"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนฯ และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์国王和王后陛下向烈士纪念碑和胡志明前主席陵墓敬献花圈。
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และทอดพระเนตรวัดกว๋านสือ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 เวลา 18.39 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเท่ากับเวลาในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังพระราชวังทงคิน กรุงฮานอย ซึ่งเคยเป็นที่พำนักและสถานที่ปฏิบัติงานของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ด้วยมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เมื่อปี 2528
ในการนี้ ทรงแลกเปลี่ยนของขวัญกับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยนางโง เฟือง ลี ภริยา ณ ห้องจัดแสดงของขวัญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานกล่องเครื่องเงินทรงกลม สลักดุนฉลุโปร่ง ลายต้นไม้ใบหญ้าและป่าไผ่ ประดับอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ท., ชาเขียวกลิ่นกุหลาบ และชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง จากโครงการหลวงแก่ประธานาธิบดี
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานกระเป๋าย่านลิเภา ชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทย โดยช่างฝีมือชาวไทยได้ใช้เทคนิคการ “ปักไหมน้อย“ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาปักลายดอกลิลลี่ ตามชื่อของภริยาประธานาธิบดี สื่อถึงการผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมของทั้งสองชาติที่กลมกลืนและงดงาม, ตุ๊กตาช้างจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และชาจากโครงการหลวง แก่ภริยาประธานาธิบดี
โดยประธานาธิบดีและภริยา ได้ทูลถวายภาพวาดลงรักรูปวัดเสาเดียว และชาดอกบัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลถวายชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
จากนั้น ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดถวาย ณ อาคารเรือนกระจก โดยมีผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายไทย-ฝ่ายเวียดนาม และคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมงาน เมื่อวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จบแล้ว
ประธานาธิบดี กล่าวสุนทรพจน์ถวายการต้อนรับและกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความผูกพันระหว่างประชาชนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังรู้สึกความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนรัฐบาลและประชาชนไทย ที่ให้การสนับสนุนและดูแลชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรม และก่อประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
จากนั้น ประธานาธิบดีและภริยา ดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ โดยทรงขอบใจประธานาธิบดีและภริยา รวมถึงรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาเยือนเวียดนามครั้งล่าสุด เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ก็รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันเป็นผลจากความมุ่งมั่น และร่วมแรงร่วมใจ ของรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เป็นที่น่ายินดีที่ประชาชนของเราทั้งสองประเทศ ต่างมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน และไปมาหาสู่กัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนับได้ว่าเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่ง ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเวียดนาม และเป็นปัจจัยเกื้อกูล การสืบสานมิตรภาพระหว่างประเทศทั้งสอง ให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้น
ข้าพเจ้าหวังว่า การมาเยือนเวียดนามครั้งนี้ ในโอกาสครบ 50 ปี ที่ประเทศของเราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน จะเป็นการยืนยันถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น และความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรี ในฐานะมิตรประเทศ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน และสมาชิกของประชาคมโลก ให้มั่นคงยืนยาวสืบไป ขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดี และท่านโง เฟือง ลี ตลอดถึงประชาชนชาวเวียดนาม มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้ประเทศของเราทั้งสอง มีมิตรภาพที่รุ่งเรืองไพบูลย์สืบไปชั่วกาลนาน
จบแล้ว ทรงดื่มอำนวยพรแก่ประธานาธิบดีและภริยา แล้วเสวยพระกระยาหารค่ำ พร้อมทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมของเวียดนาม
เมื่อจบการแสดง ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ ประธานาธิบดีและภริยา พร้อมด้วยนักแสดง เป็นอันเสร็จสิ้นงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนฯ และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์
เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศฝ่ายเวียดนามได้ยกเลิกการแสดงทางวัฒนธรรม ณ วัดหง็อกเซิน จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ โดยประธานาธิบดีและภริยา เฝ้าส่งเสด็จที่รถยนต์พระที่นั่ง
