“สีหศักดิ์” กำชับกลั่นกรองโครงการให้เชื่อมโยงเป็นเอกภาพ เผยมาเลเซียหนุนพูดคุยสันติสุข“Sihasak”强调需要仔细审查项目,以确保它们相互关联、统一一致,并透露马来西亚支持和平谈判。
“สีหศักดิ์” ประชุม กพต. กำชับกลั่นกรองโครงการให้เชื่อมโยงเป็นเอกภาพ ใช้งบประมาณคุ้มค่า เผย มาเลเซียยืนยันสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุข เตรียมพิจารณาผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่

“สีหศักดิ์” ประชุม กพต. กำชับกลั่นกรองโครงการให้เชื่อมโยงเป็นเอกภาพ ใช้งบประมาณคุ้มค่า เผย มาเลเซียยืนยันสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุข เตรียมพิจารณาผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่
เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า การประชุมในวันนี้จะมีการพูดคุยถึงสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทราบถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยทุกคนทราบว่าบทบาทของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะเน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงมีโครงการต่างๆ ที่จะนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งโครงการต่างๆ จะต้องพิจารณาและกลั่นกรองให้ดี และเป็นโครงการที่ต้องสะท้อนให้เห็นถึงเอกภาพในเชิงนโยบาย ไม่ใช่เป็นเพียงการที่แต่ละหน่วยงานนำโครงการมาเดี่ยวๆ แต่ต้องดูว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร หรืออะไรที่มีความเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงด้านการศึกษา และงานที่เกี่ยวข้องกับมวลชน ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ตนอยากให้คณะกรรมการหารือกันในเชิงนโยบาย และพิจารณาโครงการต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้การกลั่นกรองเป็นไปอย่างเหมาะสม และหลักประกันว่างบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ต้องเกิดประโยชน์และมีความคุ้มค่าอย่างแท้จริง ส่วนมิติด้านความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) การศึกษา และการต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีมาเลเซียที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องมีการหารือและพิจารณาในภาพรวมทั้งหมด
เมื่อถามต่อไป ในฐานะที่เป็นประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่าระหว่างความมั่นคงและการพัฒนาอะไรควรที่จะเกิดก่อนกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงภาคเอกชนถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะต้องไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจะต้องดำเนินการในทุกมิติ ไม่สามารถมองเฉพาะเรื่องความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ การอำนวยความยุติธรรม และในที่สุดแล้วแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ยังถือเป็นแนวทางที่สำคัญ
ส่วนคำถามว่า มองแนวทางการพูดคุยสันติสุขควรเป็นเช่นไร นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ทางมาเลเซียจะเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้อำนวยความสะดวก จะต้องอำนวยความสะดวกอย่างแท้จริง และสามารถสะท้อนท่าทีของรัฐบาลมาเลเซียที่ไม่ใช่บทบาทของผู้อำนวยความสะดวกอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนถึงบทบาทของมาเลเซียในการสนับสนุนการพูดคุย ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียก็ยืนยันว่าสนับสนุนในกระบวนการพูดคุย
