“พลพีร์” ตรวจสุสานยิวแปดริ้ว พบฝัง 4 ร่างไม่แจ้ง สั่งระงับเคลื่อนย้าย-เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล“Phonpeer”在北柳府的犹太公墓进行检查,发现4具尸体未经通知就被埋葬,下令暂停移走尸体并加快对死者的身份识别。
“พลพีร์” ตรวจสอบสุสานยิว จ.ฉะเชิงเทรา พบฝัง 4 ร่างไม่แจ้งทางการ สั่งระงับเคลื่อนย้าย-เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล กำชับตรวจสอบเส้นเงินและสิทธิถือครองที่ดิน ขีดเส้นรายงานความคืบหน้าภายใน 13 ก.ย.

“พลพีร์” ตรวจสอบสุสานยิว จ.ฉะเชิงเทรา พบฝัง 4 ร่างไม่แจ้งทางการ สั่งระงับเคลื่อนย้าย-เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล กำชับตรวจสอบเส้นเงินและสิทธิถือครองที่ดิน ขีดเส้นรายงานความคืบหน้าภายใน 13 ก.ย.
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมลงพื้นที่
นายพลพีร์ เผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า “สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสุสานหรือฌาปนสถานตามกฎหมาย” และมิได้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น โดยตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตภายในพื้นที่รวม 4 ร่าง แบ่งเป็นหลุมที่โบกปูนปิดทับและสลักชื่อบนหินอ่อนแล้ว 3 หลุม ซึ่งระบุปีที่เสียชีวิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023 จำนวน 1 ร่าง และระบุปี ค.ศ. 2025 กับ ค.ศ. 2026 อีกจำนวน 2 ร่าง อันเป็นหลักฐานชัดเจนว่านำเข้ามาฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนอีก 1 ร่างยังคงอยู่ภายในเต็นท์คลุมด้วยสแลนที่ยังไม่ได้โบกปูน ซึ่งคาดว่านำเข้ามาในปีนี้เช่นเดียวกัน
“ประเด็นสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้มิใช่เรื่องที่ทางบริษัทประสานจะขอย้ายร่างผู้เสียชีวิต แต่คือ “การตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล” ว่าทั้ง 4 ร่างเป็นชาวต่างชาติตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ และตรงกับชื่อที่สลักไว้หรือไม่ เนื่องจากฝ่ายปกครองท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เคยได้รับแจ้งข้อมูลการเสียชีวิต จึงได้มอบหมายให้กรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดว่า เกิดจากเหตุธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือมีเหตุประทุษร้าย เพื่อป้องกันการอำพรางศพในราชอาณาจักร พร้อมสั่งการให้บริษัทนำส่งเอกสารหลักฐานรับรองตัวบุคคลและสาเหตุการเสียชีวิตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนอนุญาตให้เคลื่อนย้าย” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับความประสงค์ที่จะย้ายร่างไปยังสุสานย่านเจริญกรุง ซึ่งมีพื้นที่เช่าของบริษัทและปัจจุบันมีหลุมศพของชาวอิสราเอลอยู่แล้วประมาณ 49 หลุมนั้น ยังคงต้องตรวจสอบความพร้อมของสถานที่รองรับควบคู่กับเอกสารแสดงตัวตนของผู้ตาย ส่วนข้อสงสัยเรื่องการได้รับใบอนุญาตเมื่อปี พ.ศ. 2564 ทั้งที่พื้นที่ติดแหล่งน้ำและถนนสาธารณะจนไม่ได้รับการต่ออายุในปี พ.ศ. 2566 นั้น ทางนายอำเภอรายงานว่า ในอดีตถนนบางเส้นอาจยังไม่ได้ยกสถานะเป็นทางหลวงหรือถนนสาธารณะตามระเบียบ แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในปัจจุบันถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และทางจังหวัดจะจัดทำรายงานข้อเท็จจริงส่งไปยังศาลปกครอง เพื่อประกอบการพิจารณาคดีที่มีการยื่นฟ้องร้องและบรรเทาความกังวลของประชาชนในพื้นที่ต่อไปด้วย
“ส่วนด้านการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน พบว่าดำเนินการซื้อขายโดย บริษัท การชาบัต จำกัด บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าราว 20 ล้านบาท ซึ่งผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลสัญชาติอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยจำนวน 3 ราย จึงมีสิทธิซื้อที่ดินตามกฎหมาย แต่จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับสถานประกอบการในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต รวมถึงเครือข่ายธุรกิจในจังหวัดชลบุรี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์) ได้เคยเข้าตรวจค้น และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกไว้แล้ว หากตรวจพบการกระทำผิดจริง ภาครัฐสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สิน เพิกถอนสัญชาติไทย และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรได้”
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ว่าในพื้นที่สุสานแห่งนี้จะยังไม่พบความผิดมูลฐานด้านการฟอกเงิน แต่เครือข่ายที่จังหวัดชลบุรีมีพฤติการณ์ชัดเจนในการใช้นอมินีถือครองที่ดิน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจต่าง ๆ โดยกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงาน ป.ป.ท. และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลมาร่วมเดือน และมีกำหนดประชุมร่วมกัน ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรวบรวมโครงข่ายขบวนการทั้งหมดนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
“ทั้งนี้ พฤติการณ์การลักลอบนำร่างผู้เสียชีวิตเข้ามาฝังโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ท้องที่ ถือเป็นความผิดปกติที่ส่อเจตนาจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และรองอธิบดีกรมการปกครอง พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีให้ครอบคลุมรอบด้าน เนื่องจากการบังคับใช้เพียงพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 ซึ่งมีอัตราโทษปรับเพียง 2,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อการป้องปรามการกระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปข้อมูลเพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป” นายพลพีร์ กล่าว
ขีดเส้นรายงานความคืบหน้าตรวจสอบสุสานเถื่อนแปดริ้ว ภายใน 13 ก.ย.
