ซาอุฯ กล่าวหา "กบฏฮูตี" ส่งโดรนพุ่งเป้า "นครเมกกะ" เตือนระวัง "ล้ำเส้นแดง"沙特阿拉伯指责胡塞武装派出无人机袭击麦加,并警告他们不要越过红线。
ซาอุดีอาระเบียกล่าวหากลุ่มฮูตีในเยเมนพยายามส่งโดรนมุ่งหน้าไปยังนครเมกกะ ก่อนระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ยิงสกัดทางตอนใต้ของนครศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเตือนระวัง "ล้ำเส้นแดง"

ซาอุดีอาระเบียกล่าวหากลุ่มฮูตีในเยเมนพยายามส่งโดรนพุ่งเป้าไปยังนครเมกกะ ก่อนระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ยิงสกัดทางตอนใต้ของนครศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเตือนระวัง "ล้ำเส้นแดง" ขณะที่กลุ่มฮูตีปฏิเสธว่าเป็นเรื่องโกหก ด้านพันธมิตรที่นำโดยซาอุฯ เตือนพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ หลังการสู้รบในเยเมนขยายวงและกระทบเส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดง
กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียซึ่งสนับสนุนรัฐบาลเยเมน กล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดและทำลายโดรนของกลุ่มฮูตีทางตอนใต้ของนครเมกกะได้ ก่อนที่โดรนจะเข้าสู่น่านฟ้าต้องห้ามเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์
พลตรีตูร์กี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตร กล่าวว่า ความปลอดภัยของมัสยิดศักดิ์สิทธิ์สองแห่งของอิสลามและผู้แสวงบุญถือเป็น "เส้นแดง" พร้อมยืนยันว่ากองกำลังพันธมิตรจะใช้มาตรการที่จำเป็นและมีผลยับยั้งต่อกลุ่มฮูตี
นครเมกกะเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม และเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุสลิมทั่วโลกเคารพ อีกทั้งเป็นศูนย์กลางพิธีฮัจญ์ประจำปี ซึ่งมีชาวมุสลิมหลายล้านคนเดินทางมาร่วมพิธี
อัล-มาลิกีระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งที่สองที่กลุ่มฮูตีมุ่งเป้าไปยังนครเมกกะ โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งฝ่ายพันธมิตรกล่าวว่า กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลมายังพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีปฏิเสธข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบีย โดยฮาเซม อัล-อัสซาด สมาชิกสำนักงานการเมืองของกลุ่ม โพสต์ผ่าน X ว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีเมกกะเป็น "คำโกหก" ที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ และกลุ่มฮูตีไม่มีเจตนาคุกคามนครเมกกะหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ความตึงเครียดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่รุนแรงขึ้นในเยเมน หลังกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากการรุกครั้งใหญ่ต่อกองกำลังรัฐบาลเยเมนเมื่อเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียถูกดึงกลับเข้าสู่ความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน หลังสงครามกลางเมืองอยู่ในภาวะหยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2565
สหประชาชาติประเมินว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน มีประชาชนราว 82,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากการสู้รบ ขณะที่อับดุลลาห์ อัล-ซาอาดี ผู้แทนถาวรของเยเมนประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการต่อกลุ่มฮูตี
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ซาอุดีอาระเบียออกประกาศเตือนภัยในนครเมกกะและพื้นที่หลายแห่งทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเยเมน โดยการแจ้งเตือนในเมกกะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ หนึ่งวันก่อนหน้านั้น การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากเยเมนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คนในพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย
นอกจากการโจมตีทางอากาศ กลุ่มฮูตียังประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และโจมตีเรือของซาอุฯ ในทะเลแดง หลังสามารถยึดพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนได้เป็นวงกว้าง รวมถึงพื้นที่ใกล้ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
การควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งต้องใช้เส้นทางทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบยุทธศาสตร์แห่งนี้
ซาอุดีอาระเบียและอียิปต์จึงเรียกร้องให้มีการรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือทั้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ขณะที่กาตาร์เตือนว่า หากช่องแคบบับ เอล-มันเดบถูกปิด อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก
ความไม่มั่นคงในทะเลแดงยังสร้างแรงกดดันต่อคลองสุเอซของอียิปต์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ โดยรายได้จากคลองในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของระดับก่อนปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มฮูตีเริ่มโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง โดยอ้างว่าเป็นการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์ในช่วงสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ฝ่ายฮูตีกล่าวหาว่า ซาอุดีอาระเบียโจมตีทางอากาศ 52 ครั้งในเยเมนภายในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนวันอังคาร โดยอ้างว่าเป้าหมายบางแห่งเป็นพื้นที่พลเรือน รวมถึงโรงเรียนและสะพาน ขณะที่ฝ่ายซาอุฯ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า กองกำลังเฉพาะกิจของสหรัฐฯ กำลังช่วยเพิ่มการแบ่งปันข่าวกรองและให้ความช่วยเหลือด้านการวางแผนแก่กองกำลังซาอุดีอาระเบีย ขณะที่สถานการณ์การสู้รบและความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคยังคงทวีความตึงเครียด.
ที่มา Al Jazeera / Reuters
沙特阿拉伯指责也门胡塞武装企图派遣无人机袭击麦加,但被沙特防空部队在圣城麦加以南拦截。沙特警告称,胡塞武装此举“越过了红线”。胡塞武装否认了这一指控。与此同时,沙特领导的联军警告称,鉴于也门战事升级及其对红海重要航道的影响,将采取报复措施。
支持也门政府的沙特领导的联军表示,其防空系统在麦加南部拦截并摧毁了一架胡塞武装的无人机,阻止其进入圣城上空的禁飞区。
联军发言人图尔基·马利基少将表示,伊斯兰教两大圣寺及其朝圣者的安全是“红线”,并重申联军将对胡塞武装采取必要的威慑措施。
麦加是伊斯兰教最神圣的城市,拥有世界各地穆斯林尊崇的圣地。它也是一年一度的朝觐活动的中心,吸引着数百万穆斯林。
马利基表示,这是胡塞武装第二次试图袭击麦加,第一次发生在 2017 年 7 月,当时联军称胡塞武装向该地区发射了远程导弹。
然而,胡塞武装驳斥了沙特阿拉伯的指控。该组织政治办公室成员哈泽姆·阿萨德通过X网站发帖称,有关袭击麦加的指控是“谎言”,这些谎言被反复使用,胡塞武装无意威胁麦加或圣地。
也门战事升级,伊朗支持的胡塞武装于 7 月对也门政府军发动大规模攻势,导致沙特阿拉伯再次卷入邻国也门的冲突,也门的紧张局势由此加剧。自 2022 年以来,也门内战一直处于停滞状态。
联合国估计,自9月初以来,约有8.2万人因战乱而流离失所。与此同时,也门常驻联合国代表阿卜杜拉·萨阿迪呼吁国际社会对胡塞武装采取行动。
9月15日,沙特阿拉伯在麦加和南部与也门接壤的多个地区发布安全警报。这是自2月份中东战争爆发以来,麦加首次发布警报。此前一天,也门方面发动的导弹和无人机袭击造成沙特阿拉伯南部13人受伤。
除了空袭之外,胡塞武装还宣布对沙特阿拉伯实施海上封锁,并在占领也门红海沿岸大片地区(包括连接红海和亚丁湾的重要航道曼德海峡附近地区)后,袭击了红海中的沙特船只。
对该地区的控制引发了人们对沙特阿拉伯石油运输路线的担忧,因为沙特阿拉伯必须使用海路绕过霍尔木兹海峡,而中东持续不断的冲突正在影响这一战略海峡的航行。
因此,沙特阿拉伯和埃及呼吁保障霍尔木兹海峡和曼德海峡的航行自由和安全,而卡塔尔则警告说,关闭曼德海峡可能会对全球经济造成严重后果。
红海局势的不稳定也给埃及的苏伊士运河带来了压力,而苏伊士运河是埃及重要的收入来源。目前运河的收入约为2023年之前的一半。2023年,胡塞武装开始袭击红海的商船,声称这是为了声援在加沙地带以色列和哈马斯战争期间的巴勒斯坦人。
与此同时,胡塞武装袭击了世界最大原油出口国沙特阿拉伯的石油基础设施,导致全球油价上涨至每桶 100 美元以上。
胡塞武装指责沙特阿拉伯在周二之前的24小时内对也门发动了52次空袭,并声称其中一些目标是平民区,包括学校和桥梁。与此同时,沙特阿拉伯坚称将采取必要措施捍卫其主权。
一位美国官员透露,由于该地区的战斗和航运路线面临的风险依然紧张,美国的一个特别工作组正在帮助沙特阿拉伯军队加强情报共享和计划援助。
来源:半岛电视台/路透社