ขณะเดียวกันก็ยังมีการพูดคุยปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องความมั่นคงชายแดน การสร้างรั้วที่เห็นถึงความจำเป็น โดยไม่ใช่เป็นเพียงการปิดกั้นคนไปมาหาสู่ แต่บางจุดที่มีกิจกรรมผิดกฎหมาย หรืออาชญากรรมต่างๆ ตนขอยืนยันว่าจะไม่เป็นการสร้างรั้วซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้ลักษณะของรั้วคงไม่ใช่เป็นเพียงรั้วกายภาพอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบทั้งกล้องและอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเสริมด้วย เพื่อสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ และไม่ใช่รั้วที่เป็นแบบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้เราพูดถึงเรื่องข่าวกรอง โดยทางมาเลเซียยืนยันว่าไม่มีนโยบายที่จะให้ใครใช้แผ่นดินของเขาบั่นทอนความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวถามต่อ ทางการมาเลเซียให้คำตอบหรือไม่ จะได้ตัวผู้อำนวยความสะดวกเมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ เผยว่า เขากำลังพูดคุยภายในอยู่ และใกล้ที่จะได้ตัวผู้อำนวยความสะดวกแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจากการหารือกับมาเลเซียจะมีการส่งตัวผู้ที่กระทำความผิดแล้วหนีข้ามแดนกลับยังประเทศไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ตอบว่า เราได้มีการยื่นหมายต่างๆ ไปแล้วและจะมีการติดตาม
ในประเด็นคำถามว่าระยะหลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง มีการปิดล้อมจับกุมผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังก่อเหตุซ้ำอย่างต่อเนื่องนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จะต้องมีการดำเนินการ อย่างไรก็ตามเมื่อถามย้ำว่ากรอบของฝ่ายบริหารจะมีการปรับการดำเนินการเช่นไร นายสีหศักดิ์ ระบุว่า กรอบคือการไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และจะต้องมีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ และมีระบบเตือนภัยที่ดี มีการเตรียมพร้อมต่างๆ
“西哈萨克”主持召开了国家和平与秩序委员会会议,强调需要仔细审查各项计划,以确保团结一致并有效利用预算。他还透露,马来西亚已确认支持和平谈判进程,并正在考虑任命新的调解人。
2026年9月11日下午1点25分,副总理兼外交部长西哈萨克·普昂克凯先生在总理府接受采访,随后主持召开2026年南部边境省份战略发展委员会(CSDP)第一次会议。他表示,会议将讨论南部边境三省的局势,并承认近期发生的各种事件。他指出,南部边境省份行政中心(SBPAC)的职责是促进该地区的经济发展,会议将提出多个项目供审议。这些项目必须经过认真审查和评估,体现政策的统一性,而非仅仅是各机构的个别提案。会议必须强调各项目之间的相互联系,并优先处理紧迫事项,特别是基础设施、教育和社区参与等方面。
他补充说,他希望委员会讨论政策方面的问题,并全面考虑各种项目,以确保进行适当的筛选,并保证分配给该领域的预算能够真正发挥作用,且具有成本效益。关于安全层面,内部安全行动指挥部(ISOC)、教育和外交事务,特别是马来西亚可能参与促成南部边境省份和平谈判的问题,所有方面都必须进行全面讨论和考虑。
当被进一步问及作为政府负责解决南部三省问题的特别代表团团长,安全与发展哪个应该优先时,西哈萨克先生表示,目前,该地区民众(包括私营部门)的安全至关重要。此类事件绝不能再次发生。然而,可持续的解决方案需要采取整体性的方法,不能仅仅关注安全。它必须考虑到当地民众的感受、司法公正,并且最终,普密蓬·阿杜德国王陛下(拉玛九世)的原则仍然是至关重要的指导原则。
关于和平谈判应如何进行的问题,西哈萨克先生表示,马来西亚将更换调解人。但他强调,调解人必须真心实意地推动谈判进程,并体现马来西亚政府的立场,不仅要扮演调解人的角色,更要展现马来西亚对谈判的支持。马来西亚政府已重申支持对话进程。
与此同时,双方还讨论了边境安全等紧迫问题以及修建围栏的必要性。这道围栏不仅用于限制人员流动,还将针对存在非法活动或犯罪的区域。我要强调的是,我们不会修建多余的围栏。这道围栏不仅是一个实体结构,还将配备摄像头和电子设备系统来监控人员流动。它不会像泰柬边境围栏那样。此外,我们还讨论了情报收集问题,马来西亚方面确认,他们没有任何政策允许任何人利用其领土破坏其安全。
记者随后询问马来西亚当局是否已作出答复,以及何时能抓获协助者。西哈萨克先生透露,他们正在进行内部讨论,并已接近抓获该协助者。当被进一步追问与马来西亚的磋商是否会导致那些逃往泰国的越境人员被引渡回泰国时,西哈萨克先生回答说,泰国已经发出多份逮捕令,并将跟进此事。
关于为何尽管安全机构近期已逮捕了一些人,此类事件仍屡屡发生,西哈萨克先生表示,这是安全部队的职责,必须对涉案人员进行处理。然而,当被追问政府将如何调整行动时,西哈萨克先生指出,重点在于防止此类事件再次发生,逮捕涉案人员,更重要的是,通过健全的预警系统和充分的准备,从源头上预防未来事件的发生。