← 返回新闻首页
网络安全官方

แจ้งเตือน! ช่องโหว่ที่มีการเปิดเผยแล้ว ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของผู้โจมตี แนะองค์กรเร่งตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีจริง - Thailand Computer Emergency Response Team (ThaiCERT)

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่ง

ThaiCERT查看原文 ↗
警报!已披露的漏洞仍然是攻击者的主要目标。建议各组织紧急审查并修复已被积极利用的漏洞。——泰国计算机应急响应小组 (ThaiCERT)

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มีการเปิดเผยและมีแนวทางแก้ไขแล้ว (Known Vulnerabilities) ยังคงถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เป็นช่องทางหลักในการโจมตีระบบสารสนเทศขององค์กรอย่างต่อเนื่อง [1]

1. สถานการณ์ภัยคุกคาม จากรายงานของ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) พบช่องโหว่ใหม่จำนวน 18,358 รายการ (Common Vulnerabilities and Exposures: CVEs) โดยมีช่องโหว่จำนวน 10,342 รายการ ที่ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรง สูง (High Severity) หรือวิกฤต (Critical) ส่งผลให้องค์กรจำนวนมากประสบปัญหาในการตรวจสอบ ทดสอบ และติดตั้งแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่เหล่านี้ให้ทันต่อสถานการณ์

2. ลักษณะการโจมตี ผู้โจมตีมักเลือกใช้ช่องโหว่ที่มีการเปิดเผยข้อมูลแล้ว เนื่องจากสามารถค้นหาระบบที่ยังไม่ได้รับการอัปเดตผ่านการสแกนบนอินเทอร์เน็ต และดำเนินการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบ เช่น – การสแกนหาระบบที่ยังไม่ได้ติดตั้ง Security Patch – การโจมตีระบบที่ใช้งานซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าหรือหมดระยะการสนับสนุน (End-of-Life) – การใช้ช่องโหว่หลายรายการร่วมกัน (Vulnerability Chaining) เพื่อเพิ่มสิทธิ์การเข้าถึงระบบ – การใช้ช่องโหว่ระดับปานกลางหรือระดับสูงร่วมกันเพื่อเข้าควบคุมระบบ แม้ช่องโหว่นั้นอาจไม่ได้ถูกจัดเป็นระดับ Critical

CISA ระบุว่า ผู้โจมตีไม่ได้จำกัดเป้าหมายเฉพาะช่องโหว่ระดับ Critical เท่านั้น แต่สามารถใช้ช่องโหว่ระดับ High, Medium หรือ Low ร่วมกันเพื่อดำเนินการโจมตีได้ โดยในปี 2021 พบกรณีที่ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ระดับ High จำนวน 4 รายการร่วมกันเพื่อโจมตีระบบ Microsoft Exchange Server

3. เหตุผลที่องค์กรควรเร่งดำเนินการ แม้ว่าจะมีช่องโหว่จำนวนมากที่ได้รับการเผยแพร่พร้อมแพตช์แก้ไขแล้ว แต่ผู้โจมตีสามารถนำช่องโหว่เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ CISA พบว่า ช่องโหว่ที่มีการยืนยันว่าถูกนำไปใช้โจมตีจริง (Known Exploited Vulnerabilities) มีแนวโน้มถูกนำมาใช้โจมตีหลังจากมีการเปิดเผย ดังนั้น องค์กรควรให้ความสำคัญกับช่องโหว่ที่มีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริง มากกว่าการพิจารณาเฉพาะคะแนนความรุนแรงของช่องโหว่ (CVSS Score) เพียงอย่างเดียว

4. คำแนะนำสำหรับหน่วยงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ที่มีการใช้งานจริง หน่วยงานควรดำเนินการดังนี้ 4.1 เร่งตรวจสอบและติดตั้งแพตช์ – ตรวจสอบระบบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานว่ามีช่องโหว่ที่อยู่ในรายการ Known Exploited Vulnerabilities (KEV) หรือไม่ – ติดตั้ง Security Update หรือ Patch จากผู้ผลิตโดยเร็ว – กำหนดระยะเวลาการแก้ไขช่องโหว่ตามระดับความเสี่ยง – หลีกเลี่ยงการใช้งานซอฟต์แวร์ที่หมดระยะการสนับสนุน 4.2 จัดลำดับความสำคัญของช่องโหว่ – ให้ความสำคัญกับช่องโหว่ที่พบว่ามีการโจมตีจริง – ไม่พิจารณาเฉพาะคะแนน CVSS เท่านั้น – ติดตามข้อมูลภัยคุกคามและคำแนะนำจากหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง 4.3 ตรวจสอบการถูกบุกรุก – ตรวจสอบ Log ของระบบและอุปกรณ์เครือข่าย – ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติ การสร้างบัญชีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงค่าการตั้งค่า – ตรวจสอบ Indicators of Compromise (IoCs) ที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ 4.4 ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการช่องโหว่ – ทบทวนนโยบาย Vulnerability Management – จัดทำกระบวนการติดตามช่องโหว่ใหม่อย่างสม่ำเสมอ – กำหนดกระบวนการตอบสนองเร่งด่วนสำหรับช่องโหว่ที่มีการโจมตีจริง

แหล่งอ้างอิง [1] https://dg.th/q28am39hoj

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