ในหลวง ร. 10–สมเด็จพระราชินี ทรงทำการบินเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางพายุฟ้าคะนอง拉玛十世国王陛下和诗丽吉王后陛下在雷雨中亲自驾驶皇家飞机。
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการบิน ทรงบังคับอากาศยานพระที่นั่ง Boeing 737/800 ฝ่าพายุฟ้าคะนอง เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเวียดนาม

การบินฝ่าสภาพอากาศเลวร้ายและฝนตกหนัก ถือเป็นบททดสอบความสามารถของนักบิน ที่ต้องอาศัยทั้งทักษะการบิน ความชำนาญในการอ่านเครื่องวัด และการตัดสินใจที่เฉียบขาดภายใต้สภาวะความกดดัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 10 ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการบิน โดยเฉพาะการทรงบังคับอากาศยานพระที่นั่ง Boeing 737/800 ฝ่าสภาพอากาศแปรปรวนและพายุฟ้าคะนองรุนแรง ร่อนลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026
พระปรีชาสามารถในการทำการบินฝ่าพายุฟ้าคะนอง เนื่องจากทรงเป็นนักบินครูและทรงมีพระประสบการณ์ชั่วโมงบินสูง ทรงผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบินขั้นสูง ทั้งเครื่องบินขับไล่ (F-5 E/F) และเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ (Boeing 737) ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (ATPL) และทรงเป็น "นักบินครู" (Instructor Pilot / Check Pilot) ที่ทรงมีพระชำนาญการในการควบคุมอากาศยานในทุกสภาวะ
พระปรีชาสามารถในการบินด้วยเครื่องวัดโดยสมบูรณ์ เมื่อทรงทำการบินเข้าสู่กลุ่มเมฆพายุซึ่งมีทัศนวิสัยภายนอกเป็นศูนย์ ทรงสามารถบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบินได้อย่างแม่นยำ ทรงวิเคราะห์ข้อมูลจากหน้าจอเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อทรงเบี่ยงทิศทางบินหลบหลีกใจกลางกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองรุนแรง
การคุมบังคับอากาศยานท่ามกลางกระแสอากาศปั่นป่วน ทรงมีพระสติสัมปชัญญะในการคุมบังคับคันเร่งและองศาการบิน เพื่อรักษาความเร็วของอากาศยานให้อยู่ในย่านปลอดภัย ท่ามกลางกระแสลมไหลขึ้น-ลงอย่างรุนแรง ทรงทำการบินร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยทรงแบ่งภารกิจการควบคุมเครื่อง การสแกนเครื่องวัด และการติดต่อสื่อสารกับศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) อย่างเป็นระบบตามหลักการบินสากล
การนำเครื่องลงจอดในสภาพอากาศเลวร้าย ทรงบังคับอากาศยานลงแตะพื้นรันเวย์ในจุดแตะ (Touchdown Zone) ได้อย่างแม่นยำและเด็ดขาด แม้ต้องเผชิญกับสภาวะลมกระโชก และพื้นรันเวย์เปียกชุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเหินน้ำ (Hydroplaning)
พระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถด้านการบิน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการทรงทำการบินเพื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนมิตรประเทศตามคำกราบบังโคมทูนเชิญ เป็นไปอย่างปลอดภัย
การบินด้วยเครื่องวัดโดยสมบูรณ์ เมื่อบินเข้าสู่กลุ่มเมฆฝน ทัศนวิสัยภายนอกกระจกหน้าจะลดลงเหลือเกือบเป็นศูนย์ นักบินไม่สามารถใช้สายตามองเส้นขอบฟ้าหรือจุดอ้างอิงบนพื้นดินได้ การบินจึงต้องพึ่งพาการสแกนเครื่องวัดประกอบการบิน หรือ PFD - Primary Flight Display บนหน้าจอแผงคอนโซลตลอดเวลา เพื่อป้องกันอาการหลงสภาพการบิน Spatial Disorientation ซึ่งเกิดจากการรับรู้ของระบบประสาทในหูชั้นในคลาดเคลื่อนจากความจริง
การรับมือกับกระแสอากาศปั่นป่วน กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองมักมาพร้อมกับกระแสอากาศไหลขึ้นและลงอย่างรุนแรง (Updrafts/Downdraft) ส่งผลให้ตัวเครื่องเกิดการสั่นสะเทือน ความสูงและความเร็วของเครื่องบินผันผวนอย่างรวดเร็ว นักบินต้องคุมคันเร่งและวงเลี้ยวอย่างประณีต เพื่อรักษาความเร็วให้อยู่ในย่านที่ปลอดภัย (Turbulence Penetration Speed) ไม่ให้เร็วเกินไปจนกระทบโครงสร้าง หรือช้าเกินไปจนเกิดการร่วงหล่น
การวิเคราะห์เรดาร์ตรวจอากาศและกำหนดเส้นทางหลบหลีก ดังที่เห็นบนหน้าจอแสดงผลการนำทาง (ND) ในห้องนักบิน ในหลวง ร. 10 ทรงต้องคอยทอดพระเนตรแผงเรดาร์ตรวจอากาศ (WXT) เพื่อประเมินความหนาแน่นของไอน้ำและละอองฝน แสดงผลตามระดับความรุนแรง สีเขียว-เหลือง-แดง-ชมพู และประสานงานกับศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) เพื่อขอเบี่ยงทิศทางบิน (Heading) หลบหลีกเซลล์ฝนหนักที่มีความเสี่ยงต่อลูกเห็บและฟ้าผ่า
ภาวะลมกระโชกเปลี่ยนทิศทางฉับพลัน ในช่วงการลดระดับเข้าสู่สนามบินท่ามกลางฝนตก ความท้าทายสูงสุดคือลมกระโชกเปลี่ยนทิศอย่างรุนแรงในระดับต่ำ ซึ่งอาจทำให้แรงยกของตัวเครื่องหายไปในทันที นักบินต้องประเมินสถานการณ์แบบวินาทีต่อวินาที พร้อมตัดสินใจทำการบินต่อรอบใหม่ (Go-Around) ทันที หากสภาพอากาศแย่เกินขีดจำกัดความปลอดภัย
การควบคุมเครื่องบนรันเวย์ที่เปียกชุ่ม เมื่อล้อแตะพื้นรันเวย์ที่มีน้ำขัง แรงเสียดทานของยางจะลดลงอย่างมาก เกิดความเสี่ยงต่อการเหินน้ำ (Hydroplaning) พระองค์ท่านต้องประคองเครื่อง 737/800 ลงแตะพื้นรัยเวยให้เด็ดขาด ในจุดแตะ หรือ Touchdown Zone โดยใช้ระบบช่วยชะลอความเร็วอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้ง Auto-Brakes, Speed Brakes และระบบย้อนแรงดันเครื่องยนต์ หรือ Thrust Reversers พร้อมแก้ทิศทางของเครื่องเมื่อเกิดกระแสลมขวาง หรือ Crosswind เพื่อรักษาแนวตรงของลำตัวเครื่อง
การบริหารจัดการทรัพยากรในห้องนักบิน สภาวะอากาศแย่ทำให้ปริมาณงาน (Workload) ในห้องนักบินเพิ่มขึ้นเท่าตัว การแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่างนักบินที่หนึ่ง (Pilot Flying) และนักบินผู้ช่วย (Pilot Monitoring) ในการคุมเครื่อง อ่านเช็กลิสต์ ติดต่อสื่อสารวิทยุ และเฝ้าระวังระบบการบิน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย.
อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
在恶劣天气和暴雨中飞行是对飞行员能力的考验,需要飞行技巧、熟练的仪表读数能力以及在压力下做出果断决策的能力。
2026 年 9 月 14 日,泰国国王玛哈·哇集拉隆功·帕·哇集拉克劳·昭宇(拉玛十世)驾驶其皇家波音 737/800 飞机,在湍急的天气和严重的雷暴中成功降落在越南河内内排国际机场,展现了他卓越的飞行技能。
陛下精湛的雷暴飞行技术源于他作为飞行教官的经验和丰富的飞行时间。他接受过战斗机(F-5 E/F)和大型商用飞机(波音737)的高级飞行训练,持有航线飞行员执照(ATPL),是一位技艺高超的“教官飞行员/考核飞行员”,能够熟练地在各种条件下操控飞机。
陛下展现了卓越的仪表飞行技能。在能见度为零的情况下飞入风暴云层时,他能够利用飞行仪表进行精准导航,并分析气象雷达屏幕上的数据,引导飞机避开强雷暴中心。
在湍流中操控飞机时,陛下沉着冷静,精准控制油门和飞行角度,确保飞机速度始终保持在安全范围内,即使面对强烈的上升气流和下降气流也毫不畏惧。他与女王陛下并肩飞行,根据国际航空原则,分工合作,负责飞机操控、仪表扫描以及与空中交通管制部门(ATC)的系统性沟通。
在恶劣天气条件下着陆时,尽管面临阵风和湿滑跑道带来的水滑风险,国王陛下仍巧妙而果断地引导飞机在跑道上着陆。
陛下在航空领域的勤勉和专业知识是确保他安全履行皇家职责,应邀乘飞机访问友好国家的关键因素。
在全仪表飞行中,当飞入风暴云时,挡风玻璃外的能见度几乎为零。飞行员无法用眼睛观察地平线或地面参照物。因此,飞行依赖于不断扫描仪表盘上的主飞行显示器(PFD)来防止空间定向障碍,这种障碍是指内耳感知到的现实与实际存在差异。
应对湍流,特别是雷暴云,由于雷暴云通常伴有强烈的上升气流和下降气流,会导致飞机振动以及高度和速度的快速波动。飞行员必须精准控制油门和舵,以保持安全的速度范围(湍流穿透速度),防止飞机速度过快而损坏机身,或速度过慢而导致坠机。
通过分析天气雷达并确定避开航线(如驾驶舱导航显示 (ND) 屏幕上所示),拉玛十世国王陛下必须不断监控天气雷达面板 (WXT),以评估水汽和毛毛雨的密度(根据严重程度以绿-黄-红-粉显示),并与空中交通管制 (ATC) 协调,请求更改飞行方向(航向),以避开可能带来冰雹和闪电的强降雨云团。
在下降至机场的过程中,低空突遇阵风会带来重大挑战,可能导致升力骤然丧失。飞行员必须逐秒评估情况,并在天气恶化到超出安全范围时立即决定复飞。
在湿滑跑道上操控飞机,由于机轮与积水表面接触会产生巨大的摩擦力,增加了飞机发生水滑的风险。国王陛下必须果断地控制这架737/800飞机在着陆区降落,同时利用所有可用的制动系统——自动刹车、减速板和反推装置——并修正侧风,以保持飞机直线飞行。
在恶劣天气显著增加驾驶舱工作负荷的情况下,驾驶舱资源管理至关重要。因此,飞行员(飞行)和副驾驶(监控)之间明确划分飞机控制、检查清单阅读、无线电通信和飞行系统监控等方面的职责,对于安全着陆至关重要。
Arcom Rumsawan 电子邮件:chang.arcom@thairath.co.th Facebook:https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/