จากนั้น เวลา 10.40 น. นายพลพีร์ ประชุมติดตามความคืบหน้าจากกรณีการตรวจสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND และติดตามประเด็นด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ที่ว่าการอำเภอบางคล้า โดยมี น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับกรณีการใช้พื้นที่เพื่อตั้งสุสานเถื่อน ประเด็นที่ขอออกเป็นคำสั่งอย่างชัดเจนในวันนี้ คือทางจังหวัดต้องทำสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอยื่นใช้พื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2564 เอกสารหลักฐานและสภาพภูมิศาสตร์ในขณะนั้นถูกต้องครบถ้วนตามเกณฑ์การออกใบอนุญาตสุสานหรือไม่ และอะไรคือความเปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2564 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่ทำให้สถานที่นี้ไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งท่านนายอำเภอบางคล้าในฐานะที่เคยรับผิดชอบพื้นที่และเป็นหนึ่งในผู้อนุมัติตั้งแต่แรก ย่อมมีข้อมูลเชิงลึกที่ต้องนำมารายงานให้ชัดเจน
“ประการต่อมา ทั้งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเช็กทั้ง 4 ร่างที่พบว่าเป็นชาวอิสราเอลจริงหรือไม่ เดินทางเข้ามาเมื่อไหร่ ถือวีซ่าประเภทใด และมีสาเหตุการเสียชีวิตจากอะไร สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือหากร่างในหลุมปูนไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่เป็นพี่น้องคนไทยของเราที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุแล้วถูกนำมาสวมรอย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ยิ่งไปกว่านั้น วันที่เทปูนทับหลุมยังระบุเป็นปี 2025 และปี 2026 ซึ่งเมื่อเทียบปีศักราชแล้วถือว่าเกิดขึ้นหลังปี 2566 มีความผิดปกติอย่างชัดเจน เราจะปล่อยให้ใครก็ตาม แม้จะถือสัญชาติไทย มาทำตามอำเภอใจบนผืนแผ่นดินไทยไม่ได้ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องยกระดับตรวจสอบอย่างจริงจังไปทั่วประเทศ รวมไปถึงสุสานที่เจริญกรุง ในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดดำเนินการถูกต้องและมีคนไทยเป็นเจ้าของ แต่กลับมีกลุ่มชาวต่างชาติไปเช่าพื้นที่และนำร่างไปฝังไว้ถึง 49 หลุมนั้น ก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดว่าพวกเขาคือใคร มาอย่างไร และเสียชีวิตจากสาเหตุใด การจะเคลื่อนย้ายหรือนำศพมาฝังโดยไม่ผ่านโรงพยาบาล ไม่มีการชันสูตร และไม่มีใบมรณบัตรตามระเบียบราชการ จะทำเหมือนเป็นรถขายไอติมนึกจะจอดจะเทปูนตรงไหนก็ทำไม่ได้ ขณะเดียวกัน กรมการปกครองต้องจัดทำระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่ชัดเจน สรุปยอดสุสานและฌาปนสถานทั่วประเทศ ทั้งที่มีและไม่มีใบอนุญาต โดยจำแนกตามกลุ่มศาสนาให้ครบถ้วน ไม่ปล่อยให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนเหมือนที่ผ่านมา
“สำหรับพื้นที่เกิดเหตุ หากครบกำหนดคำสั่ง 7 วันของท่านผู้ว่าฯ แล้วทางฝ่ายผู้ครอบครองยังไม่ยินยอมเคลื่อนย้ายร่างออกไป จังหวัดจะต้องเตรียมแผน 1, 2 และ 3 รองรับไว้ทันที ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในการรื้อถอน การคิดค่าใช้จ่าย ผู้รับจ้างรื้อถอน ตลอดจนสถานที่รองรับร่างผู้เสียชีวิตให้ถูกต้องตามหลักศาสนา เราเป็นประเทศที่มีขื่อมีแป จะขุดขึ้นมาแล้วนำไปลอยแม่น้ำไม่ได้ รายละเอียดทั้งหมดนี้ รวมถึงข้อเท็จจริงว่าญาติของผู้เสียชีวิตรับทราบหรือไม่ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนและนำมารายงานผมในการประชุมวันอาทิตย์นี้ ภายในเวลา 16.00 น. ด้วย” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการถือครองที่ดิน แม้ทางบริษัทจะมีชื่อผู้ก่อตั้งเป็นบุคคลต่างชาติที่แปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่งตามข้อกฎหมายสามารถถือครองที่ดินได้ เราจึงต้องไปมุ่งเน้นสืบสวนในประเด็นการละเมิดกฎหมายด้านอื่น ๆ แทน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งการไปยังทุกจังหวัดให้สรุปข้อมูลสถานประกอบการเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และหากพบจุดใดที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายถึงการติดตามความคืบหน้า ในการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีการลงพื้นที่จับกุมสถานบันเทิงผิดกฎหมายที่พบทั้งยาเสพติดและเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้นำท้องที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้สั่งการให้ทางจังหวัดได้ยกระดับการทำงาน เร่งตรวจสอบความผิดของผู้นำท้องที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการทางวินัย และดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการปล่อยให้บุคคลที่กระทำผิดยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนตามปกติ สิ่งสำคัญคือการทำงานของกระทรวงมหาดไทยเราจะปล่อยให้ขั้นตอนใดล่าช้าไม่ได้ เพราะเราจะต้องเป็นต้นแบบของการจัดระเบียบสังคมให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ สร้างความถูกต้อง และความยุติธรรมให้กับความผาสุกของพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที
“波尔佩尔”视察了北柳府的一处犹太人墓地,发现四具尸体未经当局通知即被埋葬。他下令停止迁移尸体,并加快身份识别程序。他还指示对相关财务交易和土地所有权展开调查,并要求在9月13日前提交进度报告。
2026年9月11日上午9点40分,泰国内政部副部长波尔佩拉·苏万纳查维先生视察了位于北柳府邦克拉县萨梅泰街道的泰国犹太公墓。陪同他视察的有北柳府府尹查特普拉翁·尼永女士、府级行政厅副厅长维伦·西提翁先生、北柳府常务秘书皮拉蓬·卢劳先生、邦克拉县长埃卡拉·克里蒂亚蓬先生,以及各政府机构负责人和其他相关人士。
皮尔将军透露,现场调查发现“该地点没有法律规定的墓地或火葬场经营许可证”,而且并非用于任何宗教仪式。现场发现了四具尸体。其中三座坟墓用水泥封住,墓碑上刻有大理石铭文。一座坟墓的死亡年份为2023年,另外两座坟墓的死亡年份分别为2025年和2026年,显然表明他们是在没有许可证的情况下被埋葬的。第四具尸体被放置在一个用网覆盖的帐篷内,帐篷未密封,据信也是今年被运来的。
