โอกินาวาเปลี่ยนขั้ว เลือกผู้ว่าฯ คนใหม่หนุนแผนย้ายฐานทัพสหรัฐฯ冲绳发生转变,选出一位支持美军基地搬迁计划的新知事。
"เก็นตะ โคจา" ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาล คว้าชัยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวาอย่างถล่มทลาย เอาชนะ "เดนนี ทามากิ" ผู้ว่าฯ คนเดิมซึ่งคัดค้านการย้ายฐานทัพสหรัฐฯ

"เก็นตะ โคจา" ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวาอย่างถล่มทลาย เอาชนะ "เดนนี ทามากิ" ผู้ว่าฯ คนเดิมซึ่งคัดค้านการย้ายฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกินาวามีผู้นำที่เห็นด้วยกับแผนย้ายฐานทัพฟูเทนมะเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังนายเก็นตะ โคจา ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย โดยเอาชนะนายเดนนี ทามากิ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 สมัย และเป็นผู้คัดค้านแผนการย้ายฐานทัพสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่โอกินาวามาโดยตลอด
ข้อมูลจากรัฐบาลจังหวัดโอกินาวาระบุว่า โคจา วัย 42 ปี ได้รับคะแนนเสียง 423,124 คะแนน ขณะที่ทามากิ วัย 66 ปี ได้ 276,060 คะแนน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่โอกินาวามีผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งสนับสนุนแผนการย้ายสถานีอากาศนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฟูเทนมะ จากเมืองกิโนวัน ไปยังพื้นที่เฮโนะโกะในเมืองนาโงะ ซึ่งยังอยู่ภายในจังหวัดโอกินาวา
นายโคจายอมรับแผนของรัฐบาลกลางญี่ปุ่นที่ต้องการคงฐานทัพฟูเทนมะไว้บนเกาะหลักของโอกินาวา แต่ย้ายฐานทัพไปยังพื้นที่ที่มีประชากรอยู่น้อยกว่า โดยให้เหตุผลว่าการย้ายฐานทัพจะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เมืองกิโนวัน
คณะกรรมการการเลือกตั้งโอกินาวาระบุว่า โคจาได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 400,000 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา และเป็นครั้งแรกที่ผู้สมัครได้รับคะแนนเกินระดับดังกล่าว สถิติเดิมอยู่ที่ 396,632 คะแนน ซึ่งทามากิทำไว้ในการเลือกตั้งปี 2018
นายโคจายังเป็นผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดในแทบทุกเทศบาลของจังหวัด ยกเว้นเพียงหมู่บ้านแห่งเดียว ขณะที่อัตราผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 61.57% เพิ่มขึ้น 3.65 จุดเปอร์เซ็นต์จากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2022
ด้านนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า ชัยชนะของผู้สมัครที่พรรครัฐบาลให้การสนับสนุนสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนชาวโอกินาวาต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจมากขึ้น
ทาคาอิจิกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีในกรุงโตเกียวว่า รัฐบาลจะทำงานร่วมกับนายโคจาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของโอกินาวา ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดของญี่ปุ่นที่มีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำที่สุด
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนชาวโอกินาวาที่ต้องการเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดร่วมกับผู้ว่าราชการคนใหม่ ส่วนประเด็นอื่น ๆ รัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นของโคจาและดำเนินการอย่างรอบคอบ
นายโคจาเปิดเผยว่า ต้องการเข้าพบนายกฯ ทาคาอิจิในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขอให้รัฐบาลกลางชี้แจงกรอบเวลาที่จะคืนพื้นที่ฐานทัพฟูเทนมะให้แก่ญี่ปุ่น หลังการย้ายฐานทัพแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในปี 2579 นอกจากนี้ ยังต้องการหารือมาตรการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของโอกินาวา
สหรัฐฯ มีทหารประจำการในญี่ปุ่นประมาณ 54,000 นาย โดยส่วนใหญ่อยู่ในโอกินาวา ทำให้ประชาชนในจังหวัดต้องเผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพมาเป็นเวลานาน ทั้งเสียงดัง มลพิษ อุบัติเหตุจากเฮลิคอปเตอร์ ตลอดจนคดีล่วงละเมิดทางเพศและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่สร้างความไม่พอใจแก่ชาวโอกินาวา
ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ตกลงกันในปี 1996 ให้ย้ายฐานทัพฟูเทนมะออกจากเมืองกิโนวัน หลังเกิดเหตุทหารสหรัฐฯ 3 นายข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงวัย 12 ปีในปี 1995 เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนการประท้วงต่อต้านการประจำการของกองทัพสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ทั่วโอกินาวา แผนย้ายฐานทัพได้รับความเห็นชอบจากนายฮิโรกาซุ นาคาอิมะ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นในปี 2003 แต่ในการเลือกตั้งปีถัดมา นายนาคาอิมะแพ้ให้กับผู้สมัครที่คัดค้านการย้ายฐานทัพ
โอกินาวาเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1945 หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่สหรัฐฯ จะคืนการปกครองให้ญี่ปุ่นในปี 1972 อย่างไรก็ตาม โอกินาวายังคงเป็นที่ตั้งของฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น
จากประวัติศาสตร์ดังกล่าว ประกอบกับความกังวลด้านความปลอดภัย เสียงรบกวน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ชาวโอกินาวาจำนวนมากยังคงคัดค้านการย้ายฐานทัพไปยังเฮโนะโกะ แม้ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาค โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับจีน
การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งก่อน ๆ เนื่องจากประเด็นการย้ายฐานทัพที่เป็นข้อขัดแย้งมานานหลายทศวรรษกลับถูกลดความสำคัญลง ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจกลายเป็นประเด็นหลักในการหาเสียง
การก่อสร้างฐานทัพแห่งใหม่เพื่อทดแทนฐานทัพฟูเทนมะยังคงดำเนินต่อไป หลังการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นโอกินาวาสิ้นสุดลงเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลจังหวัดมีช่องทางทางกฎหมายเหลืออยู่น้อยมากในการขัดขวางการย้ายฐานทัพ
นางทาคาอิจิกล่าวว่า รัฐบาลต้องการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการคนใหม่เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะที่นายโคจาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดควบคู่กับการจัดการปัญหาฐานทัพ.
