กลอเรีย สไตเนม ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมาครึ่งศตวรรษ เสียชีวิตแล้วในวัย 92 ปี为女性权利奋斗了半个世纪的格洛丽亚·斯泰纳姆去世,享年92岁。
กลอเรีย สไตเนม ผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในสหรัฐฯ มานานกว่าครึ่งศตวรรษ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 92 ปี ในขณะที่บุคคลสำคัญมากมายต่างออกมาร่วมแสดงความอาลัย

กลอเรีย สไตเนม ผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในสหรัฐฯ มานานกว่าครึ่งศตวรรษ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 92 ปี ในขณะที่บุคคลสำคัญมากมายต่างออกมาร่วมแสดงความอาลัย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลอเรีย สไตเนม ผู้นำขบวนการปลดแอกสตรีในสหรัฐอเมริกา และเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 92 ปี โดยมูลนิธิของเธอระบุในโพสต์บนอินสตาแกรมว่า สไตเนม “จากไปอย่างสงบ” ที่บ้านพักในนครนิวยอร์กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (2 ก.ย. 2569) “ท่ามกลางคนที่รักเธอมากมาย”
สไตเนม ซึ่งเป็นทั้งนักเขียนและบรรณาธิการนิตยสาร ได้ร่วมก่อตั้ง “กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเคลื่อนไหวของสตรี” (Women's Action Alliance - WAA) ซึ่งเป็นกลุ่มที่อุทิศตนเพื่อต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติทางเพศมานานกว่า 50 ปี
เธอเริ่มต้นอาชีพการเป็นนักข่าวในนิวยอร์ก และต่อมาได้ร่วมก่อตั้งนิตยสาร Ms. ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งพิมพ์ฉบับแรกๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องปัญหาของผู้หญิง นอกเหนือจากเรื่องงานบ้านและความสวยความงาม
ในช่วงทศวรรษ 70 สไตเนมเป็นผู้รณรงค์คนสำคัญเพื่อสิทธิเจริญพันธุ์ของผู้หญิง รวมถึงประเด็นอื่นๆ โดยตัวเธอเองเคยทำแท้งอย่างผิดกฎหมายในลอนดอนเมื่อตอนอายุ 22 ปี และในหลายปีต่อมา เธอได้ร่วมยินดีกับคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในคดี Roe v. Wade เมื่อปี 2516 ซึ่งรับรองสิทธิ์การทำแท้งของผู้หญิง และเกือบครึ่งศตวรรษต่อมา เธอได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานในการพลิกคำตัดสินดังกล่าว
เธอยังออกมาสนับสนุนการทำให้การสมรสของคนเพศเดียวกันถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนความเท่าเทียมในสิทธิและค่าตอบแทนสำหรับผู้หญิง รวมถึงการประท้วงต่อต้านโทษประหารชีวิตและการขลิบอวัยวะเพศหญิงด้วย
ทั้งนี้ สไตเนมเกิดเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2477 ที่เมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ เธอมีวัยเด็กที่ยากลำบากและไม่ได้เข้าเรียนแบบเต็มเวลาจนกระทั่งอายุ 12 ปี
หลังจากจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในช่วงปลายทศวรรษ 50 เธอเดินทางไปอินเดียด้วยทุนการศึกษาวิจัยและใช้เวลา 2 ปี ในบทบาทที่หลากหลาย รวมถึงการช่วยหญิงสาวในหมู่บ้านจัดการประท้วงโดยสงบต่อต้านนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทำให้เธอเริ่มสนใจเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนรากหญ้า
จากนั้นเธอได้ย้ายไปนครนิวยอร์กในช่วงต้นทศวรรษ 60 เพื่อเริ่มต้นอาชีพนักเขียนอิสระ และพบจุดเปลี่ยนจากการที่เธอเขียนบทความเปิดโปงเรื่องสภาพการทำงานของสาวเพลย์บอยบันนี (Playboy Bunny) ก่อนที่เธอจะกลายเป็นคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสาร New York Magazine และก่อตั้งนิตยสาร Ms. ในปี 2515
สไตเนมเข้าพิธีสมรสกับ เดวิด เบล นักธุรกิจและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวแอฟริกาใต้ และบิดาของ คริสเตียน เบล นักแสดงชื่อดัง ในปี 2543 ก่อนที่เบลจะเสียชีวิตในอีก 3 ปีต่อมาด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสมอง
ในปี 2556 บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้มอบเหรียญอิสริยาภรณ์ประธานาธิบดีเพื่ออิสรภาพ (Presidential Medal of Freedom) ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐฯ ให้แก่สไตเนม
มูลนิธิของสไตเนมระบุว่า “เธอยังคงทำงานเพื่อความเท่าเทียมจนกระทั่งวาระสุดท้าย”
“ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกลอเรียคือความสามารถในการรับฟังผู้อื่น การทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าได้รับการมองเห็นและรับฟัง คำพูด การกระทำ และแบบอย่างของเธอเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง กลอเรียใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ต่อเจตนารมณ์แห่งอิสรภาพ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยมเสมอมา”
มูลนิธิระบุอีกว่า ในช่วงปีท้ายๆ ของชีวิต สไตเนมใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนและงานเขียน โดยเปิดบ้านต้อนรับแขกเพื่อจัดกิจกรรม “Talking Circles” (วงเสวนาพูดคุย) ซึ่งเป็นประเพณีที่จะยังคงดำเนินต่อไป
หลังข่าวการเสียชีวิตของสไตเนมถูกเปิดเผยออกมา ผู้คนมากมายต่างออกมาร่วมแสดงความอาลัย โดยเหล่านักเขียนและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีต่างร่วมแสดงความคิดเห็นบนอินสตาแกรม บางคนระบุว่า เธอเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขา
เมแกน มาร์เคิล พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ แห่งอังกฤษ ก็ออกมาร่วมแสดงความอาลัยด้วย โดยโพสต์รูปที่ทั้งคู่เคยถ่ายร่วมกันลงบนอินสตาแกรมพร้อมกับข้อความว่า “พวกคุณทุกคนต่างรู้ถึงเกียรติยศมากมายของเธอและวิธีที่เธอช่วยขับเคลื่อนโลกเพื่อผู้หญิงและทุกคน”
ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้สมัครประธานาธิบดีปี 2559 ระบุว่า สไตเนมคือ “หนึ่งในสถาปนิกผู้สร้างโครงสร้างทั้งหมดแห่งความเท่าเทียมของสตรี หมายถึงการทลายอุปสรรคเพื่อให้หญิงสาวสามารถมีส่วนร่วมในจุดที่พรสวรรค์และความพยายามของพวกเขานำพาไป”
“กลอเรียเป็นคนมองโลกในแง่ดี” คลินตันบอกกับรายการ CBS Mornings เมื่อวันพฤหัสบดี “การเคลื่อนไหวของเธอมีรากฐานมาจากความมองโลกในแง่ดี และนั่นคือทางเลือกทางศีลธรรม ซึ่งเธอเลือกทำมันในทุกๆ วัน”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
美国女性权利和平等的倡导者格洛丽亚·斯泰纳姆(Gloria Steinem)逝世,享年92岁,她半个多世纪以来一直是美国女性权利和平等的领军人物。许多知名人士纷纷表示哀悼。
国际新闻机构报道,美国妇女解放运动领袖、半个多世纪以来一直致力于妇女权利活动的活动家格洛丽亚·斯泰纳姆去世,享年92岁。她的基金会在Instagram上发帖称,斯泰纳姆于周三(2026年9月2日)在纽约市的家中“安详离世”,“身边有爱她的人陪伴”。
斯坦纳姆是一位作家和杂志编辑,她与他人共同创立了妇女行动联盟(WAA),该组织致力于打击性别歧视已有 50 多年。
她的职业生涯始于纽约的一名记者,后来与人共同创办了《女士》杂志,这是最早关注女性问题(除了家务和美容之外)的出版物之一。
上世纪70年代,斯坦纳姆是女性生殖权利(以及其他一些议题)的积极倡导者。她本人22岁时在伦敦接受了非法堕胎手术。多年后,她对1973年美国最高法院在“罗诉韦德案”中维护女性堕胎权的裁决表示赞赏。然而,近半个世纪后,她亲眼目睹了这一裁决被推翻。
她还公开支持同性婚姻合法化、女性享有平等权利和同工同酬,并抗议死刑和女性生殖器切割。
斯坦纳姆于1934年3月25日出生于俄亥俄州托莱多市。她的童年很艰难,直到12岁才开始全日制上学。
20 世纪 50 年代末大学毕业后,她凭借研究奖学金前往印度,并在那里担任了两年的各种职务,包括帮助一个村庄的年轻妇女组织和平抗议政府政策,这激发了她对基层运动的兴趣。
20世纪60年代初,她搬到纽约市,开始从事自由撰稿人的职业生涯。在她撰写揭露《花花公子》兔女郎工作条件的文章后,她的人生迎来了转折点。这使她成为《纽约杂志》的专栏作家,并于1972年创办了《女士》杂志。
2000 年,斯坦纳姆与南非商人兼环保主义者、著名演员克里斯蒂安·贝尔的父亲大卫·贝尔结婚。三年后,贝尔因脑淋巴瘤去世。
2013年,时任美国总统巴拉克·奥巴马授予斯坦纳姆总统自由勋章,这是美国最高的平民荣誉。
斯坦纳姆基金会表示:“她毕生致力于争取平等,直至生命的最后一刻。”
“格洛丽亚最大的天赋在于她善于倾听,让别人感到被理解和被重视。她的言语、行动和榜样为人们提供了展现真我的机会。格洛丽亚始终秉持自由精神,充满好奇心,并拥有极佳的幽默感。”
该基金会还表示,在生命的最后几年里,斯坦纳姆致力于社区和写作,并向客人开放他的家,举办“谈话圈”活动,这一传统将会继续下去。
斯坦纳姆去世的消息传出后,许多人表达了哀悼之情。作家和女权活动家们纷纷在Instagram上分享了他们的感受,有些人表示她改变了他们的人生。
英国哈里王子的妻子梅根·马克尔也在 Instagram 上发布了一张两人的合照,并配文表示哀悼:“你们都知道她获得了多么巨大的荣誉,以及她如何帮助推动世界女性和所有人的变革。”
希拉里·克林顿(前美国国务卿,2016 年总统候选人)表示,斯坦纳姆是“构建性别平等整体架构的建筑师之一,这意味着打破障碍,让年轻女性能够凭借她们的才能和努力参与到她们所处的任何地方”。
“格洛丽亚是个乐观主义者,”克林顿周四在接受哥伦比亚广播公司早间节目采访时表示。“她的运动根植于乐观主义,这是她每天都在做出的道德选择。”
关注国际新闻:https://www.thairath.co.th/news/foreign