หนุ่มมอบตัว กระทืบเสี่ยรถเครนสาหัส อ้างเมา ฉุนโดนขู่จะยิง一名年轻男子在严重殴打起重机操作员后向警方自首,声称自己当时喝醉了,并因受到枪击威胁而愤怒。
ที่อุดรธานี หนุ่มวัย 32 มอบตัว กระทืบเสี่ยรถเครนสาหัส อ้างเมา ฉุนถูกขู่ว่าจะยิงทิ้ง เลยจัดให้แบบไม่ยั้ง ก่อนขี่รถกลับบ้าน ยันเสียใจ พร้อมขอโทษครอบครัวคนเจ็บ ตร.แจ้งข้อหาหนัก พยายามฆ่า

ที่อุดรธานี หนุ่มวัย 32 มอบตัว กระทืบเสี่ยรถเครนสาหัส อ้างเมา ฉุนถูกขู่ว่าจะยิงทิ้ง เลยจัดให้แบบไม่ยั้ง ก่อนขี่รถกลับบ้าน ยันเสียใจ พร้อมขอโทษครอบครัวคนเจ็บ ตร.แจ้งข้อหาหนัก พยายามฆ่า
จากกรณีนายสมศักดิ์ ภักดีประยูรวงศ์ อายุ 47 ปี ชาวอุดรธานี เสี่ยรถเครน เมาไปทวงเงินกับเพื่อนชื่อ "นายเดียร์" ที่บ้านพัก ภายในซอยวรราช 1 ชุมชนหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่ไม่พบ นายเดียร์ จึงได้นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน ระหว่างนั้นพูดจาข่มขู่จะยิง ซึ่งภรรยานายเดียร์อยู่ในบ้านกับลูก ต่อมามีนายโอ๊ต เพื่อนนายเดียร์ ขับรถจักรยานยนต์เข้ามา และได้ทำร้ายร่างกายนายสมศักดิ์ จนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเมียนายเดียร์ได้ถ่ายคลิปเสียงเอาไว้ ไม่นาน นายเดียร์ ได้กลับมาบ้าน และมาพบเหตุจึงเข้ามาห้ามปราม และแจ้งเจ้าหน้าที่นำ นายสมศักดิ์ ส่งโรงพยาบาล ซึ่งยังอาการโคม่า กระดูกใบหน้าแตก สมองบวม ยังไม่ได้สติ นอนรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู เหตุเกิดเวลา 00.30 น.วันที่ 9 กันยายน 2569 ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 11 กันยายน 2569 พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับรายงานจาก พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานีว่า นายจิระ หรือโอ๊ต อายุ 32 ปี ชาว ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายสมศักดิ์ ภักดีประยูรวงศ์ อายุ 47 ปี เสี่ยรถเครนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว ซึ่งนายโอ๊ตได้เดินทางมามอบตัวที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี โดยมีพ่อและพี่สาว เดินทางมาด้วย จึงได้ร่วมกันสอบสวนปากคำ ถามสาเหตุการทำร้ายร่างกายนายสมศักดิ์
โดย นายโอ๊ต เล่าว่า ตนเป็นเพื่อนกับนายเดียร์ คืนเกิดเหตุ ตนดื่มเหล้า 2 แบนจนเมา จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์ไปเล่นกับนายเดียร์ที่บ้าน แต่นายเดียร์ไม่อยู่ และผู้บาดเจ็บก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านนายเดียร์เช่นเดียวกัน ผู้บาดเจ็บถามตนว่ามาทำไม ถ้าไม่กลับ จะถูกยิงอีกคน ด้วยความเมาและโมโหที่โดนขู่ว่าจะยิง จึงได้เตะผู้บาดเจ็บตกจากรถ ซึ่งขณะนั้นค่อนข้างชุลมุน ต่อมานายเดียร์กลับมาบ้าน จึงได้มาห้าม ตนจึงขี่รถกลับบ้าน ไม่รู้ว่าผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ตื่นเช้าตนก็ขี่รถไปหาญาติที่ต่างจังหวัด ปรึกษากัน และมามอบตัว รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากบอกกับครอบครัวผู้บาดเจ็บว่า “ขอโทษ” และยอมรับผิดกับสิ่งที่ตนทำลงไป
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบมีพยานบุคคลเห็น และมีคลิปจากพลเมืองดีที่สามารถถ่ายขณะกำลังทำร้ายร่างกายชัดเจน จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า โดนผู้บาดเจ็บพูดข่มขู่ บอกว่าจะใช้อาวุธปืนยิง แต่ไม่ได้เห็นอาวุธปืน ประกอบกับต่างคนต่างเมา ผู้ก่อเหตุดื่มเหล้าไป 2 แบน ก็เลยพลั้งมือไป ด้วยร่างกายที่ใหญ่กว่าผู้บาดเจ็บ เลยกระทืบผู้บาดเจ็บไปหลายครั้ง ตอนนี้ผู้บาดเจ็บยังอาการหนัก และมีหลักฐานระบุว่าก่อเหตุคนเดียว ซึ่งจากการรวบรวมพยานและหลักฐานเข้าข่ายข้อหา “พยายามฆ่า” เพราะดูจากพฤติกรรม เจตนา และจุดที่ทำร้าย ลักษณะการทำร้าย อยากฝากเตือนผู้ที่ดื่มสุรา จะมีการระงับยับยั้งชั่งใจน้อย มีโอกาสก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และหากไปขับรถก็จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน
在乌隆他尼府,一名32岁男子在严重殴打一名起重机操作员后向警方自首。他声称自己当时喝醉了,并因对方威胁要开枪射杀他而恼羞成怒,于是肆意殴打对方后驾车回家。他表示悔恨,并向受害者家属道歉。警方已对其提起谋杀未遂的指控。
此案涉及47岁的乌隆他尼府起重机卡车车主颂萨·帕克迪普拉永翁先生。事发时,颂萨先生醉酒后前往乌隆他尼府农布阿社区沃拉拉特1巷,向一位名叫“迪尔”的朋友索要欠款。由于找不到迪尔,颂萨先生便坐在房子前,威胁要开枪射杀他。迪尔的妻子和孩子当时都在屋内。随后,迪尔的另一位朋友奥特先生骑摩托车赶到,殴打颂萨先生,致其重伤。迪尔的妻子录下了冲突过程。不久后,迪尔回到家中,制止了奥特先生的暴行,并报警。颂萨先生被紧急送往医院,情况危急,面部骨折,脑部肿胀,在重症监护室一直处于昏迷状态。正如之前报道,事件发生在2026年9月9日凌晨0点30分。
关于此案的进展,2026年9月11日晚上10点,乌隆他尼府警察局局长帕塔纳翁·占波警上校接到乌隆他尼府警察局调查组组长班通·塔皮奥塔警中校的报告,称32岁的吉拉(又名奥特)先生(乌隆他尼府府县农磨坊街道居民)已联系警方自首。吉拉先生曾殴打47岁的起重机卡车车主颂萨·帕克迪普拉永翁先生,致其重伤昏迷。奥特先生在其父亲和妹妹的陪同下抵达乌隆他尼府警察局调查组。随后,警方对他们进行了联合讯问,以查明其殴打颂萨先生的动机。
奥特先生回忆说,他和迪尔先生是朋友。事发当晚,他喝了两瓶酒,直到酩酊大醉。之后,他骑摩托车去了迪尔先生家,但迪尔先生不在家。受伤者也把摩托车停在了迪尔先生家门前。受伤者问他为什么在那里,并威胁说如果他不离开,也会被枪杀。奥特先生当时喝醉了,又被威胁激怒,便把受伤者踢下了摩托车。当时场面十分混乱。后来,迪尔先生回到家,制止了此事。奥特先生随后骑摩托车回家,并不知道受伤者已经受了重伤。第二天早上,他骑车去另一个省份探望亲戚,与他们商量后才自首。他对所发生的事情深感懊悔,想对受伤者的家人说“对不起”,并承担了自己行为的责任。
乌隆他尼市警察局局长帕塔纳翁·占波警上校透露,初步调查包括目击者的证词以及一位热心市民提供的视频片段,该视频清晰地记录了袭击过程。在审讯中,行凶者承认受害者威胁他,说要用枪射杀他,但他并没有看到枪。两人当时都处于醉酒状态;行凶者喝了两瓶酒,由于体型比受害者大,他一时冲动,反复踢打受害者。受害者目前情况危急。证据表明,行凶者是单独作案。根据证据,考虑到行凶者的行为、意图、袭击地点和性质,此案应以“谋杀未遂”罪名起诉。他还警告说,醉酒者自控能力下降,会增加暴力冲突和致命事故的风险。