3 วิธีเปลี่ยนมุมมอง “กองทุนลดหย่อนภาษี” ให้เป็น “เงินลงทุน”3 种方法将你对“可抵税资金”的看法转变为“投资”。
ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีทุกปี แต่ไม่รู้ว่าซื้ออะไรไป 3 วิธีปรับมุมมองใหม่ ให้เงินทำงานเพื่ออนาคตของเราอย่างเต็มที่

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)
CPA และ content creator เจ้าของเพจ “มาดามฟินนี่” ผู้เขียนเรื่องการเงินแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพราะเชื่อว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจัดการเงินที่ดีควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิต
# การจัดการพอร์ตการลงทุน
# การบริหารความมั่งคั่ง
TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73
“นฤตม์” แม่ทัพบีโอไอ ปีที่ 5 กับโจทย์ที่ท้าทายในวิกฤตโลกผันผวน
ช่วงปลายปีหลายคนมักรีบซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีในช่วงโค้งสุดท้าย เลือกจากกองที่แอปแนะนำ กองที่เพื่อนบอกว่าดี หรือกองที่ผลตอบแทนปีล่าสุดดูน่าสนใจ เพื่อปิดจบภารกิจลดหย่อนภาษี จากนั้นก็แทบไม่ได้กลับไปดูอีกเลย
กองทุนเหล่านี้มีจุดเด่นคือถูกออกแบบมาให้คนมีแรงจูงใจในการออมและลงทุนระยะยาว พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ หลายคนให้ความสำคัญกับคำว่า “ลดภาษี” มากกว่า “ลงทุน” ทั้งที่เงินก้อนนี้มีหน้าที่หลักคือทำงานสร้างผลตอบแทน
ทำไมเราถึงมักจะลืมสนใจเงินก้อนนี้
1. เราจดจำมันในฐานะว่าเป็น “เงินที่จ่ายเพื่อลดภาษี”
เวลาซื้อกองทุนปลายปี เป้าหมายในหัวของเรามักชัดมากว่า “ต้องซื้อเท่าไรถึงจะลดภาษีได้”
พอซื้อเสร็จ ภารกิจก็ดูเหมือนจบแล้ว เงินก้อนนี้จึงถูกมองคล้ายค่าใช้จ่ายประจำปี มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินและเงินเกษียณของเรา ทั้งที่เราไม่ได้จ่ายเงินทิ้งเพื่อประหยัดภาษี แต่กำลังย้ายเงินจากบัญชีวันนี้ ไปไว้ในพอร์ตของตัวเราในอนาคต
2. “ภาษีที่ลดได้” เห็นผลชัดเจน และเร็วกว่าผลตอบแทนในฐานะการลงทุน
มนุษย์เราชอบผลลัพธ์ที่เห็นเร็ว การซื้อกองทุน 100,000 บาท เราพอคำนวณได้ทันทีว่าจะช่วยลดภาษีประมาณเท่าไร
แต่คำถามว่าเงิน 100,000 บาทนี้จะกลายเป็นเท่าไรในอีก 10 หรือ 20 ปี เป็นเรื่องที่ไกลกว่า และไม่เห็นผลทันที
เราจึงเผลอให้ความสำคัญกับ “ภาษีที่ประหยัดได้” มากกว่า “เงินที่กำลังลงทุน” ทั้งที่ในระยะยาว ผลตอบแทนและความเหมาะสมของสินทรัพย์ที่เราเลือก อาจมีผลต่อเงินของเรามากกว่าสิทธิภาษีในปีที่ซื้อเสียอีก
3. พอรู้ว่าต้องถือยาว ก็เลยคิดว่า “ดูไปก็ทำอะไรไม่ได้”
เมื่อกองทุนมีเงื่อนไขระยะเวลาการถือครอง หลายคนจึงคิดว่า ในเมื่อขายตอนนี้ไม่ได้ จะเปิดดูไปทำไม
แต่เราสามารถดูว่าพอร์ตที่มีอยู่ลงทุนในอะไร กระจุกตัวเกินไปไหม ความเสี่ยงยังเหมาะกับวัยและเป้าหมายของเราหรือไม่ และปีนี้ควรเติมสินทรัพย์ประเภทไหนเพิ่ม
