เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน清迈府湄占县出现“贫困儿童食品欺诈”的指控,关键证据是该校校长与 12 名教师之间的 LINE 聊天记录。
เปิดสัมภาษณ์พิเศษอดีตพนักงานบัญชี วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ การเรียกรับเงินส่วนต่างโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ใน อ.แม่แจ่ม นำไปสู่ขอร้องเรียน ป.ป.ช.และย้าย ผอ.โรงเรียน

ไทยพีบีเอสภาคเหนือ ได้ติดตาม และเปิดประเด็นติดตามการร้องเรียนการทุจริตเรียกรับเงินส่วนต่างของผู้อำนวยการ และครู รวม 12 คน โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ล่าสุดไทยพีบีเอสได้พูดคุยกับอดีตพนักงานบัญชีของวิสาหกิจชุมชนฯถึงข้อกล่าวหาโรงเรียนฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานที่กล่าวถึงประเด็นที่มีการร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเชียงใหม่และต้นสังกัดให้ตรวจสอบ
อดีตพนักงานบัญชี วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ตัวเองทำงานกับกลุ่มวิสาหกิจฯได้ประมาณ 2 ปีในตำแหน่งบัญชี หน้าที่หลักๆ ทำบัญชีรายรับ-จ่าย สรุปประจำปี และยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งของ ใบเสร็จรับเงิน หลักๆคือทำการซื้อ-ขาย กับโรงเรียนประจำที่เป็นข่าว วิสาหกิจฯกับโรงเรียนจะซื้อขายทุกวันเพราะมีนักเรียนจำนวนมาก (เกือบพันคน) โรงเรียนฯจะจัดซื้อภายในกลุ่มวิสาหกิจฯ เช่น ผัก เนื้อหมู ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นเกิดการจ้างงานในชุมชน และหลักหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน
การจัดส่งวัตถุดับปรุงอาหาร แต่ละวันประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อวัน ตัวเองทำบัญชีในช่วงเปลี่ยนผ่าน เห็นความปกติช่วงเปลี่ยนผ่าน ผอ.มีการยืมเงินวิสาหกิจฯและนำเงินส่วนต่างไปหักยอดหนี้กู้ยืม
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า โรงเรียนฯ จะยืมเงินวิสาหกิจฯ มีหลักฐานการถอนเงิน จากบัญชีวิสาหกิจฯ และ ผอ.จะรับเงินเป็นเงินสดเท่านั้นไปให้ และมีครูทำบัญชีหักยอดหนี้ โดยนำส่วนต่างมาหักยอดหนี้ที่โรงเรียนที่ยืมไป
หลักฐานยืมเงิน คือ การพูดคุยผ่านไลน์ เช่น 1.3 ล้าน ,3 แสนบาท 1 แสนบาท และ 2 แสนบาท ยังไม่รวมครูไปซื้อของที่ร้านให้วิสาหกิจฯไปจ่ายให้ เช่น ของมึนเมา จะมีบิลที่ลงไปรวมหักชำระหนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า นอกจากแชทไลน์คุยกับครูที่โรงเรียนมีหลักฐานอะไรอีกในการยืมเงิน อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ว่าเงินงวดยืมแต่ละก้อนใหญ่ๆเยอะสุด 1.3 ล้านบาท เป็นเงินสดที่ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียนในวันขึ้นบ้านใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินจำนวนมาก 1.3 ล้านบาท ทำไมให้ยืมเงินไม่มีหลักฐานการโอน? อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า “น่าจะเป็นความเชื่อใจ เพราะทำการค้าขายกัน ไม่อยากมีปัญหากัน ก็ต้องยอมทำตาม”
