“เท้ง” ซัดมติตัดตอน กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มองต่างตอบแทน ตอกย้ำปัญหาองค์กรอิสระ“滕”批评了压制选举委员会的决议,指责他们玩忽职守,将其视为一种交换条件,凸显了独立组织内部存在的问题。
“เท้ง ณัฐพงษ์” ซัดเป็นมติตัดตอน หลัง กกต. ส่งศาลเพียง 77 จาก 427 คน มองเป็นการต่างตอบแทน เตรียมฟ้อง กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ลุยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปูด ปธ.สภาฯ ดักคอตีกรอบญัตติซักฟอก

“เท้ง ณัฐพงษ์” ซัดเป็นมติตัดตอน หลัง กกต. ส่งศาลเพียง 77 จาก 427 คน มองเป็นการต่างตอบแทน เตรียมฟ้อง กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ลุยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปูด ปธ.สภาฯ ดักคอตีกรอบญัตติซักฟอก
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 14 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย สส.ของพรรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติคดีโกงเลือก สว. ว่า ผลที่ออกมาไม่ใช่มติเอกฉันท์ แต่เป็นมติเสียงข้างมาก โดยส่ง 26 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไปชั้นศาลต่อ โดยมีจำนวนนักการเมืองที่ส่งต่อไปยังศาล 0 คน ซึ่งคดีโกงเลือก สว. นับเป็นหนึ่งในมหากาพย์การโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เกิดขึ้นจากความพยายามของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกินรวบประเทศและควบคุมสถาบันทางการเมือง ผ่านกระบวนการที่ขัดต่อกฎหมายและไม่ยึดโยงกับประชาชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า กกต. มีมติเสียงข้างมากในการสั่งฟ้องเพียงแค่ส่วนน้อยของผู้ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ของ กกต. เห็นว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. โดยเป็นการสั่งฟ้อง สว. ทั้งหมดเพียง 26 คน และไม่มีการสั่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แม้แต่คนเดียว
มติดังกล่าวเป็นการตัดตอนให้เรื่องของผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ถูกพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา ทั้งที่หลักฐานเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหา เช่น โพยใบสั่ง สถิติบัตรลงคะแนน เส้นทางการเงิน คลิปเสียง หลักฐานการนัดหมายตามศูนย์ทำโพย ประวัติการโทรศัพท์ ที่บ่งชี้ว่าการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำในรูปแบบของขบวนการ ที่จะต้องไม่ตัดทอน แบ่งแยก หรือสั่งฟ้องเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกขาดจากกัน นอกจากนี้ หลักฐานดังกล่าวยังมีความชัดเจนกว่าหลักฐานในคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ก่อนหน้านี้ที่ กกต. เคยมีมติสั่งฟ้องไปที่ศาล แม้มีหลักฐานเพียงข้อความจับคู่-แลกคะแนนกันผ่านทางไลน์ แค่ไม่กี่ข้อความ
“ด้วยเหตุผลดังกล่าว พรรคประชาชนจึงเห็นว่า การใช้ดุลยพินิจในกรณีนี้ของ กกต. เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายและมาตรฐานของ กกต. เองในอดีต ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับสถานะของ กกต. จำนวน 4 จาก 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากการรับรองของ สว. ชุดปัจจุบัน ยังอาจถูกมองได้ว่า การใช้ดุลยพินิจของ กกต. เสียงข้างมากนั้น เป็นการต่างตอบแทนกันทางการเมืองกับผู้มีอำนาจทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว.”
มติของ กกต. ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ในคดีโกง สว. ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่ควรจะเป็น ทว่ายังตอกย้ำถึงปัญหาขององค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่สามารถดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง แต่กลับเป็นอิสระจากการรับผิดรับชอบต่อประชาชนและหน้าที่ตามกฎหมาย
ดังนั้น เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. ต้องรับผิดทางกฎหมาย และเพื่อฟื้นฟูกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในระบบประชาธิปไตย พรรคประชาชนจะดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต. ในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา และกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2. ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้หลักฐานเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. ที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้องโดย กกต. ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล
3. ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีโกง สว. ผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และผ่านการรณรงค์ในสังคม เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย
4. ผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของวุฒิสภา และปฏิรูปองค์กรอิสระให้มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความชอบธรรมทางประชาธิปไตย รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนในการริเริ่มกระบวนการตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
5. เดินหน้าผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามของผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน-ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการเพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภาสามารถขัดขวางเจตจำนงของประชาชนได้
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่การแถลงของ กกต. ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมจึงไม่ส่งฟ้องนักการเมืองสีน้ำเงิน และบอกว่าเส้นทางการเงินยังสาวไม่ถึง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือก สว. ในครั้งนี้ทำเป็นกระบวนการ ไม่สามารถพิจารณาเป็นรายกรณีหรือรายเคสได้ และคำกล่าวของประธาน กกต. ระบุว่า พยานหมายเลข 16/26 ให้การกลับไปกลับมาหรือไม่ หรือมีเหตุผล ส่วนตัวมองว่าการให้ปากคำอาจมีแรงกดดันทางการเมือง และ กกต. ก็มีมติเสียงข้างมากในการไม่ส่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปยังศาลเลย แสดงว่า กกต. กำลังเชื่อว่ากระบวนการโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนี้ ไม่มีนักการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
“รายละเอียดของการดำเนินการทางกฎหมาย ยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมดำเนินการทุกช่องทาง ซึ่งต้องรู้ว่าใครเป็นผู้เสียหายโดยตรงหรือไม่ ส่วนจะส่งฟ้องทางช่องทางไหนอย่างไร ขอรอรายละเอียดเร็วๆ นี้จากทีมกฎหมาย”
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสะเทือนรัฐบาลหรือไม่ เพราะ กกต. ก็ไม่สั่งฟ้อง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าในส่วนของการถูกถ่วงดุลกลไกรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมา และเท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องหลังอาจมีความพยายามใช้อำนาจของประธานรัฐสภา ในการพยายามไปตีกรอบการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะในช่วงของรัฐบาลปัจจุบัน ทั้งนี้ ในทุกยุคสมัยการอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถพูดถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นตัวรายบุคคลได้ อะไรที่ไม่โปร่งใสในอดีตย่อมถูกซักฟอกหรืออภิปรายได้ จึงอยากให้ทุกคนติดตามกลไกการอภิปรายในสภาฯ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอกได้หรือไม่.
