ปรับทัพรับโค้งสุดท้ายปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญธนาคารกรุงเทพ เปิดมุมมองความเสี่ยง-โอกาส แนะ 4 ธีมลงทุน2026 年第四季度重组:曼谷银行专家分享了他们对风险和机遇的看法,并推荐了四个投资主题。
สรุปมุมมองการลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แนะปรับทัพพอร์ตรับมือ 3 ปัจจัยกดดัน-ส่งเสริม ชี้ 4 ธีมลงทุนที่น่าจับตามอง

# ตราสารหนี้ต่างประเทศ
# ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
Nebius เอาเงินจากไหนมาลงทุนมหาศาล? | Digital Frontiers EP.75
สรุปมุมมองการลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แนะปรับทัพพอร์ตรับมือ 3 ปัจจัยกดดัน-ส่งเสริม ชี้ 4 ธีมลงทุนที่น่าจับตามอง
เช็กลิสต์รับวัยเกษียณ!!
การลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักลงทุนต้องหันมาทบทวนและปรับทัพเงินในกระเป๋าอย่างใกล้ชิด แม้แนวคิดการลงทุนระยะยาวสไตล์ Value Investor จะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน แต่สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นหรือเฝ้ารอโอกาสมาหลายปี การทำความเข้าใจปัจจัยกดดันในระยะสั้นและระยะกลางเพื่อนำเงินมาบริหารจัดการอย่างถูกทิศทางจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
บนเวที MONEY FEST 2026: The Money Game Level Up Your Life! เทศกาลการลงทุนที่ครบวงจรที่สุดแห่งปี จาก Thairath Money ที่รวมเรื่องหุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ สินทรัพย์ดิจิทัล FinTech และการลงทุนแห่งอนาคตไว้ในงานเดียว
เซสชั่นที่สอง ภายใต้หัวข้อ “มุมมองและแนวโน้มทิศทางการลงทุน” ผู้เชี่ยวชาญของ Bangkok Bank Chief Investment Office (Bangkok Bank CIO) ได้ร่วมเปิดมุมมองและวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้า พร้อมมองหาโอกาสท่ามกลางความผันผวน เพื่อเตรียมพอร์ตให้พร้อมรับทั้ง “ความเสี่ยง” และ “โอกาส” ที่กำลังจะเกิดขึ้น
3 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก
ปริวรรตน์ ธีระดุสิตศิลป์ VP, Wealth & Private Bank ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มองว่า มี 3 ปัจจัยหลักทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังขับเคลื่อนตลาด และจำเป็นต้องวางกลยุทธ์รับมืออย่างรัดกุม
โดยปัจจัยแรกคือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน แม้ดัชนีความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกจะส่งสัญญาณปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด สะท้อนว่าความตึงเครียดผ่านพ้นช่วงรุนแรงที่สุดไปแล้ว แต่ราคาน้ำมันกลับเคลื่อนไหวสวนทางขึ้นมาแตะระดับโซนเฝ้าระวังที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ประเมินว่าหากราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะกลายเป็นความเสี่ยงรุนแรงที่กดดันเศรษฐกิจโลกและดันอัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แต่ปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยังสามารถควบคุมได้
ปัจจัยถัดมาคือพลังขับเคลื่อนจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง ย้อนกลับไปในปี 2022 ที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตเงินเฟ้อสูง โดยเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งขึ้นไปถึง 9% และเงินเฟ้อไทยสูงถึง 7% จนกดดันให้ธนาคารกลางต่างเร่งขึ้นดอกเบี้ย
แต่การเปิดตัวของ ChatGPT ในช่วงปลายปีนั้นเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI มหาศาล โดยในปี 2026 นี้ แค่มูลค่าการลงทุน AI ของกลุ่มบริษัท Magnificent 7 (หุ้น 7 นางฟ้า) ก็มีขนาดใหญ่กว่ามูลค่าเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศ
นอกจากนี้โมเมนตัมเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ยังส่งผลให้การประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามอย่างสอดคล้องกัน โดยเริ่มกระจายตัวจากกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำไปสู่กลุ่มธุรกิจที่นำ AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำไร
สำหรับปัจจัยสุดท้าย คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ จากการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากคะแนนความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 33% ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 เมื่อเทียบกับสถิติในอดีต ตามสถิติต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงสูงที่พรรครัฐบาลจะสูญเสียเก้าอี้ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