อ่านเพิ่มเติม : ร้อง "ทุจริตอาหารกลางวัน" เด็กด้อยโอกาส ผอ.รร.ส่งเอกสารแจงต้นสังกัดแล้ว https://www.thaipbs.or.th/news/content/557617
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวอธิบายถึงขั้นตอนการสั่งซื้อ โรงเรียนจะจัดทำใบสั่งซื้อจริง และให้วิกลุ่มสาหกิจเพิ่มยอดส่วนต่าง ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ ได้ทำยอดเงินจำนวนสองยอด แต่ใบส่งยอดจะส่งของเฉพาะยอดที่เพิ่มแล้วให้กับโรงเรียน ซึ่งการโอนเงินจะแบ่งเป็นรอบ 5 วัน เช่น วันที่ 1-5 โรงเรียนจะโอนเงินมาให้ 1 ครั้ง เป็น 1 ยอด เฉลี่ยโอนเงินจากโรงเรียน 2-2.5 แสนบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งยอดเงินสั่งซื้อจะผ่านบัญชีของกลุ่มวิสาหกิจฯ แต่จะมีเงินอีกก้อนที่เป็นส่วนต่างที่ต้องคืนให้กับโรงเรียน โดยยกตัวอย่าง
หากโรงเรียนสั่งซื้อวิสาหกิจฯ สั่งซื้อจริงแค่ 4 หมื่นบาท แต่โรงเรียนเพิ่มยอดให้ออกใบส่งของให้เป็น 6 หมื่นบาท ทำให้วันนั้นมียอดส่วนต่าง 2 หมื่นบาท ยอดแต่ละวันไม่ตรงกันแต่จะรวมเงินให้กับโรงเรียน 5 วันเป็นยอดเงินส่วนต่าง
ตัวอย่าง วันที่ 5 ม.ค.68 โรงเรียนฯทำการสั่งซื้อยอดจำนวน 17,360 บาท แต่โรงเรียนขอให้ออกยอดส่งของจำนวน 78,745 บาท ซึ่งมีหลักฐานบิลค่าใช้จ่ายวัตถุดิบแต่ละวัน ข้อความผ่านทางไลน์ และเสียงเจรจาต่อรองผลประโยชน์ส่วนต่าง
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า “เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะคืนเป็นเงินสด” หลักฐานสำคัญ คือ การสนทนากับครูที่รับผิดชอบอาหารกลางวันผ่านไลน์ และนำเงินไปให้กับครูที่โรงเรียนให้เป็นเงินสดทุกครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานอะไรว่านำเงินไปให้โรงเรียนแล้ว? อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ย้ำว่า คือ แชทพูดคุยทางไลน์ กับครูที่รับผิดชอบ ซึ่งครูจะจัดส่งเอกสารยอดเงินจริง กับยอดเงินส่วนต่างให้แต่ละวัน วิสาหกิจฯจะรวมยอดให้โรงเรียนเป็นสัปดาห์
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า หลังจากกลุ่มวิสาหกิจฯ ซื้อขายกับ ผอ.คนปัจจุบัน เมื่อมียอดเงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นช่วงแรกไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่รู้ เมื่อกรมสรรพากร ตรวจสอบพบว่ากลุ่มวิสาหกิจฯมีรายรับเยอะ แต่รายจ่ายมีน้อย การคำนวณภาษีทำให้วิสาหกิจฯมีภาษีสูงจากเคยเสีย 4 แสนบาท พุ่งเป็น 8 แสนกว่าบาทหลังการลดย่อนภาษี ทางกลุ่มวิสาหกิจฯจึงนำปัญหาไปพูดต้องคุยกับโรงเรียนฯ ซึ่งมีคลิปบันทึกเสียงการเจรจาต่อรองเงินส่วนต่างและทำอย่างไรให้วิสาหกิจฯเสียภาษีน้อยลงและสามารถค้าขายกับโรงเรียนได้ต่อ
อ่านเพิ่มเติม : สอบเงินอาหารกลางวัน คลิปเสียงหลุดขอส่วนต่างไปใช้ในโรงเรียน https://www.thaipbs.or.th/news/content/557520
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ในช่วงแรกจะมี ครู ก. ครู ข. และช่วงหลังจะมีครูคนใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ครู จ. และครู ว. ที่รับรู้เรื่องการตัดยอดเงินส่วนต่าง และครู อ. ที่เป็นครูจัดส่งเมนูอาหารให้ และการจัดซื้อและนำบิลที่สั่งซื้อจริงส่งให้กับครู ก.เพื่อครู ก. จะได้ไปทำยอดให้ทำยอดส่งของกับเงินที่กู้ ซึ่งเงินจะหมดเดือน มี.ค.2568 (ยอดเงินกู้ 1.3 ล้านบาท)
เมื่อเงินหมดจะมีเงินยอดเหลือเป็นเงินยอดคืนให้กับ รองผู้อำนวยการ โอนเงินเข้าบัญชีเลยเป็นเงินเหลือ 6 หมื่นกว่าบาท
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเงินกู้หมด โรงเรียนฯเปิดประมูลคนจัดหาคนส่งวัตถุดิบอาหารใหม่ และไม่ได้แจ้งกับวิสาหกิจฯ แม้จะส่งวัตถุดิบอาหารมาตั้งแต่ปี 2554 โดยโรงเรียนไม่ได้บอกว่าจะมีการเปิดประมูล และประกาศทางเฟซบุ๊ก ( 8 พ.ค.2568) ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯประมูลได้บางรายการเท่านั้น โดยได้ผัก หมูบด และกระดูก ส่วนอีกร้านเป็นร้านค้าในเมือง เชียงใหม่ แต่ร้านค้าในเมืองส่งได้ไม่ได้ ก็กลับมาให้วิสาหกิจฯจัดส่งอาหารต่อ
แม้จะเปิดประมูลใหม่ อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจฯ กล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย. โรงเรียนฯยังมีเรียกรับส่วนต่างแบบเดิม ส่วนต่างเอง แต่ครูที่ตั้งขึ้นมาเป็นกลุ่มครูคนใหม่ คือ ครู จ. และครู ว. เป็นคนส่งเมนูอาหารให้และทำการจัดซื้อเสร็จ 5 วัน จะนำเงิน 5 วันส่งให้ครู จ. คนทำเอกสารส่งมาให้เป็นไฟล์เอ็กเซล มาให้ทางวิสาหกิจฯ และส่งกลับมาออกใบส่งของให้กับทางโรงเรียนเพิ่มยอดส่งให้ ย้ำว่าหลักฐานแชทสนทนาให้กับครู จ.และเป็นไฟล์เอ็กเซลที่เป็นไฟล์ บอกส่วนต่างและซื้อจริง เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.- พ.ย.2568
ภาพ : ทีมข่าวลงพื้นที่และขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ปฎิเสธสัมภาษณ์ ระบุได้ส่งเอกสารชี้แจงเพียงต้นสังกัด
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่าในช่วงกลุ่มที่ต้องเสียภาษี หลังจากเดือน พ.ย.2568 ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯประชุมว่าจะไม่เพิ่มยอดส่วนต่างให้แล้ว และทำการซื้อขายซื้อจริง และเริ่มพูดคุยของหยุดส่งถึงเดือน พ.ย.2568
วิสาหกิจฯได้ไปคุยจะขอส่งเท่าที่โรงเรียนตามใบส่งของ แต่โรงเรียนก็บอกว่าถ้าไม่มีเงินตรงนี้ โรงเรียนก็จะไปบริหารอย่างไรตามคลิปเสียงที่ปรากฎ มีคลิปเสียง 2 คลิป ยืนยันว่าเป็นคลิปเสียงจริงที่ได้ไปคุยที่โรงเรียน
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า คลิเนื้อเป็นคลิปแรก (ความยาว 24 นาที) เป็นเสียง ผอ.เจรจาวิธีการทำ จะทำอย่างไรไม่ให้วิสาหกิจฯไม่ต้องเสียภาษีเยอะ และทำอย่างไรให้การเบิกจ่ายเร็วกว่านี้ ในคลิปได้มอบหมายให้ รอง ผอ. ก. และ ครู ว. ครู ก. ได้อยู่ด้วยกันวันนั้น
ทุกครั้งที่กลุ่มเอาเงินไปให้โรงเรียนจะมีการหักภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินผ่านบัญชีเพื่อเก็บไว้เสียภาษี วิสาหกิจฯต้องเสียภาษี 8 แสน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะฐานภาษีขึ้นตามรายรับฐานสูงสุด ส่งผลกระทบเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ และถูกตั้งคำถามเงินหายไปไหนจากสมาชิก
สำหรับรายละเอียดของการเรียกรับส่วนต่างเงินอาหารเด็กด้อยโอกาส เกือบ 1,000 คน วันละ 3 มื้อ ตกวันละเกือบ 9 หมื่นบาท มีรายละเอียดเหตุการณ์ ที่ยื่นกับ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ดังนี้
- ก่อนปีการศึกษา 2567 กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้จัดซื้อและส่งวัตถุดิบ ตามใบสั่งจริง
- แต่เมื่อ ปี 2567 ได้มีผู้อำนวยการคนใหม่ ( นาย ช.) ย้ายมาดำรงตำแหน่ง
- พร้อมกับติดต่อขอยืมเงินกับกลุ่มวิสาหกิจฯ 1.3 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า "จะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการบริหารภายในโรงเรียน"
- โรงเรียนฯได้ทำการตกลงกับทางกลุ่มว่าจะคืนเงินในรูปแบบเงินส่วนต่างจากการซื้อขายจริง เช่น ซื้อขายสินค้า 10 หน่วย แต่ให้ระบบในเอกสารเป็น 20 หน่วย เพื่อจะได้นำเงินส่วนต่างตรงนี้มาชำระหนี้ให้กับทางกลุ่ม
- ตลอดระยะเวลาในปีการศึกษา 2567 ทางโรงเรียนได้หักชำระหนี้กลุ่มจนครบ
- ปี 2568 โรงเรียนฯได้เปิดประมูลการจัดซื้อสินค้าใหม่ประกาศทางเพจโรงเรียน 8 พ.ค.68
- กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้เข้าประมูล และชนะการประมูลเพียงบางรายการ และเซ็นสัญญา 16 พ.ค.68 และตกลงเริ่มส่งวัตถุดิบ 1 มิ.ย.2568
- โรงเรียนสั่งซื้อสินค้าให้กลุ่มวิสาหกิจฯ ส่งมอบสินค้าตามจำนวนที่ต้องการ
- แต่ภายหลังมีการแจ้งให้กลุ่มออกใบส่งของ หรือใบแจ้งหนี้โดยระบุว่าสินค่ามากกว่าสินค้าที่ส่งมอบจริง เช่น "สินค้าจริง 10 หน่วย แต่ให้ระบุในเอกสารเป็น 20 หน่วย"
- เมื่อโรงเรียนชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในเอกสาร "ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จะถูกโรงเรียนขอส่งมอบเงินส่วนต่างคืนให้กับครูการเงิน หรือครูที่เกี่ยวข้องจัดทำเอกสารของโรงเรียน"
- เงินสดส่วนต่างดังกล่าว เป็นเงินที่ "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ต้องนำเงินสดของกลุ่มส่งให้กับโรงเรียน"
- การส่งเงินสดให้กับโรงเรียนฯ เกิดขึ้นหลายครั้งประมาณ 1 ปีเศษ โดยมูลค่ารวมของเงินส่วนต่างประมาณหลักล้านบาท
- การออกเอกสารที่ระบุจำนวนเงินมากกว่าความเป็นจริง "ส่งผลให้ทางกลุ่มต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงขึ้น เนื่องจากเอกสารทางบัญชีแสดงยอดขายมากกว่าความเป็นจริง"
- เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2568 กลุ่มวิสาหกิจได้หารือกับผู้อำนวยการฯ และรองผู้อำนวยการ ครูอีก 4 คน "มีการหารือกันเรื่องการชำระภาษีประจำเป็นทางกลุ่ม ซึ่งมีหลักฐานคลิปเสียง"
- คณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง มีมติเห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และขอความเป็นธรรมต่อชาวบ้านและวิสาหกิจชุมชนฯ จึงร้องทุกข์ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ให้ตรวจสอบในประเด็นเรียกรับเงินและผลประโยชน์ กับ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู รวม 12 คน
- นอกจากนี้ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยังร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่แจ่ม เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 และสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ ของ สพฐ.ต้นสังกัด
ส่วนความคืบหน้าการร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ได้รับเรื่อง และเรียกให้วิสาหกิจชุมชนฯไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 และวันเดียวกัน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโครงการส่งเสริมอาชีพคนตาบอดฯ จ.เชียงใหม่
เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน
รายงานพิเศษ : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ
ทุจริตเงินอาหารกลางวัน
泰国公共电视台北部地区频道一直在跟进调查有关腐败的指控,特别是清迈府湄占县一所寄宿学校的校长和12名教师涉嫌收受回扣的指控。近日,泰国公共电视台就针对该校的指控采访了一位来自社区企业的会计。所有这些证据都支持向清迈府国家反腐败委员会(NACC)和负责调查的监管机构提交的投诉。
清迈省 Mae Chaem 区 Mae Pan-San Kiang 安全农业社区企业前会计师。
一位曾在社区企业集团担任会计的人士向泰国公共电视台透露,她曾在该集团担任会计约两年。她的主要职责包括处理收支账目、编制年度汇总表,以及管理货物的收发货。她的主要工作是与那所曾登上新闻的寄宿学校进行采购交易。由于学生人数众多(近千人),该企业与学校每天都会进行交易。学校从该企业集团采购蔬菜、猪肉等商品。企业创造的收入为社区提供了就业机会,扣除各项支出后,剩余收益以股息的形式分配给社区企业的成员。
每日食品原料的到货量约为6万至7万泰铢。过渡期间我负责会计工作,并观察了正常的资金流动。公司董事从公司借款,并将差额用于偿还未偿贷款。
一位曾在该社区企业集团担任会计的人士表示,学校会向该企业借款,并且有证据表明企业账户曾被提取资金。校长只收取现金,由一位老师负责记账,并从学校的借款金额中扣除差额。
贷款证明包括LINE上的对话记录,例如“130万”、“30万泰铢”、“10万泰铢”和“20万泰铢”等字样。这不包括教师在商店购买的、由公司支付的物品,例如酒类饮料,这些消费会开具账单,用于从债务偿还中扣除。
当记者进一步追问,除了与学校老师的 LINE 聊天记录外,是否还有其他贷款证据时,这位社区企业集团的前会计表示,最大的一笔分期贷款,高达 130 万泰铢,是在校长乔迁宴当天以现金形式支付给他的。
记者问,为何在没有转账凭证的情况下借出130万泰铢的大笔款项?这家社区企业集团的前会计回答说:“这大概是基于信任,因为我们当时是生意伙伴。我们不想惹麻烦,所以就同意了。”
阅读更多:贫困儿童被指控“学校午餐腐败”;校长向上级提交文件以求澄清。https://www.thaipbs.or.th/news/content/557617
清迈府湄占县湄潘-桑江安全农业社区企业集团
一位曾在该社区企业集团担任会计的人士解释了采购流程。学校会准备一份采购订单,社区企业集团会加上差额。集团会计算出两个总额,但只有加上差额后的金额才会发送给学校。付款方式为每五天分期付款一次,例如,学校会在每月1日至5日之间转账一次。平均而言,学校每周转账20万至25万泰铢。采购订单通过社区企业集团的账户进行结算,但还有一笔差额需要退还给学校。
如果学校实际向该企业订购了价值 40,000 泰铢的货物,但送货单上的金额却增加到 60,000 泰铢,那么当天就会出现 20,000 泰铢的差额。每日总额可能会有所不同,但差额将累计起来,并连续五天支付给学校。
例如,2068年1月5日,学校下单金额为17360泰铢,但要求开具78745泰铢的送货单。证据包括每日原材料费用账单、LINE聊天记录以及关于价格差异的谈判录音。
该社区企业团体的一位前会计表示:“差额将以现金形式退还。”关键证据包括通过LINE与负责午餐项目的老师的对话记录,以及这笔钱一直都是以现金形式交给学校老师的事实。
当记者询问有何证据证明这笔钱已交给学校时,该社区企业集团的前会计重申,证据是与负责教师的LINE聊天记录。在这些聊天记录中,教师每天都会发送文件,显示实际金额以及任何差额。社区企业随后会汇总这些总额,并每周发送给学校。
