谋洗钱和共同洗钱”等罪行。
潘雅薇女士(又名“西卡·艾”)根据第一区刑事法院于2026年9月8日签发的第30/2569号逮捕令被捕,罪名包括“教唆公职人员挪用公款”、“教唆公职人员不当或腐败地履行/不履行职责”、“教唆政府官员不当履行/不履行职责”以及“串谋洗钱和共同洗钱”。
当局从该僧侣的住所查获了约2亿泰铢现金和黄金。
中央调查局局长纳塔萨克·乔瓦纳赛中将透露,第一犯罪打击处接到举报后,对有关违反佛教戒律和挪用寺庙捐款的指控展开调查。这些捐款通过捐赠收据转入了寺庙亲信的账户。警方对乔蒂先生和普尼亚维女士发出了逮捕令。警方共搜查了六处地点,并查获了大量资产以作进一步调查。
泰国刑侦局局长帕塔纳萨克·布帕苏万少将透露,此案始于7月中旬,当时一位热心市民举报寺庙住持行为不端,并怀疑其挪用寺庙资金。该市民请求刑侦局协助调查。然而,由于寺庙信徒众多,调查工作进展缓慢,需要格外谨慎。经调查,警方发现了一些可疑证据,其中包括两笔独立的资金交易:一笔是总额超过2200万泰铢的宗教用品购买收据,另一笔是总额达8900万泰铢的寺庙捐款收据。这两笔款项均未存入寺庙账户。警方确信存在挪用公款行为,于9月10日对阿提乔特先生和普尼亚维女士发出逮捕令,并展开行动。
中央调查局联合反洗钱办公室和佛教事务办公室,在曼谷、阿瑜陀耶府、巴吞他尼府和武里南府四个府的六个地点展开搜查。他们查获了总计2.15亿泰铢的资产,这些资产已被兑换成其他货币,藏匿于僧侣住所的各个角落。查获的资产包括1.44亿泰铢的泰铢和外币、重达1066泰铢的金条和金饰、大量护身符以及28份地契。相关机构将扩大调查范围,以查明其他涉案人员,确定查获的资金哪些属于僧侣个人,哪些属于寺庙,并查明涉案人员,以恢复公众的信任和信仰。
今天下午,两名嫌疑人将被押送至沙拉武里府第一反贪法庭拘留。与此同时,当局也向两类人士发出公开呼吁。第一类是曾通过住持账户向寺庙捐款的佛教信徒。如果他们认为寺庙可能将捐款用于其他用途,可以随时向犯罪调查科提供线索。第二类是仍在从事此类行为的僧侣和住持。当局敦促他们立即停止此类行为,一旦发现,绝不姑息。