แม้ล่าสุดจะมีการเสนอนโยบายแจกเงินคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อดึงคะแนนเสียง แต่ก็ยังมีข้อกังขาในเชิงกฎหมายว่าจะทำได้จริงหรือไม่? หากพรรครัฐบาลพ่ายแพ้ทั้งสองสภา การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่านงบประมาณใหม่จะทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเสี่ยงทางการเมือง แต่โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งและสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้เสมอ
ขณะที่ ชลธี พรโรจนางกูร SVP, Wealth & Private Bank ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ขยายความและนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า แม้ตลาดจะเต็มไปด้วยปัจจัยกดดันและความผันผวน แต่โอกาสในการสร้างผลตอบแทนยังคงมีอยู่เสมอ หากนักลงทุนรู้จักปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันท่วงที พร้อมเปิดมุมมองเจาะลึก ผ่าน 4 ธีมการลงทุน สำหรับโค้งสุดท้ายของปี ดังนี้
4 ธีมการลงทุน สำหรับโค้งสุดท้ายของปี
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยังคงมีมุมมองเป็นบวกว่าเศรษฐกิจโลกสามารถเติบโตต่อไปได้ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และแนะนำ 4 ธีมการลงทุนหลัก ดังนี้
1.หุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ เน้นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศมากกว่าหุ้นไทย เนื่องจากเห็นแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนกว่า โดยยังคงน้ำหนักในตลาดสหรัฐฯ เป็นหลักจากความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและ AI
2.ตราสารหนี้โลก แนะนำเพิ่มน้ำหนักในตราสารหนี้ต่างประเทศเนื่องจากระดับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แม้แนวโน้มดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น แต่ประเมินว่าเป็นเพียงการปรับสมดุล ไม่ใช่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ ทั้งนี้ควรเน้นตราสารหนี้ระยะกลางที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)
3.กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จาก AI Ecosystem ลงทุนในห่วงโซ่อุปทานของ AI ทั้งหมด ทั้งกลุ่มสื่อสาร, กลุ่มวัสดุ อย่างทองแดง และกลุ่มอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี
4.การกระจายความเสี่ยงสู่สินทรัพย์ทางเลือก เพื่อลดผลกระทบยามตลาดผันผวน นอกเหนือจากการถือครองทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐที่มักแข็งค่าเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นแล้ว การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด รวมถึงหุ้นไทยกลุ่มปันผลสูง (Dividend Stock) ซึ่งมีสัดส่วนของหุ้นกลุ่มพลังงานสูงเป็นอันดับ 1 จะช่วยพยุงและสร้างความสมดุลให้พอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี
สำหรับนักลงทุนที่ไม่สะดวกติดตามข่าวสารหรือปรับพอร์ตด้วยตนเอง ทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแนวทางการลงทุนผ่าน Portfolio Model ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงสูงที่สุด ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นสูงถึง 80-90%
ทั้งนี้พอร์ตการลงทุนดังกล่าวบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ ผ่านกองทุน B-WEALTH Series ที่กระจายการลงทุนทั่วโลกในหลากหลายสินทรัพย์ ทั้งกองทุน Fund of Funds, สินทรัพย์ทางเลือก และจัดสรรการลงทุนผ่าน ETF สูงถึง 60% ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียม ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจ ลดอารมณ์ชั่ววูบและความตื่นตระหนกยามตลาดผันผวน
โดยจากสถิติผลตอบแทนตลาดหุ้นโลกตลอดช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าแม้ระหว่างทางจะเผชิญกับวิกฤตหลายครั้ง แต่ในระยะยาว ตลาดก็สามารถฟื้นตัวและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเสมอ
อ่านข่าวการเงิน ประกัน บริหารความมั่งคั่ง กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 外国债券
曼谷银行股份有限公司
尼比乌斯从哪里弄来这么多钱进行投资? | 数字前沿 第75期
曼谷银行公共有限公司的专家总结了 2026 年第四季度的投资展望,建议调整投资组合以应对 3 个压力因素和支持因素,并重点介绍了 4 个值得关注的投资主题。
退休清单!!