该社区企业集团的一位前会计表示,该集团与现任负责人开始交易后,最初交易金额的差异并未造成问题,因为他们对此并不知情。然而,税务部门审计后发现,该社区企业收入高但支出低,因此税负大幅增加,即使扣除税款后,税额也从40万泰铢增加到超过80万泰铢。随后,该社区企业与学校就此问题进行了磋商,双方就税负差异以及如何减轻税负并继续与学校进行交易进行了谈判,相关录音资料可供查阅。
阅读更多:学校午餐费调查:泄露的录音片段揭露有人索要回扣用于学校用途。https://www.thaipbs.or.th/news/content/557520
该社区企业集团的一位前会计表示,最初只有A老师和B老师,后来又加入了E老师和W老师。这些老师都了解因付款金额差异而进行的扣款,A老师负责提供食品菜单和采购单据。实际的采购发票都提交给了A老师,以便她能够完成销售目标并偿还将于2025年3月到期的贷款(贷款金额:130万泰铢)。
当资金用完后,剩余的6万多泰铢将退还给副主任。这笔钱将直接转入他的账户。
该社区企业集团的前会计进一步指出,贷款到期后,学校在未通知该社区企业集团的情况下,重新启动了食品原料供应商的招标流程。尽管该社区企业集团自2011年以来一直为其供应食品原料,但学校并未告知他们招标流程,仅在Facebook上发布了公告(2015年5月8日)。该社区企业集团最终只中标了部分原料,包括蔬菜、猪肉末和骨头。另一家供应商是清迈市的一家商店,但当这家商店无法继续供货后,他们又重新与该社区企业集团合作,继续为其供应食品。
即使在新的招标流程之后,该企业集团的一位前会计表示,6月份学校仍然坚持要求支付同样的差价。然而,这次差价处理是由一组新的教师负责的,即J老师和W老师。这两位老师提供了菜单,并在五天内完成了采购。这五天的采购款项随后被交给J老师,由她将相关文件整理成Excel表格。之后,这份Excel表格被发回给企业集团,企业集团向学校开具了送货单,从而增加了总金额。这位前会计强调,她有与J老师的聊天记录以及一份详细记录了差价和实际采购情况的Excel表格,时间跨度从2025年6月到11月。
照片:新闻团队前往现场试图采访校长,但他拒绝了,并表示他只是将解释文件提交给了他的上级。
社区企业集团的一位前会计师表示,在集团需要缴纳税款的时期(2025 年 11 月之后),该集团召开了一次会议,决定不增加应缴税款的差额,并将继续进行实际的采购和销售,同时开始讨论暂停交货至 2025 年 11 月。
该企业曾与学校商讨只按送货单上列明的金额供货,但学校表示,如果没有这笔钱,他们不知道该如何处理这种情况,录音片段证实了这一点。目前已确认两段录音为学校对话的真实录音。
该社区企业集团的一位前会计表示,第一段视频(时长24分钟)中,负责人正在讨论如何防止企业缴纳过多的税款以及如何加快资金拨付。视频中还提到了副负责人K和教师W,他们当天也在场。
该团体每次向学校捐款时,都会扣除10%的税款并转入一个用于税务用途的账户。该社区企业需要缴纳80万泰铢的税款,但这笔钱并不足以支付所有税款,因为税基会随着收入等级的提高而增加。这不仅影响到支付给社区企业成员的分红,也引发了人们对成员资金去向的质疑。
关于挪用原本用于为近9万名贫困儿童提供一日三餐的资金的详情,以下详情已提交给清迈国家反腐败委员会(NACC):
- 在 2024 学年之前,该业务集团根据实际订单采购和交付原材料。
- 然而,2024 年,一位新董事(Ch 先生)被任命为该职位。
- 他们还联系了学校的商业集团,借款 130 万泰铢,理由是“这笔钱将用于学校内部管理”。
学校已与该团体达成协议,将以实际销售数量与记录数量之间的差额形式退还款项。例如,如果实际购买了10件商品,但单据上可能记录了20件。这笔差额将用于偿还该团体的债务。
- 在 2024 学年期间,学校已全额偿还了该团体的债务。
- 2025年,学校启动了采购新商品的招标程序,并于2025年5月8日在学校的Facebook页面上宣布了这一消息。
- 该企业集团参与了部分投标并中标,于 2025 年 5 月 16 日签署了合同,并同意于 2025 年 6 月 1 日开始供应原材料。
学校向社区企业集团订购了货物,该集团按要求的数量交付了货物。
- 然而,该小组后来被指示开具送货单或发票,其中注明的货物数量大于实际交付的数量,例如“实际货物:10 件,但在单据中注明为 20 件”。
- 学校支付文件规定的金额后,学校将要求社区企业团体将差额退还给财务老师或负责准备学校文件的老师。
- 所提到的现金差额是“社区企业团体必须以现金形式向学校支付的款项”。
在一年左右的时间里,学校多次收到现金付款,差额总额达数百万泰铢。
- 出具的财务报表显示金额超过实际数字,“导致集团承担了更高的税负,因为会计报表显示的销售额高于实际销售额。”
2025年11月5日,这群创业者与主任、副主任和四位教师举行了一次会议。“讨论的内容涉及该团体的年度纳税事宜,并且有录音证据。”
湄潘-山江自然安全农业社区企业集团委员会认定上述行为损害了国家利益,并要求为村民和社区企业伸张正义。因此,他们于2026年3月9日向清迈国家反腐败委员会(NACC)提交申诉,要求调查有关学校校长和12名教师收受贿赂和利益的指控。
此外,该社区企业团体还于 2026 年 3 月 23 日向湄占县达姆隆塔姆中心提出申诉,并向其母机构基础教育委员会 (OBEC) 特殊教育管理办公室提出申诉。
关于投诉进展情况,国家反腐败委员会(NACC)清迈办事处已收到该事项,并于2026年9月10日传唤该社区企业提供补充信息。同日,基础教育委员会办公室(OBEC)下令该负责人履行与促进清迈府盲人就业项目相关的公务。
清迈府湄占县出现“贫困儿童食品欺诈”的指控,关键证据是该校校长与 12 名教师之间的 LINE 聊天记录。
特别报道:Kowit Boontham,泰国公共电视台北部地区记者。
午餐钱挪用