คลังจับมือดีอี งัดไม้แข็งผุด 4 ระบบกลางระดับชาติ ตัดวงจรเส้นทางเงินมิจฉาชีพ财政部和数字经济与社会部正携手实施四个国家中央系统,以切断犯罪组织的资金流向。
กระทรวงการคลังจับมือกระทรวงดีอี เตรียมตั้ง 4 ระบบกลางระดับชาติ สกัดธุรกรรมต้องสงสัย ชูจุดเด่น "แจ้งครั้งเดียว-อายัดไว" หวังตัดวงจรบัญชีม้าและแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กระทรวงการคลังจับมือกระทรวงดีอี เตรียมตั้ง 4 ระบบกลางระดับชาติ สกัดธุรกรรมต้องสงสัย ชูจุดเด่น "แจ้งครั้งเดียว-อายัดไว" หวังตัดวงจรบัญชีม้าและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายได้ทันท่วงที
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย(คณะอนุกรรมการฯ) ได้แถลงข่าวร่วมกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เงินไหลผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก ปัจจุบันถูกกระจายผ่านบัญชีหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ หรือเงินตราต่างประเทศ และไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่ข้อมูลของแต่ละหน่วยงานไม่อยู่ระบบเดียวกัน และกระบวนการการประสานงานต้องใช้คนเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้เงินเคลื่อนที่เร็วกว่าการประสานงาน กว่าที่หน่วยงานจะรวบรวมข้อมูลได้ครบเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายก็ช้าเกินกว่าที่จะสามารถตามเงินคืนได้ทัน
ในการนี้ คณะอนุกรรมการฯ ในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 จึงได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางในการยกระดับการดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย 2 ส่วนหลัก คือ
ยกระดับการยืนยันตัวตน สู่มาตรฐานสากล
ส่วนที่ 1 การยกระดับมาตรฐานกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด (Enhanced Due Diligence: EDD) ซึ่งถือเป็นข้อมูลต้นทางที่สำคัญในการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งดำเนินการเรื่องดังกล่าว จะพิจารณาแนวทางในการยกระดับมาตรฐานกระบวนการ KYC CDD และ EDD ของประเทศไทยให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินในต่างประเทศ
กางแผน National Anti-Fraud ผุด 4 ระบบกลางระดับชาติ
ส่วนที่สอง คือการจัดทำแผนแม่บท National Anti-Fraud Master Plan โดยจะสร้างระบบกลางระดับชาติ 4 ระบบ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล แจ้งเหตุ ระงับเส้นทางเงิน และส่งต่อคำสั่งแบบไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธปท. ก.ล.ต. ปปง. และสมาคมธนาคารไทย โดยทั้ง 4 ระบบ ประกอบด้วย:
1) ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงภายใต้ความยินยอม (Data Sharing with Consent) ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการเชื่อมและตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ โดยอาจเป็นข้อมูลตัวตน บัญชี ธุรกรรม หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลการรับแจ้งเหตุ นำมาเชื่อมโยงกันภายใต้อำนาจตามกฎหมายหรือการให้ความยินยอม เพื่อจัดทำระดับความเสี่ยงรายบุคคล โดยมีหลักการสำคัญ คือ “หนึ่งตัวตน หนึ่งระดับความเสี่ยง” เพื่อให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกันและสามารถตรวจสอบข้อมูลความเสี่ยงแบบทันที (Real-time API) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอนุมัติ ทบทวน หรือปฏิเสธการทำธุรกรรมได้
2) ระบบศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous Financial Data Bureau) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลธุรกรรมที่ไม่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลและจัดเก็บในคลังข้อมูลที่ปลอดภัย เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงพัฒนาและทดสอบแบบจำลองความเสี่ยงตามรูปแบบและความต้องการของแต่ละหน่วยงาน ดังนั้น ระบบนี้จะทำให้ “วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อรู้เท่าทัน” การหลอกลวงรูปแบบใหม่และกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันได้อย่างเหมาะสม
3) ระบบบริหารจัดการแจ้งเหตุระดับชาติ (Case Management) ซึ่งรับผิดขอบโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ภายใต้หลัก “แจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว” โดยรับแจ้งเหตุจากทุกช่องทางเข้าสู่จุดเดียว ทั้งจากประชาชน สายด่วน AOC 1441 สถาบันการเงิน ตำรวจ และระบบมีการส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยอัตโนมัติ โดยใช้เลขอ้างอิงเดียวกันตลอดกระบวนการ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องแจ้งข้อมูลซ้ำหลายที่ และทำให้การอายัดเงินเริ่มต้นได้เร็วขึ้นก่อนที่จะออกไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่นซึ่งตามเส้นทางเงินได้ยากขึ้น
4) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลและอายัดเส้นทางเงิน (Financial Investigation and Account Action) ทำหน้าที่ไล่เส้นทางเงินอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เงินกำลังเคลื่อนที่ โดยเชื่อมระบบบริหารจัดการแจ้งเหตุระดับชาติเข้ากับระบบอายัดเส้นเงินนี้ และเมื่อมีการแจ้งเหตุแล้วจะสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือที่ยังสามารถอายัดได้ของแต่ละสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการทางการเงิน และส่งคำสั่งอายัดตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ทุกคำสั่งมีการเก็บหลักฐานและร่องรอยการตรวจสอบ พร้อมกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหายหรือปลดอายัดตามผลของคดี โดยมีเป้าหมายคือ “ไล่ให้ทัน อายัดให้เร็ว”
ทั้ง 4 ระบบนี้ทำงานร่วมกัน คือ ระบบที่ 1 ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกันก่อนเกิดเหตุ ระบบที่ 2 ทำให้รู้เท่าทันรูปแบบการหลอกลวงที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ระบบที่ 3 ทำให้เรื่องที่ประชาชนแจ้งเดินหน้าต่อได้ทันทีโดยไม่ติดขัดระหว่างหน่วยงาน และระบบที่ 4 ทำให้หยุดเงินได้ก่อนถูกถอนหรือแปลงเป็นสินทรัพย์อื่น
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร?
ประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้รับเกิดขึ้นในหลายระดับ ในระดับผู้เสียหายโดยตรง การแจ้งเหตุเพียงครั้งเดียวจะนำไปสู่การไล่เส้นทางเงินและอายัดได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสได้รับเงินคืน ในระดับประชาชนทั่วไป การที่ทุกภาคส่วนเห็นสัญญาณความเสี่ยงชุดเดียวกันจะช่วยสกัดธุรกรรมเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ลดจำนวนผู้เสียหายรายใหม่ และในระดับประเทศ ประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน และมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรัดกุม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากธุรกรรมที่ต้องสงสัยได้ และในระยะต่อไป ระบบโครงสร้างพื้นฐานนี้จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น การยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) เป็นต้น
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือพื่อออกแบบระบบทั้ง 4 ดังกล่าว เกี่ยวกับรายละเอียดโครงสร้างข้อมูลและระบบงาน แนวทางการเชื่อมต่อของแต่ละระบบ การกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งการวางกติกาและมาตรฐานข้อมูล โดยให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และนำเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาต่อไป
อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม
财政部和数字经济社会部正合作建立四个国家级中央系统,以打击可疑交易。该系统将采用“一次性通知-快速冻结账户”机制,旨在打击欺诈账户和呼叫中心诈骗,并为受害者提供及时援助。
副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯博士以金融数据链接加强可疑金融交易监控小组委员会主席的身份,与数字经济和社会部长柴亚诺克·奇乔布先生共同召开新闻发布会。会上指出,可疑金融交易的数量正在增加,形式也在迅速变化。过去,资金主要通过银行账户流动;而现在,资金分散在多个账户中,以现金形式提取,或兑换成数字资产、黄金或外币,并在数小时内流出境外。与此同时,不同机构的数据尚未整合到统一的系统中,协调工作严重依赖人工操作。这导致资金流动速度远超协调速度,使得相关机构难以及时收集完整信息以采取法律行动并追回资金。
在这方面,小组委员会在2569年9月14日举行的第2/2569次会议上,共同探讨了加强行动以预防和打击以下两个主要领域的可疑金融交易的方法:
提升身份验证水平,使其达到国际标准。
第一部分重点关注客户尽职调查 (KYC)、客户尽职调查 (CDD) 和强化尽职调查 (EDD) 流程的升级。这些流程被反洗钱办公室、泰国银行和证券交易委员会等相关机构视为监控可疑金融交易的关键数据来源。本部分将探讨如何提升泰国的 KYC、CDD 和 EDD 标准,使其与国际金融中心接轨。
国家反欺诈计划公布:四个集中式国家系统
第二部分是制定国家反欺诈总体规划,该规划将建立四个中央国家系统,以实现信息无缝连接、事件报告、资金追踪和指令转发。这项工作将由多个机构合作完成,包括财政部、数字经济与社会部、泰国皇家警察、泰国银行、证券交易委员会、反洗钱办公室和泰国银行家协会。这四个系统是:
1) “数据共享与同意”系统作为一个渠道,用于连接和验证各类数据,这些数据可能包括身份信息、账户详情、交易数据、电话号码、在各个平台上的账户以及事件报告数据。这些数据在法律授权或获得同意的情况下进行关联,以根据“一身份一风险等级”的关键原则确定个人风险等级。这使得金融机构、电信运营商、数字平台或执法机构能够查看同一套风险信息,并通过实时API验证风险信息,用于批准、审核或拒绝交易。
2)匿名金融数据局(ANSB)收集匿名交易数据并将其存储在安全的数据存储库中。这些数据随后用于分析犯罪网络的模式和结构,以及开发和测试针对每个组织需求量身定制的风险模型。因此,该系统能够通过“数据分析保持领先”,识别新型欺诈形式并确定适当的预防措施。
3)由数字经济和社会部负责的国家案件管理系统遵循“一站式”原则。该系统接收来自所有渠道的举报,包括公众、AOC热线1441、金融机构和警方,并在整个流程中使用同一参考编号自动将举报转发给负责官员或机构。这避免了公民向多个渠道举报信息,并允许在资金流入其他资产类型、增加追踪难度之前更快地启动资金冻结程序。
4) 金融调查和账户行动系统负责在资金流动过程中快速追踪资金流向。该系统将国家事件管理和通知系统与资金追踪冻结系统连接起来。收到通知后,系统可以核实每家金融机构或金融服务提供商的剩余可冻结余额,并依法签发冻结令。每份冻结令都会记录调查证据和追踪过程,以及根据案件结果向受害者返还资金或解除冻结的流程。其目标是“快速追踪并冻结资金”。
这四个系统协同工作:系统 1 确保所有部门在事件发生前都面临相同的风险;系统 2 帮助识别快速演变的诈骗手段;系统 3 允许立即无缝处理公共报告,避免机构间瓶颈;系统 4 能够在资金被提取或转换为其他资产之前将其暂停。
人们能从中获得什么好处?
公众和国家将从多个层面受益。对直接受害者而言,一份举报即可加快资金追踪和资产冻结速度,从而提高追回损失的几率。对公众而言,各行各业了解相同的风险信号有助于从源头上预防高风险交易,减少新的受害者。在国家层面,泰国将拥有标准化的数据基础设施和健全的个人数据保护机制,这将有助于降低可疑交易带来的风险。从长远来看,该基础设施还可以用于其他用途,例如改善金融服务的可及性(普惠金融)。
小组委员会已指示财政部常务秘书与相关机构合作,加快推进四个系统的设计讨论。这包括数据结构和运行系统的细节、系统连接指南、责任机构的指定以及数据规则和标准的制定。该任务须在30天内完成,并提交小组委员会审议。
阅读更多关于“政府政策”的新闻。