2026年最后一个季度是投资者密切审视并调整财务策略的关键时期。虽然长期价值投资是实现可持续成功的途径,但对于新手投资者或多年来一直在等待机会的人来说,了解短期和中期压力以正确管理资金是不可避免的。
MONEY FEST 2026:理财游戏,提升你的生活!是由 Thairath Money 主办的年度最全面的投资盛会,将股票、基金、房地产、黄金、数字资产、金融科技和未来投资汇聚于一处。
在第二场会议中,以“投资前景和趋势”为主题,曼谷银行首席投资办公室(曼谷银行 CIO)的专家们分享了他们的见解,分析了未来的投资趋势,在波动中寻找机会,并制定投资组合以应对风险和机遇。
驱动全球经济和金融市场的三大因素。
曼谷银行公共有限公司财富与私人银行副总裁 Pariwat Teeradusitsilp 认为,推动市场发展的三大主要全球经济因素,因此必须制定一套全面的策略来应对这些因素。
首先是地缘政治冲突和油价。尽管全球政治不确定性指数已从峰值回落,表明紧张局势已度过最严峻阶段,但油价却朝着相反的方向发展,目前已跌至每桶100美元左右的警戒区间。据估计,如果油价飙升至每桶120美元以上,将构成严重风险,给全球经济带来压力,并再次推高通胀,尽管目前通胀水平被认为可控。
下一个因素是人工智能技术的驱动力,它正在从根本上改变全球经济结构。早在2022年,世界就面临着恶性通货膨胀危机,美国通胀率飙升至9%,泰国通胀率也达到7%,迫使各国央行迅速提高利率。
然而,同年晚些时候ChatGPT的推出标志着一个关键的转折点,刺激了对人工智能技术的大规模投资。到2026年,仅“七大天使股”(Magnificent 7)一家公司在人工智能领域的投资额就将超过泰国的整个GDP。
此外,全球经济增长势头的改善也带动了全球上市公司盈利预期的相应上调,从上游半导体制造商到采用人工智能来提高效率和盈利能力的企业,都受到了影响。
最后一个因素是美国11月3日中期选举带来的政治不确定性。这是另一个关键转折点,因为唐纳德·特朗普总统目前的支持率约为33%,是历史第三低。从统计数据来看,执政党极有可能在众议院和参议院都失去席位。
尽管最近有人提出向每人发放5000美元以争取选票,但其可行性仍存在法律疑问。如果执政党在国会两院均失利,那么推行经济刺激政策和通过新预算将极其困难,而且还存在前所未有的弹劾风险——这种情况前所未有。然而,尽管存在这些政治风险,美国股市的结构依然稳健,并在过去十年中经受住了各种危机的考验。
与此同时,曼谷银行财富与私人银行高级副总裁Chonlathee Pornrojanangkoon详细阐述并提出了应对当前形势的解决方案。他指出,尽管市场充满压力和波动,但如果投资者能够及时调整策略,创造收益的机会始终存在。他还就今年最后一个季度的四个投资主题提供了深入的见解,具体如下:
今年最后阶段的4个投资主题。
曼谷银行股份有限公司对全球经济持续增长持乐观态度,强调资产配置的重要性,并推荐以下四个主要投资主题:
1. 海外股票,尤其是美国市场:由于海外股票的盈利增长前景更为明朗,因此投资重点放在海外股票而非泰国股票上。美国市场因其在科技和人工智能领域的领先地位而成为主要关注点。
2. 全球债券:鉴于当前利率水平颇具吸引力,我们建议您增持国际债券。尽管利率呈上升趋势,但我们认为这仅仅是投资组合的重新平衡,而非牛市周期的开始。建议重点关注平均期限为3-5年的中期债券,以降低债券收益率波动带来的风险。
3. 受益于人工智能生态系统的企业正在投资整个人工智能供应链,包括通信、材料(如铜)和工业领域,预计这些领域至少在未来 1-2 年内将继续增长。
4. 投资另类资产以降低市场波动的影响。除了持有黄金和美元(油价飙升时,黄金和美元往往会走强)之外,投资非公开市场资产,包括高股息的泰国股票(其中能源股占比最大),有助于稳定和平衡投资组合。
对于觉得自行监控新闻或调整投资组合不方便的投资者,曼谷银行股份有限公司提供了一种投资方法,即通过基于五个风险承受能力等级(从低风险到最高风险)的投资组合模型,其中股票占比高达 80-90%。
该投资组合由专业基金经理通过B-WEALTH系列进行管理,在全球范围内分散投资于各类资产类别,包括基金中的基金、另类资产,并配置高达60%的ETF。这有助于降低费用成本,使投资者能够安心进行长期投资,最大限度地减少市场波动带来的情绪反应和恐慌。
过去 20 年全球股市回报的统计数据清楚地表明,尽管在此过程中遭遇了多次危机,但市场始终能够复苏并在长期内实现持续增长。
通过 Thairath Money 阅读有关金融、保险和财富管理的最新资讯,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney