“ทวิวงศ์” จี้ จับตา ผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ หวั่นซ้ำรอยปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา“Thaweewong”敦促密切关注阿瑜陀耶的新城市规划,担心过去环境问题会重演。
อดีตสส.อยุธยา พรรคประชาชน ชวนจับตาผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ ปลดล็อกโรงงาน-โกดังบนพื้นที่ผังสีเขียว หวังจะไม่มีเหตุมลพิษซ้ำเหมือนหลายเคสในหลายจังหวัดที่ผ่านมา จี้ รมต.ของคนอยุธยา ตรวจสอบเรื่องนี้

อดีต สส.อยุธยา พรรคประชาชน ชวนจับตา ผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ ปลดล็อกโรงงาน-โกดังบนพื้นที่ผังสีเขียว หวังจะไม่มีเหตุมลพิษซ้ำเหมือนหลายเคสในหลายจังหวัดที่ผ่านมา จี้ รมต.ของคนอยุธยา ตรวจสอบเรื่องนี้
วันที่ 3 กันยายน 2569 นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.อยุธยา พรรคประชาชน โพสต์ถึงกรณี ผังเมืองอยุธยา “ใหม่” ประกาศบังคับใช้แล้ว ระบุว่า สาระสำคัญ คือการปลดล็อกโรงงาน-โกดังบนพื้นที่ผังสีเขียว หวังว่าจะไม่มีเหตุมลพิษซ้ำรอยเดิม เรื่องใหญ่ที่เพิ่งประกาศแบบเงียบๆ และเราต้องร่วมกันจับตาอย่างยิ่งครับ โดย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2569 ได้มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
สาระสำคัญของการแก้ไขครั้งนี้ สาระสำคัญที่สุดคือ “การปลดล็อกข้อยกเว้นเรื่องความสูงอาคาร บนพื้นที่ผังสีเขียว(ชนบทและเกษตรกรรม) จากเดิมที่ผังเมืองฉบับปี 2560 ควบคุมความสูงอาคารไว้ค่อนข้างเข้มงวด แต่ฉบับใหม่นี้ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน, ไซโล, โกดัง, คลังสินค้า, สาธารณูปโภค, โครงสร้างสาธารณูปโภค และหอถังส่งน้ำ สามารถสร้างได้โดยไม่ถูกจำกัดความสูง ในหลายบริเวณ ด้วยเหตุผลว่า เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การอยู่อาศัย เกษตรกรรม และสาธารณูปโภค ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
ถือเป็นเรื่องดีที่ อยุธยาบ้านเราจะมีอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนในพื้นที่เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้คนอยุธยา แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงและตระหนักถึงคือ การไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนเดิมและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ของอยุธยา ซึ่งต้องขอให้คนอยุธยาช่วยกันจับตากับเรื่องนี้ เพราะข่าวก่อนหน้านี้คงทำให้อดวิตกกังวลไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา ชุมชนหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหามลพิษโรงงานอย่างหนักหน่วงจนเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวความเดือดร้อนที่เพิ่งทราบกัน ทั้งเคสโรงงานทุนจีนปล่อยน้ำเสียที่ ต.หนองน้ำส้ม อ.อุทัย ที่กระทบแหล่งน้ำและวิถีชีวิตเกษตรกร เรื่องนี้คงยังต้องติดตามต่อ เคสโรงงานรีไซเคิลและเผาขยะสารเคมีพิษที่ อ.ลาดบัวหลวง ที่สร้างกลิ่นเหม็น ควันพิษ และความเดือดร้อนเรื้อรังให้ชาวบ้านและนักเรียนมายาวนาน แม้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จากระบอบสีน้ำเงินเพิ่งมาลงพื้นที่ แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่เห็นว่าโรงงานเริ่มปล่อยกลิ่นน้อยลง แต่กว่าจะทำได้ ต้องทนทรมานมากกว่า 15 ปี แล้ว
ฝุ่นผงแร่โลหะหนักจากท่าเทียบเรือใน อ.นครหลวง ที่เป็นท่าเปิดโล่งไม่มีสิ่งปกคลุม ทำให้แร่โลหะหนักฟุ้งกระจายเข้าชุมชนและทางเดินหายใจของประชาชน โดยประชาชนต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเอง อย่างการปิดบ้านด้วยผ้าใบ รักษาโรคทางเดินหายใจ กวาดบ้านพร้อมใส่หน้ากากอนามัย ยังไม่นับผลกระทบจากมลพิษที่ปล่อยโดยโรงงานที่อยู่รอบๆอยุธยา อย่างสระบุรี อ่างทอง หรือจังหวัดใกล้เคียง
นายทวิวงศ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ชวนคนอยุธยาเป็นหูเป็นตา นั่นคือขนาดในอดีตที่มีกฎหมายผังเมืองควบคุมแล้ว มลพิษยังถูกระบายออกมาสู่ชุมชน ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านได้ แล้วจากนี้ “พื้นที่สีเขียว” ถูกปลดล็อกให้สร้างโรงงานและโกดังเก็บสินค้าได้ง่ายขึ้น ความเดือดร้อนไม่รู้จะไปถึงหน้าบ้านของใครอีกบ้าง หากไม่มีการกำกับควบคุมดูแล หรือยังปล่อยละเลยแบบเดิม อีกข้อสังเกตคือ อยุธยาตอนนี้เป็นสีน้ำเงินทั้งจังหวัด รวมถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม อย่างที่ปราจีนบุรี ก็พื้นที่สีน้ำเงินทั้งจังหวัด เช่นกัน สิ่งที่น่าคิดและต้องตั้งคำถามดังๆ คือระบอบสีน้ำเงินในอยุธยา จำเป็นต้องทำอะไรต่อ
“ผมอยากเห็นฝีมือของ รมว. สส. และ สว. ของอยุธยาในรัฐบาลนี้เหลือเกินครับ ท่านได้ทำการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ หรือยัง? ทำไมที่ผ่านมา ปัญหามลพิษและการปล่อยน้ำเสียเคมีพิษลงสู่ชุมชนถึงยังเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง? มีระบบตรวจสอบที่ล้มเหลว เกิดการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปล่อยเกียร์ว่างยอมให้ทุนใหญ่เข้ากระทำความผิดในชุมชน หรือไม่? ขอเชิญชวนพี่น้องชาวอยุธยาทุกอำเภอ ทุกตำบล ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ของตนเอง และช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐต้องมีมาตรการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวดให้กับชุมชนและความอุดมสมบูรณ์ของอยุธยาต่อไปด้วยกันนะครับ” นายทวิวงศ์ กล่าว
一位来自阿瑜陀耶府、代表人民党的国会议员呼吁关注新的阿瑜陀耶城市规划,该规划允许在绿化带上兴建工厂和仓库。他希望此举能够防止此前在多个府发生的污染事件重演,并敦促代表阿瑜陀耶府人民的部长对此事展开调查。
2026年9月3日,人民党前阿瑜陀耶府议员塔维翁·托塔翁先生就新公布的阿瑜陀耶府城市规划发表文章,指出其关键在于解除对位于绿化带内的工厂和仓库的限制。他表示希望不会再发生污染事件。他强调,这是一项悄然公布的重大举措,值得密切关注。内政部于2026年8月28日正式生效了对《阿瑜陀耶府综合城市规划实施部长条例》(佛历2569年)的修订。
此次修正案最重要的内容是“取消绿地(农村和农业区)的建筑高度豁免”。此前,2017年的城市规划严格控制建筑高度,但新规划允许在许多区域内建造不受高度限制的工厂(依据《工厂法》)、筒仓、仓库、公用设施、公共基础设施和水塔。其理由是,为了在当前环境下促进经济、工业、住宅、农业和公共事业的发展。
工业投资涌入阿瑜陀耶,为当地居民创造就业机会和收入,这无疑是件好事。然而,必须重视并关注这些投资可能对现有社区和当地丰富的自然环境造成的负面影响。阿瑜陀耶居民需要密切关注此事,因为最近的新闻引发了相当大的担忧。许多社区都面临着严重的工厂污染问题,这些问题甚至登上了全国新闻头条。例如,最近在乌泰县农南颂街道,一家中国投资的工厂排放废水,影响了水源和农民的生计——这一事件仍需进一步监测。另一个例子是位于拉布阿銮县的回收和化学品焚烧厂,该厂排放恶臭、有毒烟雾,给居民和学生带来了长期的痛苦。尽管工业部长(来自“蓝党”政府)最近视察了该地区,但一些人认为工厂的异味排放量有所减少,而这一变化却是在经历了15年的痛苦之后才实现的。
位于那空銮府的露天港口排放的重金属粉尘正扩散到周边社区,感染着人们的呼吸系统。居民们被迫应对眼前的困境,例如用防水布遮盖房屋、治疗呼吸道疾病、戴着口罩清扫房屋等等。这还不包括大城府周边地区(如沙拉武里府、安通府等)工厂造成的污染影响。
塔维翁先生进一步指出,促使阿瑜陀耶居民保持警惕的问题是,即使过去有城市规划法规,污染仍然会排放到社区,损害居民的健康和环境。如今,为了方便建造工厂和仓库,一些“绿地”被开放,如果缺乏监管或这种情况继续被忽视,不知道会有多少人遭受苦难。另一个值得注意的现象是,阿瑜陀耶现在完全被划为“蓝色区域”,包括环境污染问题在内,这与同样完全被划为蓝色区域的巴真府类似。现在需要大声疾呼的问题是:阿瑜陀耶的这种“蓝色区域”制度应该如何改革?
“我非常想看看本届政府中来自阿瑜陀耶府的公共卫生部长、国会议员和参议员们的能力。他们调查过这些问题了吗?为什么污染和有毒化学废水排放到社区的情况持续发生?是否存在监管体系失灵、腐败、渎职,或者仅仅是权力松懈,才使得大型企业得以在社区内进行非法活动?我呼吁阿瑜陀耶府所有居民,无论来自哪个区县,都去调查自己所在地区的情况,并发出自己的声音,要求政府机构实施更严格的工业法规,以保护社区和阿瑜陀耶府的资源,”塔维翁先生说道。