การติดตามพอร์ตจึงไม่ใช่การดูเพื่อซื้อ ๆ ขาย ๆ แต่คือการดูว่า เงินทั้งหมดของเรายังเดินไปในทิศทางที่ต้องการหรือไม่
3 วิธีเปลี่ยนมุมมอง “กองทุนลดหย่อนภาษี” ให้เป็น “เงินลงทุน”
1. อย่ารอซื้อช่วงปลายปีอย่างเดียว ลองวางแผนตั้งแต่ต้นปี
ถ้ารู้คร่าว ๆ อยู่แล้วว่าในปีหนึ่งเราต้องการลงทุนเพื่อสิทธิลดหย่อนประมาณเท่าไร เราอาจแบ่งทยอยลงทุนระหว่างปีแทนการรอซื้อก้อนใหญ่ในช่วงปลายปี กระจายจังหวะการลงทุน ลดภาระจ่ายเงินก้อนช่วงปลายปี และทำให้เราได้กลับมามองพอร์ตของตัวเองมากกว่าปีละครั้ง
2. “ตรวจสุขภาพพอร์ต” ปีละ 1-2 ครั้ง
ไม่จำเป็นต้องเปิดดูทุกวัน แค่ปีละครั้งหรือสองครั้ง ลองถามตัวเองว่า ตอนนี้เราถือกองทุนอะไรอยู่บ้าง แต่ละกองลงทุนในสินทรัพย์อะไร พอร์ตกระจุกอยู่ในตลาดหรือสินทรัพย์บางประเภทมากเกินไปหรือไม่ ระดับความเสี่ยงยังเหมาะกับเราอยู่ไหม
เพื่อเปลี่ยนมุมมองมาเป็น “เจ้าของพอร์ตที่รู้ว่าเงินตัวเองอยู่ตรงไหน อยู่ในอะไรบ้าง”
3. เลือกกองทุนจากเป้าหมาย ไม่ใช่เลือกจากผลตอบแทนในอดีตเพียงอย่างเดียว
กองทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปีที่ผ่านมา ไม่ได้แปลว่าจะดีที่สุดในปีต่อไป และอาจไม่ได้แปลว่าเป็นกองทุนที่เหมาะกับเราที่สุด ดังนั้น ก่อนเลือกกองทุน ลองถามตัวเองว่า “เงินก้อนนี้เราจะใช้เมื่อไร และเรารับความผันผวนได้แค่ไหน” แล้วจึงค่อยเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายนั้น
กองทุนลดหย่อนภาษีมีข้อดีตรงที่ช่วยให้เราได้ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจูงใจให้เราเก็บเงินไว้สำหรับอนาคต แต่ถ้าเราซื้อเพียงเพื่อ “ลดภาษีให้ถึงเป้า” โดยไม่รู้ว่าเงินของเราไปลงทุนในอะไร เราอาจได้ประโยชน์เพียงส่วนเดียวของสิ่งที่เครื่องมือนี้สามารถให้เราได้ และพลาดประโยชน์จากเงินจำนวนนั้นในฐานะเงินลงทุนเพื่อเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต
อ่านข่าวการเงิน ประกัน บริหารความมั่งคั่ง กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่) CPA และ content creator เจ้าของเพจ “มาดามฟินนี่” ผู้เขียนเรื่องการเงินแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพราะเชื่อว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจัดการเงินที่ดีควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิต
帕尼达·楚库尔(芬尼夫人)
她是一位注册会计师兼内容创作者,拥有名为“Madame Finny”的Facebook主页,专门撰写基于真实生活经历的通俗易懂的理财文章。她认为金钱很重要,而良好的理财始于对生活的理解。
# 投资组合管理
# 财富管理
为什么“马桶公司”TOTO会成为人工智能蓬勃发展时代的关键参与者? | 数字前沿 第73期
纳鲁特是投资委员会的最高执行官,上任已有五年,在全球危机动荡的环境下,他面临着诸多挑战。
临近年底,许多人争相在最后几天购买可抵税基金,他们会从应用程序推荐的基金、朋友推荐的基金,或是过去一年收益诱人的基金中进行选择,以完成抵税目标。之后,他们很少再关注这些基金。
这些基金旨在鼓励长期储蓄和投资,并在满足特定条件的情况下提供税收优惠。然而,许多人却将“减税”置于“投资”之上,尽管这笔钱的主要目的是产生收益。
为什么我们经常忘记关注这笔钱?
