สส.เชียงใหม่ ปชน. ชี้ รองประธานสภาฯ ปิดไมค์ ทำลายโอกาสนำเสนอความเดือดร้อนประชาชน来自人民运动的清迈国会议员指出,国会副议长关闭麦克风的行为破坏了人民表达不满的机会。
“เพชรรัตน์-พุธิตา” ติงรองประธานสภาฯ ปิดไมค์ตัดบท สส. อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชี้ทำลายโอกาสนำเสนอความเดือดร้อนประชาชน ที่รอคอยกฎหมายนี้มายาวนาน

“เพชรรัตน์-พุธิตา” ติงรองประธานสภาฯ ปิดไมค์ตัดบท สส. อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชี้ทำลายโอกาสนำเสนอความเดือดร้อนประชาชน ที่รอคอยกฎหมายนี้มายาวนาน
วันที่ 3 กันยายน 2569 นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู และนางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเย็นวันนี้ ซึ่ง นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กดปิดไมโครโฟนตัดบท สส. หลายคน ขณะกำลังอภิปรายร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …
นางสาวเพชรรัตน์กล่าวว่า ในฐานะ สส.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับวิกฤต PM2.5 และมลพิษทางอากาศอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด ตนเข้าใจดีว่าปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และทุกคนต่างตั้งตารอกฎหมายอากาศสะอาดฉบับนี้มาอย่างยาวนาน โดยการอภิปรายในวันนี้ก็เพื่อทักท้วงสาระสำคัญที่ถูก สว. ปรับแก้ ซึ่งส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ลดบทลงโทษภาคอุตสาหกรรม และลดการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่สุดท้าย สส. หลายคนอภิปรายยังไม่ทันจบ ประธานในที่ประชุมกลับกดปิดไมค์ตัดบททันที ทั้งที่ สส. กำลังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน
“ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นวิกฤตที่สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนมานาน และสังคมกำลังรอกฎหมายฉบับนี้อย่างตั้งใจ สภาผู้แทนราษฎรควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดกว้าง ให้ผู้แทนได้สะท้อนความเดือดร้อนและปกป้องประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ควรเร่งรัดตัดบทจนทำให้เสียงของประชาชนต้องถูกมองข้ามไป” เพชรรัตน์กล่าว
ด้านนางสาวพุธิตากล่าวเสริมว่า การอภิปรายกฎหมายที่มีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด สส. แต่ละคนได้รับการจัดสรรเวลาอภิปรายเพียงคนละไม่กี่นาทีเพื่อสรุปปัญหาที่ซับซ้อน การถูกกดปิดไมค์ทันทีเมื่อเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที ส่งผลกระทบต่อการนำเสนอเนื้อหาสำคัญอย่างมาก
“การตัดบทในลักษณะนี้ ทำให้ สส. ที่รอคิวอภิปรายเกิดความกังวลเรื่องเวลา แทนที่จะได้โฟกัสกับการเสนอเนื้อหาเพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน ก็ต้องยอมตัดทอนประเด็นที่เตรียมมาออกไป ซึ่งดิฉันเองก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้เช่นกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกวินาทีในสภาฯ คือโอกาสในการพูดแทนประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังจากกฎหมายฉบับนี้อยู่” นางสาวพุธิตากล่าวทิ้งท้าย
Petcharat 和 Phutthita 批评众议院副议长关闭麦克风,阻止议员们就《清洁空气法》进行辩论,认为这破坏了长期以来一直期待这项法律的人们表达不满的机会。
2026年9月3日,来自清迈的人民党议员佩查拉·迈乔姆普女士和普提塔·猜亚南女士就当晚众议院会议期间发生的一起事件发表了评论。她们指出,众议院第一副议长玛丽卡·奇拉潘瓦尼奇女士在议员们就《清洁空气管理法》进行辩论时,关闭了多位议员的麦克风,打断了他们的发言。
佩查拉特女士表示,作为清迈选区的国会议员,她深知清迈长期遭受严重的PM2.5污染和空气污染危机,也理解这一问题给全国人民带来的痛苦。大家对《清洁空气法》的期待由来已久。她今天参加辩论的目的是反对参议院提出的几项关键修正案,这些修正案似乎有利于某些企业,降低了对行业的处罚力度,并削弱了公众的参与度。然而,在几位议员发言完毕之前,会议主席突然关闭了他们的麦克风,打断了他们的发言,尽管这些议员当时正在履行职责,表达民众的诉求。
“空气污染是一个长期困扰公众的危机,社会各界都在热切期盼这项法律的出台。众议院应该发挥开放论坛的作用,让代表们反映民众的苦难,充分维护人民的利益。众议院不应操之过急,以致忽视人民的声音,”佩查拉特说道。
普提塔女士补充说,在就关乎公共生活和健康的重要法律(例如《清洁空气法》)进行辩论时,每位议员只有几分钟时间来概述复杂的问题。在发言时间仅剩几秒钟时麦克风被关闭,严重影响了重要内容的呈现。
“这样打断别人发言会让排队等候的议员们担心时间。他们本应专注于向公众阐述解决污染问题的内容,却不得不缩减自己准备的要点。我自己也遇到过这种情况。事实上,在议会的每一秒都是代表那些满怀希望等待这项法律的人民发声的机会,”普提塔女士总结道。