“อภิสิทธิ์” กางแผลไฟใต้ ซัดนโยบายรัฐบกพร่องซ้ำซาก ขัดแย้งคืนความสงบสุขในปี 70阿披实揭露了南部叛乱的创伤,批评政府屡次犯错的政策,以及未能按计划在 2027 年恢复和平与稳定。
“อภิสิทธิ์” เสนอญัตติด่วน กางแผลสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ซัดนโยบายรัฐบกพร่องซ้ำซาก ดักคอ “นายกฯ” เลี่ยงสภา ดับฝันปี 2570 สันติสุขยั่งยืน

“อภิสิทธิ์” เสนอญัตติด่วน กางแผลสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ซัดนโยบายรัฐบกพร่องซ้ำซาก ดักคอ “นายกฯ” เลี่ยงสภา ดับฝันปี 2570 สันติสุขยั่งยืน
วันที่ 3 กันยายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์วงจรความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้รอบใหม่ พ.ศ. 2569 โดยได้ระบุถึงความจำเป็นในการยื่นญัตติตามขั้นตอนทางสภาฯ เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมาชี้แจงและแสดงเจตจำนงเชิงนโยบายด้วยตนเอง เนื่องจากปัญหาภาคใต้มีความซับซ้อนเกินกว่าระดับกระทรวงจะรับมือไหว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจของนิด้าโพลล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนชัดเจนว่าประชาชนกว่าร้อยละ 40 มองสาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่ามาจากข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ ขณะที่นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันกลับเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยไร้รายละเอียดการปฏิบัติที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความคลุมเครือในเชิงนโยบาย และซ้ำเติมให้การแก้ปัญหายากยิ่งขึ้น
ล่าสุดกรณีความขัดแย้งเรื่องเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกลับตอบคำถามสังคมว่า “ไม่แน่ใจว่ามีอำนาจตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ เพราะพื้นที่ใช้กฎอัยการศึก” คำตอบลักษณะนี้ถือเป็นสัญญาณที่อันตรายอย่างยิ่ง สะท้อนว่าผู้นำรัฐบาลไร้แนวทางในการคลี่คลายข้อสงสัยให้ประชาชน ทั้งที่การบังคับใช้กฎหมายพิเศษต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของการค้นหาความจริงเพื่อสร้างความไว้วางใจ
นอกจากนี้ ขอตั้งคำถามว่า รัฐบาลชุดนี้ยังยึดหลักการเมืองนำการทหารอยู่หรือไม่ หรือมองเพียงมิติการใช้อำนาจและกำลังความมั่นคงบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก อีกทั้งเป้าหมายที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เคยตั้งไว้ว่าจะคืนความสงบสุขในปี 2570 ก็ขัดแย้งกับสถานการณ์ความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ส่วนกระบวนการพูดคุยสันติสุข หากเป็นเพียงการซื้อเวลาหรือหาข่าวโดยไร้หลักการภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ใดๆ
“ขนาดผมเป็นคนขยันอ่าน บันทึกการอภิปรายทั้งหมดนี้ยังต้องใช้เวลานานมาก ไม่มีอะไรทดแทนการที่นายกฯ สละเวลามานั่งฟังตรงนี้สัก 2-3 ชั่วโมงได้เลย ผมเชื่อว่ามุมมองของท่านจะเปลี่ยนไปจากการอภิปรายของพวกเรา เขาบอกสภาฯ เป็นที่พูด สภาฯ เป็นที่ปลดปล่อย แต่เราทำได้มากกว่านั้นครับ แต่รัฐบาลต้องร่วมมือกับเรา ทำเถอะครับสำหรับพี่น้องชาวใต้ ชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณครับ”
阿披实提出一项紧急动议,揭露南部边境省份的严峻形势,批评政府屡次犯错的政策,并警告总理不要回避议会,从而粉碎到 2027 年实现持久和平的希望。
2026年9月3日,民主党领袖、来自政党名单制议会的议员阿披实·维乍集瓦先生向众议院提出紧急动议,要求其考虑采取新方法解决南部边境省份的暴力循环问题。他指出,必须通过议会程序提交该动议,以要求总理亲自来访,解释并阐明其政策意图,因为南部问题过于复杂,单个部委难以处理。
阿披实先生指出,国家发展研究所(NIDA)在南部三个边境省份进行的最新民调清楚地表明,超过40%的民众认为暴力事件的根源在于政府在应对该问题上的政策、战略和方向存在缺陷。与此同时,现任政府的政策仅仅概括为“了解、获取、发展”,缺乏明确的实施细节。这导致政策模糊不清,加剧了解决问题的难度。
最近,针对该地区直升机冲突,总理在回应公众质询时表示:“我不确定我是否有权成立调查委员会,因为该地区目前处于戒严状态。”这种回应发出了一个非常危险的信号,反映出政府领导人缺乏明确的解决公众关切的方案,尽管执行特别法律必须纳入真相调查的范畴,以建立信任。
此外,我想质疑本届政府是否仍然坚持政治领导军队的原则,还是仅仅专注于运用权力和安全部队来执法。而且,国家安全委员会提出的在2027年恢复和平的目标与当前的现实完全不符。至于和平谈判进程,如果它仅仅是拖延时间或收集情报的策略,而没有任何宪法原则可言,那么它将不会取得任何成果。
“即使是我这样勤于阅读的人,也花了很长时间才把这些辩论记录全部读完。总理愿意抽出时间坐在这里聆听两三个小时,这是任何事都无法取代的。我相信,听完我们的讨论后,他的观点会有所改变。人们常说,议会是发言的地方,是发泄情绪的地方,但我们能做的远不止这些。政府必须与我们合作。请为了我们在南方,在南部边境省份的兄弟姐妹们,这样做吧。谢谢。”