"อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์" ยักยอกเงินวัด พบทรัพย์สินรวมกว่า 200 ล้านบาทWat Phutthaisawan 的前任住持因挪用寺庙资金被抓获;查获的资产总额超过 2 亿泰铢。
กองบังคับการปราบปราม แถลงจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ข้อหายักยอกเงินวัด-ฟอกเงิน ยึดเงินในกุฏิกว่า 100 ล้าน ทองคำ 1,000 บาท ขณะที่พบเงินในบัญชี 290 ล้านบาท ขณะที่ น.ส.ปุณยวีร์ พบเงินในบ้าน 3 ล้าน ทองคำ 90 บาท เอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ

วันนี้ (11 ก.ย.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำแถลงผลการจับกุม "พระวชิรญาณ" หรือ "หลวงพ่ออติโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในฐานความผิดฟอกเงิน-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
"อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์" ยักยอกเงินวัด พบทรัพย์สินรวมกว่า 200 ล้านบาท
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจากผู้ประสงค์ไม่ออกนาม ร้องเรียนพระวชิรญาณ (อติโชติ) หรือพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.ปุณยวีร์ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
และเมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าพระวชิรญาณ (อติโชติ) มีพฤติกรรม เสพเมถุนกับ น.ส.ปุณยวีร์ จริง อันถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัย ของสงฆ์โดยทันที และในวันที่ 10 ก.ย.2569 ที่เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ผู้ปกครอง ได้ดำเนินการให้ พระวชิรญาณ (อติโชติ) ได้ลาสิกขาพ้นจากสมณเพศตามพระธรรมวินัยของสงฆ์แล้ว และจากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึกจากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัด จึงได้พบว่า พระวชิรญาณ (อติโชติ) มีรับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล
เบื้องต้นพบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรจำนวนหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า เงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไปโดย พระวชิรญาณ (อติโชติ) ในฐานะเจ้าอาวาสลงนามนั้น เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด และเมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ น.ส.ปุณยวีร์ ปรากฏว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท รถยนต์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยอำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาว
ซึ่งพฤติกรรมน่าเชื่อว่า มีการสมคบกันฟอกเงินกับ พระวชิรญาณ (อติโชติ) ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จนนำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับ พระวชิรญาณ (อติโชติ) และ น.ส.ปุณยวีร์ พร้อมทั้งตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายเพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดีจำนวน 6 จุด ทั้งใน จ.พระนครศรีอยุธยา,ปทุมธานี,กรุงเทพมหานคร และ จว.บุรีรัมย์ โดยจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ
1.พระวชิรญาณ (อติโชติ) ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5, 10 และ 60
2.น.ส.ปุณยวีร์ ข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5 และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4)
พร้อมตรวจยึดของกลางที่สำคัญ ดังนี้
1.พระวชิรญาณ (อติโชติ) เงินฝากในบัญชี กว่า 290 ล้านบาท , เงินสด จำนวน 138,308,986 บาท ทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท (พบในกุฏิเจ้าอาวาส)
2.น.ส.ปุณยวีร์ฯ เงินสด จำนวน 3,873,614 บาท ทองคำ น้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์)
2.1 เอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ ดังนี้ (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ฯ)
สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ
2.2 เอกสาร 18 รายการ ดังนี้ (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์)
กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ
ใบประกันทองคำ จำนวน 6 ใบ
ใบซื้อ-ขายทองคำ จำนวน 7 ใบ
สลากออมสิน จำนวน 4 ใบ
รวมมูลค่า ประมาณ 215,229,847 บาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอแจ้งเตือนพุทธศาสนิกชนก่อนโอนเงินร่วมทำบุญหรือบริจาคเงินให้กับวัดใด ๆ ขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโอนเข้าบัญชีธนาคารในนามวัดที่ลงทะเบียนรับบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากพบการเชิญชวนให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระภิกษุ หรือบัญชีบุคคล/มูลนิธิอื่นใดแทนบัญชีวัด แม้จะมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้ก็ตาม ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพราะเงินบริจาคที่ท่านตั้งใจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่รู้ตัว หากท่านเคยบริจาคเงินให้กับวัดพุทไธศวรรย์ผ่านบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาสหรือบัญชีมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง และประสงค์ให้ข้อมูลประกอบสำนวนคดี สามารถติดต่อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้
โดยอัตราโทษของผู้ถูกจับกุมทั้ง 2 นั้น ตาม ป.อ. มาตรา 147 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท ป.อ. มาตรา 157 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 60 มีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คุมตัว "อติโชติ" เข้ากองปราบฯ สอบปากคำ-ตรวจสอบทรัพย์สิน
เปิดรายได้ "วัดพุทไธศวรรย์" วัตถุมงคล-ความเชื่อ
คุมตัวหญิงคนสนิทอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ สอบปากคำที่กองปราบฯ
กองบังคับการปราบปราม
2026年9月11日,泰国警察厅犯罪打击局局长纳塔萨克·乔瓦纳赛中将、副局长苏瓦特·桑努姆少将、副局长贾伦基亚特·潘加奥少将及相关官员召开新闻发布会,宣布逮捕了位于大城府佛泰沙旺皇家寺庙的住持“帕瓦奇拉扬”(又名“龙婆阿提乔蒂”)。此次逮捕是根据第一区刑事法院签发的逮捕令进行的,罪名是洗钱和渎职。
Wat Phutthaisawan 的前任住持因挪用寺庙资金被抓获;查获的资产总额超过 2 亿泰铢。
事件发生前,2026年7月15日,当局接到匿名举报,称大城府佛泰萨旺寺住持帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)或帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂·塔玛瓦罗)行为不端,可能存在婚外情。举报称,帕瓦奇拉扬的资产异常大幅增长,可能与一位名叫普尼亚维的女士有关。普尼亚维女士无业,但财富却异常增长。
经调查,发现帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)确实与普尼亚维女士发生了性关系,这被视为犯有“帕拉吉卡”罪,根据佛教戒律,他应立即被逐出僧团。2026年9月10日,即搜查和逮捕当日,大城府佛教事务办公室官员与寺院管理委员会一起,按照佛教戒律,将帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)逐出僧团。此外,鉴于此行为,调查组根据有关寺庙财务的投诉信息,展开了更深入的调查。调查发现,帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)以寺庙的名义收取捐款,但并未将款项存入寺庙账户。相反,他将捐款收据开给了购买圣物的人。
最初,调查人员发现了大量资金转账和捐款收据,总额约为1亿泰铢。然而,由住持帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)开具的收据上显示的捐款似乎并未实际进入寺庙账户。此外,对普尼亚维女士财务交易的调查显示,尽管她没有固定收入,但在过去一两年里,她的资产却异常增长。这些资产包括两套价值超过400万泰铢的联排别墅、一辆汽车以及超过500万泰铢的银行存款,据称她将这些存款登记在了女儿名下,从而隐瞒了这些资产。
该行为表明帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)与他人合谋洗钱,损害了菩提沙旺寺的利益。因此,调查人员向第一侦查科犯罪打击部门报案,随后第一区贪污与渎职刑事法院签发了对帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)和普尼亚维女士的逮捕令。警方还在阿瑜陀耶府、巴吞他尼府、曼谷府和武里南府的六个地点进行了搜查,以寻找证据。根据逮捕令,两名嫌疑人被捕。
1. Phra Wachirayan(Atichoti)被控犯有以下罪行:作为公职人员,挪用公款、渎职或腐败地履行职责,并串谋洗钱,违反了《刑法典》第147、157和83条(经《刑法典修正案(第26号)》佛历2560年第4条修正),以及《防止和制止腐败法》佛历2561年第172条和《反洗钱法》佛历2542年第3(5)、5、10和60条。
2. 普尼亚维女士被控协助和教唆公职人员犯罪(贪污/渎职)以及串谋洗钱,依据是《刑法》第147条、第157条,以及《2018年防止和制止腐败法》第172条,还有《刑法》第86条,以及《2000年反洗钱法》第3(5)条、第5条和第60条,还有《刑法》第83条(经《2017年刑法修正案(第26号)》第4条修正)。
查获的主要物品如下:
1. 帕瓦奇拉扬(阿提乔蒂)在银行有超过 2.9 亿泰铢的存款,138,308,986 泰铢的现金,以及重达 1,000 泰铢以上的金条和金饰(价值约 7000 万泰铢),总价值为 205,204,733 泰铢(在住持的住所发现)。
2. Punyavee 女士:现金共计 3,873,614 泰铢,黄金重约 90 泰铢(价值 6,151,500 泰铢),总价值 10,025,114 泰铢(在 Punyavee 女士的住所发现)。
2.1 以下十份土地和账户文件(在普尼亚维女士住所发现):
一份土地购买协议。
2.2 以下十八份文件(在普尼亚维女士住所发现):
一份健康保险单。
六份黄金保质证书。
七张黄金买卖收据。
四张政府储蓄银行彩票。
总价值约为 215,229,847 泰铢。
中央调查局(CIB)提醒佛教徒,在向任何寺庙捐赠或积德捐款前务必谨慎。请确保将款项汇入已在税务局电子捐赠系统注册的寺庙名下的银行账户。如果您遇到任何要求您将款项汇入僧侣个人账户或个人/基金会账户而非寺庙账户的情况,即使对方出具了收据,也请在汇款前仔细核实相关信息。您用于支持佛教的捐款可能会在您不知情的情况下被滥用。如果您之前曾通过住持的个人账户或相关基金会账户向菩提沙旺寺(Wat Phutthaisawan)捐款,并希望提供相关信息以协助案件调查,请通过以下渠道与我们联系。
对两名被捕人员的处罚如下:根据《刑法》第147条,可判处5至20年有期徒刑或终身监禁,并处罚金10万至40万泰铢;根据《刑法》第157条,可判处1至10年有期徒刑,或处罚金2万至20万泰铢,或两者并罚;根据佛历2542年(1999年)《反洗钱法》第60条,可判处1至10年有期徒刑,或处罚金2万至20万泰铢,或两者并罚。
“Atichoti”被带到犯罪打击部门接受讯问和资产调查。
揭秘帕泰萨旺寺的收入:护身符和信仰。
与帕泰萨旺寺前住持关系密切的一名女子被警方拘留,并在犯罪抑制部门接受讯问。
犯罪打击部门