เร่งขยายผลจีนเทาสวมบัตร 5 หมื่น จ่ายให้ใครใน จ.ตาก มีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวโยงหรือไม่当局正在加紧调查一名涉嫌在达府使用伪造身份证件骗取5万泰铢的中国公民。他们还在调查是否有政府官员牵涉其中。
“บิ๊กราญ“ สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ

“บิ๊กราญ“ สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ-ถือครองทรัพย์สินในชลบุรีกว่า 100 ล้านบาท อยู่ระหว่างขยายผลเงิน 5 หมื่น จ่ายให้ใคร โยงเอี่ยวสวมบัตรประชาชน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมกันจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือ Mr. Zhu Zhishan ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง คนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีนประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดง INTERPOL ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2533 ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกจากจีนและเดินทางเข้ามายังประเทศไทย จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้อาจเป็นคนเดียวกับ “นายสุชาติ สุรชัย” ซึ่งอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือ นายสุชาติ เคยมีสัญชาติไทยหรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่
กรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตรวจสอบย้อนหลัง ก่อนพบว่านายสุชาติได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังตรวจพบว่าเจ้าตัวยังเคยยื่นขอจัดทำบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.บางละมุง ทั้งที่ไม่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งศาลออกหมายจับและนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การได้มาว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่
ทั้งนี้หลังได้สถานะคนไทยผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยวก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่พัทยามีครอบครัวกับภรรยาชาวจีนและมีบุตรฝาแฝด 2 คน จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในพื้นที่บางละมุงจำนวน 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเส้นทางการได้มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
“大冉”(一位高级警官的绰号)命令诺帕西尔普中将率领一支由警察和地方行政官员组成的DOPA NICE小组,逮捕一名被国际刑警组织发出红色通缉令的中国公民。此人因在泰国的刑事指控潜逃三十余年,利用泰国国籍在春武里府开设公司并拥有价值超过1亿泰铢的资产。目前正在调查这笔5万泰铢的款项的收款人,以及这笔款项是否与身份盗窃有关。
9月13日,泰国皇家警察副总监萨姆兰·努阿尔玛警上将命令泰国皇家警察总部总监诺帕西尔·普尔萨瓦特警中将,以及警务和行政官员,逮捕了苏查特·苏拉猜先生(又名朱志山先生)。苏查特·苏拉猜先生是一名中国公民,也是中国当局根据红色通缉令通缉的重要嫌疑人。此外,芭堤雅省法院也签发了逮捕令(编号509/2569),要求逮捕他。逮捕行动在其位于春武里府邦拉蒙县农普鲁街道的住所进行。随后,苏查特·苏拉猜先生被移交给邦拉蒙警察局,接受进一步的法律程序。
泰国警察总长萨姆兰透露,泰国外交部收到中国当局的信息,要求核实并引渡朱志山先生。朱志山先生是国际刑警组织红色通缉令的通缉犯。中国当局正在寻求逮捕他,指控他与1990年1月19日发生在浙江省台州市的一起蓄意袭击案有关。该嫌疑人随后逃离中国并进入泰国。调查显示,红色通缉令上的朱志山先生可能与苏查特·苏拉猜先生是同一人,后者可能非法获得泰国国籍,并曾持有泰国护照。因此,泰国内政部被要求核实朱志山先生或苏查特先生是否曾持有泰国国籍,或是否已被撤销国籍。
省行政厅通过其登记安全对策中心(DOPA NICE)与警方合作,开展了一项回顾性调查,发现苏查特先生通过在达府帕帕县高地地区登记身份,非法获得泰国国籍。他于2001年11月1日首次获得泰国国民身份证。当局随后撤销了他的国籍及相关登记,并提起诉讼。之后又发现,尽管他没有合法的泰国国籍,但他还在邦拉蒙县申请了国民身份证。法院签发了逮捕令,将其逮捕。
萨姆兰警官进一步表示,嫌疑人在审讯中供认,他花费约5万泰铢在达府帕县办理了一张泰国国民身份证。当局需要进一步调查,以确定这笔钱的接收者、是否有个人或官员涉案,以及是否还有其他人进行过类似的交易。
嫌疑人取得泰国国籍后,继续在泰国生活和工作,最初从事导游和旅游业,之后定居芭堤雅,并与一名中国女子结婚,育有一对双胞胎子女。调查还显示,嫌疑人与多家公司有关联,在邦拉蒙拥有17块土地,价值超过1亿泰铢,此外还拥有多辆汽车和摩托车。当局将进一步调查这些资产的获取方式和法律地位。
最初,警方根据逮捕令将嫌疑人带回邦拉蒙警察局进行进一步的法律程序。至于中国当局提出的引渡请求,泰国皇家警察将根据法律程序进行考虑和处理。