ที่มา KYODO NEWS / AFP
由首相高市早苗所在执政党支持的候选人古山源太在冲绳县知事选举中以压倒性优势获胜,击败了反对美军基地搬迁的现任知事玉城丹尼。这是12年来冲绳首次出现支持普天间基地搬迁计划的领导人。
9月13日,日本冲绳县知事选举结果发生重大变化,首相高市早苗所在执政党支持的候选人古社源太以压倒性优势获胜。他击败了连任两届的现任知事玉城丹尼,后者一直反对将美军基地迁出冲绳的计划。
冲绳县政府数据显示,42岁的古山知事获得423,124张选票,而66岁的玉城知事获得276,060张选票。这是12年来冲绳县首次出现支持将美军普天间航空基地从宜野湾迁至名护市边野古地区(仍位于冲绳县境内)的知事。
小山先生接受了日本中央政府的计划,即保留冲绳本岛的普天间空军基地,但将其迁至人口较少的地区,他认为此举将最大限度地减少对宜野湾市居民的影响。
冲绳县选举委员会表示,古城获得了超过40万张选票,创下了冲绳县知事选举的新纪录,也是首次有候选人获得超过40万张选票。此前的纪录是玉城在2018年选举中获得的396,632张选票。
科亚先生在全省几乎所有市镇都获得了最高票数,只有一个村庄例外。投票率为61.57%,比2022年上次选举提高了3.65个百分点。
首相高市早苗表示,执政党候选人的胜利反映了冲绳人民希望政府更加重视经济问题的愿望。
高市在东京首相官邸告诉记者,政府将与古屋先生合作,刺激冲绳的经济。冲绳是日本人均收入最低的县之一。
日本首相表示,选举结果反映了冲绳民众渴望经济增长的意愿。他重申,将与新任知事携手合作,竭尽全力加强冲绳县的经济。至于其他问题,政府将认真听取古山知事的意见,并谨慎行事。
小岛先生透露,他希望尽快与高市首相会面,向中央政府询问普天间空军基地搬迁完成后(预计最早于2036年完成)归还日本的具体时间表。他还希望讨论促进冲绳经济社会发展的措施。
美国在日本驻扎了约54000名士兵,其中大部分驻扎在冲绳。这给当地居民带来了长期问题,包括噪音、污染、直升机事故,以及性骚扰和其他一些引起冲绳民众不满的事件。
1995年,三名美军士兵强奸了一名12岁女学生,引发了冲绳各地大规模的反美抗议活动。1996年,日本和美国达成协议,将普天间空军基地从宜野湾迁出。2003年,时任冲绳县知事仲井间弘和批准了迁址计划,但他在次年的选举中败给了反对迁址的候选人。
二战日本战败后,冲绳自1945年起处于美国控制之下,直到1972年美国才将控制权归还日本。然而,冲绳仍然是日本境内大部分美军基地和基础设施的所在地。
鉴于此历史背景,再加上对安全、噪音污染和环境影响的担忧,尽管由于地区紧张局势,特别是与中国的关系,冲绳县的战略重要性日益增加,但许多冲绳人仍然反对将军事基地迁至边野古。
这次选举与以往的州长选举不同,因为几十年来一直是冲突根源的军事基地搬迁这一争议性问题被淡化了,而经济问题则成为主要的竞选议题。
在中央政府与冲绳县政府之间的法律斗争于去年结束后,取代普天间基地的新基地建设仍在继续,这使得县政府几乎没有法律途径来阻止搬迁。
高市女士表示,政府希望与新任知事合作,促进经济增长,改善人民生活;而古山先生则将县的经济发展放在首位,同时致力于解决军事基地问题。
来源:共同社/法新社