“滕·纳塔蓬”批评选举委员会的决定是选择性处理此案,因为在427名候选人中,只有77人被送交法院。他认为这是利益交换,并准备起诉选举委员会玩忽职守。他还声称,众议院议长事先限制了弹劾动议的范围。
2026年9月14日下午5点45分,人民党(PPP)党团议员兼党魁纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生与其他党内议员就选举委员会(EC)关于参议院选举舞弊案的裁决举行了新闻发布会。他们指出,选举结果并非全票通过,而是多数票通过,导致26名参议员被送上法庭。被移送法庭的政治人物人数为零。他们强调,参议院选举舞弊案是泰国政治史上最大的舞弊丑闻之一,源于某个政治团体企图通过违法且不向人民负责的程序来夺取国家和政治机构的控制权。
纳塔蓬先生进一步指出,选举委员会以多数票决定仅起诉少数被选举委员会第26届中央调查委员会认定参与参议院选举舞弊案的人员。起诉书仅针对26名参议员,没有起诉任何政治官员,包括部长、国会议员或泰自豪党执行委员会成员。
尽管存在诸如贿选单、投票统计数据、资金流向、录音、贿选中心会议证据和电话记录等有关参议院选举舞弊的证据,但这项决议实际上阻止了大多数被告在最高法院被定罪。这些证据表明,舞弊行为是有组织的阴谋,不应被选择性地分割或仅用于起诉个人,而应将每起事件单独考虑。此外,这些证据比以往参议院选举案件中选举委员会已提起诉讼的证据更为清晰,即便那些案件仅涉及通过Line发送的少量用于协调选票匹配和交换的信息。
“鉴于上述原因,人民党认为,选举委员会在此案中行使自由裁量权违反了法律原则和选举委员会自身的既有准则。这可以被视为滥用职权或违反《选举委员会组织法》规定的职责。此外,考虑到7名选举委员会成员中有4名是通过现任参议院批准任命的,可以认为选举委员会的大部分自由裁量权是与参与参议院选举舞弊案的权势人物进行政治交换的结果。”
选举委员会今天的决定不仅允许参议院选举舞弊案中的大多数被告绕过正当的司法程序,而且还凸显了 2017 年宪法下独立组织的问题,这些组织无法独立于政治干预而行动,反而缺乏对公众和其法律义务的问责制。
因此,为了确保参与参议院舞弊选举的人员受到法律制裁,并恢复民主制度中的制衡机制,人民党将采取以下行动:
1. 对选举委员会违反《刑法》规定的渎职或不作为行为,以及违反《选举委员会组织法》规定的作为或不作为行为,采取行动并支持对选举委员会提起法律诉讼。
2. 实施和支持法律程序,以确保有关参议院欺诈案被告的证据(该案尚未被选举委员会起诉)在法庭上得到考虑。
3. 通过议会机制(如提交不信任动议)和社会运动,调查涉嫌参议院腐败案的政治官员,以确保以民主方式进行政治问责。
4. 推动修改宪法和起草宪法法律,以限制参议院的非法权力,并改革独立组织,使其更加高效、透明和民主合法,包括赋予公民权力,使其能够启动审查和罢免独立组织官员的程序。
5. 根据 2026 年 2 月 8 日全民公投的结果,通过由人民直接选举产生的宪法起草大会(即制定宪法的全能机构)着手起草新宪法,不得赋予参议员任何特殊权力或条件来阻碍人民的意愿。
当被问及他对选举委员会关于为何不对“蓝党”政客提起诉讼以及声称尚未追查到资金来源的说法含糊不清时,纳塔蓬先生表示,参议院选举是一个程序,不能逐案分析。关于选举委员会主席提及的16/26号证人证词前后矛盾,他暗示证词可能受到了政治压力。他还指出,选举委员会多数成员决定不对政治官员提起诉讼,这表明选举委员会认为泰国政治史上最大的舞弊案与任何政治人物都没有关联。
“关于法律诉讼,我们确认人民党已做好采取一切途径的准备。我们需要确定直接受害者是谁。至于我们将通过哪些法律渠道提起诉讼,请各位耐心等待我们法律团队的后续通知。”
关于不信任辩论是否会动摇政府,尤其是在选举委员会尚未提出指控的情况下,纳塔蓬先生表示,目前最重要的是敦促政府以坦诚的方式在议会机制内进行制衡。他补充说,根据幕后消息,有人可能试图利用议长的权力来限制不信任动议的提交,尤其是在本届政府任期内。他指出,在任何时代,不信任辩论都允许对个别部长的资格进行讨论。任何过去缺乏透明度的行为当然都可以受到审查或辩论。因此,他敦促大家密切关注议会的辩论机制,看看政府是否准备好接受反对党的质询。