1. 我们记得它叫“减税款项”。
在年底购买共同基金时,我们的目标通常非常明确:“我需要购买多少才能获得税收减免?”
一旦购买完成,任务似乎就完成了。这笔钱随后更多地被视为年度支出,而不是我们资产和退休基金的一部分,尽管我们并非为了避税而把钱扔掉,而是将资金从当前的账户转移到未来的投资组合中。
2.“节税”比投资回报能带来更清晰、更快速的结果。
人们更喜欢快速见效。如果投资10万泰铢到共同基金,我们可以立即计算出它能帮我们节省多少税款。
但10万泰铢在10年或20年后会变成什么样子,这是一个遥远的问题,其影响也不会立即显现。
我们常常低估“节税”的重要性,而更看重“投资的资金”,尽管从长远来看,我们选择的资产的回报和适用性可能比购买当年的税收优惠对我们的资金影响更大。
3. 当我意识到我必须长期持有它时,我想,“除了旁观,我什么也做不了。”
当基金有持有期要求时,很多人会想:“既然现在不能卖,为什么还要费心去看呢?”
但我们可以看看我们现有的投资组合投资了什么,是否过于集中,风险水平是否适合我们的年龄和目标,以及我们今年应该增加哪些类型的资产。
因此,投资组合跟踪不在于买卖,而在于观察我们的整体资金是否仍在朝着预期的方向发展。
3 种方法将你对“可抵税资金”的看法转变为“投资”。
1. 不要等到年底才购买;尝试从年初就开始计划。
如果您大致了解每年为了享受税收减免而想要投资多少,不妨考虑全年分期投资,而不是等到年底一次性投入一大笔资金。这样可以分散投资组合,减轻年底大笔缴款的压力,并让您一年多次审视自己的投资组合。
2. 每年进行 1-2 次“投资组合健康检查”。
无需每天都查看。每年只需问自己一两次:我目前持有哪些基金?每只基金投资于哪些资产?我的投资组合是否过于集中于某些市场或资产类别?风险水平是否仍然适合我?
将视角转变为“了解自己的资金在哪里以及投资了什么的投资组合所有者”。
3. 根据你的目标选择基金,而不仅仅是根据过去的收益。
去年表现最佳的基金并不一定意味着明年也会表现最佳,而且它可能并不适合你。因此,在选择基金之前,请问问自己:“我什么时候会用到这笔钱?我能承受多大的波动?”然后选择一只符合你目标的基金。
可抵税基金既能提供税收优惠,又能激励人们为未来储蓄。然而,如果我们仅仅为了“达到避税目标”而投资,却不了解资金的投资方向,那么我们可能只能享受到这项工具所能提供的诸多益处中的一小部分,并错失将资金用于实现各种人生目标所带来的潜在回报。
通过 Thairath Money 阅读有关金融、保险和财富管理的最新资讯,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Panida Chukul(笔名Madame Finny)是一位注册会计师和内容创作者,也是“Madame Finny”Facebook主页的拥有者。她根据自身真实生活经历撰写通俗易懂的理财文章,她认为金钱很重要,而良好的理财始于对生活的理解。