“ธนพร” เตือน พรรคส้ม โจมตี สว.เหมารวม สกัดทางแก้รัฐธรรมนูญเอง塔纳蓬警告橙色党,攻击所有参议员将阻碍任何修改宪法的尝试。
“ธนพร” สวนพรรคส้ม อย่าใช้ความแค้นแทนหลักฐาน ชี้มติ กกต. ไม่สะเทือนรัฐบาล เตือนโจมตี สว.เหมารวม สกัดทางแก้รัฐธรรมนูญเอง จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันกับ สว.สีส้ม

“ธนพร” สวนพรรคส้ม อย่าใช้ความแค้นแทนหลักฐาน ชี้มติ กกต. ไม่สะเทือนรัฐบาล เตือนโจมตี สว.เหมารวม สกัดทางแก้รัฐธรรมนูญเอง จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันกับ สว.สีส้ม
วันที่ 16 ก.ย. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียางกูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงท่าทีของพรรคประชาชนต่อมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมองว่า ความพยายามขยายผลจากคดีไปสู่การกดดันรัฐบาล สะท้อนความหวังเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง แต่การดำเนินคดีต้องตัดสินด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามพ้นจากอำนาจ
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า มติให้ดำเนินการกับผู้ถูกร้อง 77 ราย ซึ่งมี สว.ปัจจุบัน 26 ราย ขณะที่ยกคำร้องในส่วนของนักการเมืองบางกลุ่ม ต้องพิจารณาจากคำอธิบายเรื่องหลักฐานของ กกต. การที่ข้อกล่าวหาไม่สามารถเชื่อมโยงถึงบุคคลใดได้เพียงพอ ไม่ใช่เหตุให้สรุปทันทีว่าองค์กรที่พิจารณาคดีช่วยเหลือฝ่ายนั้น
พร้อมระบุว่า พรรคประชาชนและผู้สนับสนุนที่กล่าวหา กกต.ว่า “อุ้มสีน้ำเงิน” ควรอธิบายด้วยว่า เหตุใดจึงมีชื่อบุคคลที่มีน้ำหนักทางการเมืองอยู่ในกลุ่มผู้ถูกร้อง โดยยกกรณี พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ซึ่งเขาระบุว่ามีความใกล้ชิดกับนายเนวิน ชิดชอบ รวมถึงนายสมเจตน์ ริมปภัณฑ์ และนายศุภชัย โพธิ์สุข
“ถ้าใครบอกว่าช่วยพวกเดียวกันได้ ช่วยอธิบายกรณีคุณบุญจันทร์ให้ผมฟังหน่อย อธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล” รศ.ดร.ธนพรกล่าว
พร้อมมองว่า รายชื่อดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งต่อคำกล่าวหาที่ว่า ผู้มีความสัมพันธ์กับฝ่ายสีน้ำเงินจะได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องยังมีสิทธิต่อสู้คดี และการมีชื่อในสำนวนไม่ได้หมายความว่าศาลพิพากษาว่ากระทำผิดแล้ว
รศ.ดร.ธนพรย้ำว่า กกต.มีหน้าที่พิจารณาและกลั่นกรองพยานหลักฐานตามกฎหมาย ข้อเรียกร้องให้ส่งทุกคนไปศาลจึงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า มีหลักฐานรองรับการดำเนินการกับแต่ละบุคคลอย่างไร พร้อมระบุว่าการยืนยันหลักการนี้ไม่ได้หมายถึงการห้ามวิจารณ์ กกต. เพราะผู้ไม่เห็นด้วยยังสามารถร้องเรียน ตรวจสอบ หรือเสนอแก้กติกาผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องได้
สำหรับคำร้องเกี่ยวกับกลุ่มที่เขาเรียกว่า “สว.สีส้ม” รวมถึงกิจกรรมที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี รศ.ดร.ธนพรเรียกร้องให้ กกต.ใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยตรวจสอบพฤติการณ์ การยินยอมให้ผู้อื่นกระทำ ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง และองค์ประกอบตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และระบุว่า หากหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่ควรดำเนินการ แต่หากหลักฐานครบก็ต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกับกลุ่มอื่น พร้อมย้ำว่าไม่ทราบกำหนดพิจารณาหรือจำนวนผู้ถูกร้องในกลุ่มดังกล่าว
รศ.ดร.ธนพรยังวิจารณ์ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนว่า การโจมตี สว.แบบเหมารวมอาจย้อนกลับมาทำลายโอกาสแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการผลักดันเรื่องนี้ยังต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากสร้างความเป็นปฏิปักษ์กับ สว.ทั้งสภา ก็อาจทำให้การแสวงหาความร่วมมือยากขึ้น
ตนสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเคยรณรงค์ประชามติ จึงต้องการให้พรรคประชาชนคำนึงถึงความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วย ไม่ใช่มุ่งเอาชนะฝ่ายตรงข้ามจนลดโอกาสผลักดันเป้าหมายของตนเอง
ส่วนผลต่อรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รศ.ดร.ธนพรประเมินว่า มติ กกต.ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่งหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ และยังไม่เห็นเหตุผลที่จะนำไปสู่การยุบสภาทันที
แม้ฝ่ายค้านจะนำประเด็นไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่เขามองว่าผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับเสียงในสภา โดยผลลงมติกฎหมายสำคัญที่ผ่านมา ทั้งพระราชกำหนดกู้เงินและร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ยังสะท้อนความร่วมมือของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล หากพรรคร่วมต้องการถอนการสนับสนุน ก็มีโอกาสแสดงท่าทีผ่านการลงมติเหล่านั้นอยู่แล้ว
รศ.ดร.ธนพรกล่าวถึงพยานหมายเลข 16 ซึ่งในบทสัมภาษณ์ระบุว่าเป็นนายเอกราช ช่างเหลา ว่า การเปลี่ยนคำให้การเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบน้ำหนักความน่าเชื่อถือร่วมกับหลักฐานอื่น รวมถึงเหตุผลและคำกล่าวอ้างเรื่องการถูกข่มขู่ ไม่สามารถนำคำให้การช่วงใดช่วงหนึ่งมาเป็นข้อยุติโดยลำพังได้
สุดท้าย ได้สรุปการวิเคราะห์ว่า ความเคลื่อนไหวบางส่วนในคดีเลือก สว.ขับเคลื่อนด้วยความไม่พอใจจากการแข่งขันและความพ่ายแพ้ทางการเมือง มากกว่าการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว พรรคประชาชนจึงควรแยกการตรวจสอบตามกฎหมายออกจากความหวังล้มรัฐบาล และยอมรับว่าข้อกล่าวหาทุกฝ่ายต้องผ่านมาตรฐานพยานหลักฐานเดียวกัน
塔纳蓬反驳了橙党的言论,警告他们不要以怨恨代替证据。她指出,选举委员会的决定不会影响政府,并警告不要不加区分地攻击所有参议员,以免阻碍宪法修正案的通过。她敦促选举委员会对所有参议员适用相同的标准。
2026年9月16日,政治分析家、副教授塔纳蓬·斯里扬库尔博士就人民党在参议院选举案中对选举委员会裁决的立场发表了评论。她认为,人民党试图将此案扩大为向政府施压,反映出其希望推动政治变革,但她强调,此案必须基于证据作出裁决,而不是出于将反对派赶下台的愿望。
副教授塔纳蓬博士指出,针对包括26名现任参议员在内的77名被告提起诉讼,同时驳回针对部分政治团体的投诉的决议,必须根据选举委员会对证据的解释来考虑。指控无法充分关联任何个人,并不意味着审查此案的机构就一定在协助对方。
声明还指出,指责选举委员会“保护蓝队”的人民党及其支持者应该解释,为什么一些具有重要政治意义的人物的名字会被列入被投诉的名单中,并举例说明了与纽因·奇乔布先生关系密切的警察上将汶占·努安赛,以及颂杰·仁巴潘先生和素帕猜·波提素先生。
“如果有人说他们可以帮助同类,请向我解释一下 Boonchan 女士的案例。请用逻辑解释清楚。”副教授 Thanaporn 博士说道。
他们认为这份名单是对“与蓝色派系有联系的人都受到特殊待遇”这一指控的反驳。然而,被告仍然有权为自己辩护,被列入案件名单并不意味着法院已经认定其有罪。
副教授塔纳蓬博士强调,选举委员会负有依法审查证据的义务。因此,要求将所有人送上法庭的诉求必须首先说明支持对每个人采取行动的证据。她还澄清,重申这一原则并不意味着禁止对选举委员会提出批评,持不同意见者仍然可以通过相关渠道提出投诉、审查或建议修改规则。
针对他所称的“橙色参议员”团体及其在蒙通他尼府木星厅的活动,塔纳蓬副教授博士敦促选举委员会采用同样的标准,彻底审查相关情况、他人行为的默许、相关利益以及所有法律要求。她指出,如果证据不足,则不应采取任何行动;但如果证据充分,则必须采用与其他团体相同的标准。她还强调,她不了解该团体的裁决时间表或受访人数。
副教授塔纳蓬博士也批评了人民党的策略,指出对参议院的全面攻击可能会适得其反,反而削弱修宪的可能性。她解释说,根据法律规定,推进修宪仍需参议院的支持。煽动对整个参议院的敌意,会使寻求合作变得更加困难。
他支持制定新宪法,此前也曾积极推动全民公投。因此,他希望人民党能够考虑渴望变革的人民的愿望,而不是为了击败对手而牺牲自身目标。
关于选举委员会的决定对阿努廷·查恩维拉库尔政府的影响,副教授塔纳蓬博士评估认为,选举委员会的决定不会自动导致政府下台或暂停职务,她认为没有理由立即解散议会。
尽管反对党可以在不信任投票中提出这个问题,但他认为最终结果仍取决于议会的投票。近期对包括紧急贷款法令及预算案在内的重要立法进行的投票,反映了政府支持者的合作。如果执政联盟各党派希望撤回支持,他们可以通过这些投票来表达立场。
副教授塔纳蓬博士就证人16号(访谈中确认其身份为埃卡拉·昌劳先生)指出,证词的篡改是一个需要结合其他证据(包括恐吓的原因和指控)对其可信度进行全面审查的问题。仅凭证词中的某一点不足以得出最终结论。
总之,分析表明,参议院选举案中的一些举动并非出于长远战略规划,而是源于对竞争和政治失败的不满。因此,人民党应将法律审查与推翻政府的野心区分开来,并接受所有指控都必须接受相同的证据标准。