“目前最紧迫的问题并非该公司要求转移遗体的请求,而是核实死者身份,确认这四具遗体是否真如其所称是外国人,以及姓名是否与铭文相符。由于地方当局和地方行政机构从未接到死亡通知,我们已责成省行政部门联合公共卫生官员,对死因——无论是自然死亡、意外事故还是谋杀——进行彻底调查,以防止有人企图将遗体藏匿在王国境内。我们也已指示该公司提交相关机构出具的身份和死因证明文件,方可获准转移遗体。”波尔皮尔先生说道。
皮尔将军补充说,关于将遗骸迁葬至查伦克朗地区一处已从一家公司租赁土地、目前埋葬着约49名以色列人的墓地的计划,仍需核实墓地的准备情况以及死者的身份证明文件。针对2021年颁发的许可证在2023年未获续期的问题(尽管该区域毗邻水源和公共道路),地区负责人表示,过去一些道路可能未按规定升级为高速公路或公共道路。然而,目前的行动显然是非法的,省政府将准备一份事实报告提交给行政法院,以支持诉讼的审理并消除当地居民的疑虑。
关于土地所有权,经查明,该交易由Karshabat有限公司进行,涉及约15莱(约2.5公顷)土地,价值约2000万泰铢。该公司股东为三名已取得泰国国籍的以色列公民,因此合法拥有土地购买权。然而,调查显示,该公司股东与普吉岛芭东的机构以及春武里府的商业网络存在关联。司法部长和内政部副部长(沃拉西·连普拉西先生)此前已对这些地点进行过搜查,特别调查厅(DSI)也已发出传票。如查明存在违法行为,政府可没收资产、撤销泰国国籍并将其驱逐出境。
皮尔将军补充说,虽然在这个墓地没有发现任何实质性的洗钱犯罪行为,但春武里府的犯罪网络清楚地表明,该网络利用代理人持有土地、酒店、房地产和各种企业。内政部、省行政厅、特别调查厅、反洗钱办公室、国家反腐败委员会和商务部已就此事联合调查了一个多月,并计划在总理府召开会议,汇总整个犯罪网络的信息,提交给总理审议。
“未经许可且未通知地方当局而非法埋葬死者遗体的行为属于异常情况,表明其蓄意藐视法律。因此,我已经指示北柳府府尹和府行政厅副厅长考虑追加指控,以确保采取全面的法律行动。仅执行佛历2528年《墓地和火葬场法》(该法仅规定罚款2000泰铢)不足以遏制此类违法行为。官员们将加快调查并立即采取行动。”波尔佩拉先生说道。
提交关于北柳府非法墓地调查进展报告的截止日期是9月13日。
随后,上午10点40分,波尔皮尔先生在邦克拉县政府召开会议,跟进泰国犹太公墓的视察进展情况,并讨论北柳府的安全问题。出席会议的有北柳府府尹查普拉翁·尼永女士、府级行政厅副厅长维伦·西提翁先生、北柳府常务秘书皮拉蓬·卢劳先生、邦克拉县长埃卡拉·克里蒂亚蓬先生,以及各政府部门负责人和其他相关人士。
皮尔将军表示,关于非法占用土地设立墓地一案,今日命令需要明确解决的问题是,省政府必须总结自2021年以来申请使用该土地的相关事实。这包括当时的申请文件和地理条件是否符合墓地许可证的颁发标准,以及2021年至2024年1月1日期间发生了哪些变化,导致该地点未能获得许可证。邦克拉县县长曾负责该地区,也是最初的审批官员之一,他无疑掌握着需要详细汇报的信息。
“其次,省政府和相关机构必须立即与移民局协调,核实发现的四具遗体是否确为以色列公民,他们何时入境,持有何种签证,以及死因。我最担心的是,如果混凝土坑里的遗体并非外国人,而是我们泰国的兄弟姐妹,他们在不明情况下死亡,并且被错误地认领。这将是非常严重的问题。此外,混凝土坑的掩埋日期为2025年和2026年,与日历对比,这意味着掩埋时间在2023年之后。这显然不正常。我们绝不能允许任何人,即使拥有泰国国籍,在泰国领土上任意行事。法律必须得到维护。”波尔皮尔先生说道。
皮尔将军继续说道,此事需要进行全国范围的严肃调查,包括位于曼谷Charoen Krung的公墓。该公墓合法运营,归泰国人所有,但却被一群外国人租用,并在那里埋葬了49具遗体。必须进行彻底调查,以确定死者的身份、他们为何会出现在那里以及死因。未经医院检查、未进行尸检、未按官方规定出具死亡证明就转移或埋葬遗体是不可接受的,就像冰淇淋车随意停放一样。同时,省级行政部门必须建立一个清晰的数字数据库,汇总全国所有公墓和火葬场的数量,包括已获许可和未获许可的,并按宗教团体进行分类,以防止类似过去发生的事件再次发生。
“关于事发地点,如果省长设定的7天期限届满后,住户仍拒绝移走遗体,省政府必须立即启动第一、第二和第三项方案。这包括执行拆除法律、计算费用、聘请拆除承包商,以及根据宗教原则安排合适的地点安葬死者遗体。我们是一个有法律法规的国家;我们不能简单地挖出遗体然后顺流而下。所有这些细节,包括死者家属是否了解情况,都必须在本周日下午4点前的会议上向我明确汇报,”波尔皮尔先生说道。
皮尔将军补充说,关于土地所有权问题,虽然该公司创始人是已入籍泰国的外国人,依法拥有土地所有权,但我们必须将调查重点放在其他违法行为上,特别是1985年《墓地和火葬场法》及其相关法规。内政部必须指示各府收集有关这些机构的具体信息,一旦发现任何非法活动,必须毫不留情地采取法律行动。
皮尔将军在讲话结尾强调,必须对参与2026年8月8日非法娱乐场所突击搜查的政府官员采取纪律处分。该行动查获了毒品和未成年人。他指出,一些地方领导人牵涉其中,并指示省政府加大力度,加快调查这些领导人的涉案情况,并迅速采取纪律处分和法律行动。这样做是为了防止违法者继续留任并领取薪水。他强调,内政部的工作不容有任何延误,必须成为维护社会秩序、维护廉洁和及时保障人民福祉的典范。