วันที่ 16 ก.ย.2569 เวลา 10.36 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน บริเวณจตุรัสบาดิ่ญห์ โดยมี นายเล แค้ง หาย รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และ พ.อ. (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน ซึ่งเลื่อนการจัดพิธีเป็นวันนี้เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน เป็นสถานที่สำหรับสักการะและรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม มีความสูง 12.6 เมตร มีรูปร่างคล้ายเทียนเล่มใหญ่ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกลางอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่โล่ง สำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้าผู้ล่วงลับ เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2537 เพื่อร่วมรำลึกในโอกาสครบ 40 ปี ชัยชนะสมรภูมิเดียนเบียนฟู
ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละ วงดุริยางค์บรรเลง “เพลงดวงวิญญาณของวีรบุรุษ”
เวลา 10.47 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ โดยมี รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และ พล.ต.ฝั่ม หาย จุง ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
ระหว่างทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศไปยังลานหน้าสุสานฯ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง "กา เหง่ย โฮ จิ มินห์" หรือ "เพลงสรรเสริญโฮจิมินห์"
สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่ออดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ผู้เคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อเอกราชของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีความสูง 21.6 เมตร ฐานกว้าง 31 เมตร เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2518
ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วงดุริยางค์บรรเลง "เพลงแหลง ตุ กา" ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญ แล้วเสด็จเข้าด้านในสุสาน วงดุริยางค์บรรเลง "เพลงผู้ซึ่งเป็นความศรัทธาแห่งชัยชนะอันแน่นอน"
ด้านบนของสุสานฯ สลักคำว่า "ประธานาธิบดีโฮจิมินห์" เป็นภาษาเวียดนามว่า "จู๊ ติก โฮจิมินห์" (Chu Tich Ho Chi Minh) ภายในสุสานฯ มีคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณความรักชาติและความรักอิสรเสรีของชาวเวียดนาม ทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจแก่ชนรุ่นหลัง จารึกบนผนังหินอ่อนเป็นภาษาเวียดนามว่า "คง ก่อ กี้เอิน ดอก หลับ ซอ แฮ่ง ฟุก (Khong co gi guy hon doc lap tu do hanh phuc)" มีความหมายว่า "ไม่มีสิ่งใดที่สูงค่ากว่าเอกราชและอิสรภาพ"
เวลา 11.6 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย โดยมี พระมหาคณาจารย์ทิธ ทาญ เหญียว รองประธานถาวรสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามและเจ้าอาวาสวัดกว๋านสือ, พระมหาคณาจารย์ทิธ ดึ๊ก เถี่ยน รองประธานและเลขาธิการสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ต๊วน รองเลขาธิการและหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ฮเวิน กรรมการเลขาธิการและรองหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม พร้อมด้วยพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวเวียดนาม เฝ้ารับเสด็จ และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
วัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เล ในพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดโบราณที่มีอายุกว่า 600 ปี เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญ อาทิ พระอมิตาภพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้า และพระเมตไตรยพุทธเจ้า
เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ ที่โต๊ะหน้าแท่นบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง ทรงกราบ คณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล
วัดกว๋านสือ เป็นที่ตั้งของสำนักงานกลางพุทธศาสนาเวียดนาม ซึ่งเทียบเท่าสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาในเวียดนาม ด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา
ในการนี้ ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามถวาย “พระพุทธรูปพระอมิตาภพุทธเจ้า” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นพระอมิตาภพุทธเจ้าจำลอง จากวัดเฝิดติ๊ก จังหวัดบั๊กนิญ วัดเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับยังโรงแรมที่ประทับ
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ เยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.2569
เสด็จพระราชดำเนินเยือนเวียดนาม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2026年9月15日,越南社会主义共和国河内当地时间下午6点39分(与泰国时间相同),国王陛下和王后陛下从河内费尔蒙酒店抵达河内同京宫。这座宫殿曾是前国家主席胡志明的住所和办公场所,具有重要的历史意义,并于1985年被列为国家历史遗迹。
值此之际,国王陛下在礼品展厅与越南共产党总书记、越南社会主义共和国主席苏林先生及其夫人吴芳丽女士互赠礼物。国王陛下向主席赠送了一个圆形银盒,盒身精雕细琢,镂空雕刻着树木、树叶和竹林图案,并饰有“V.P.R.”和“S.T.”皇家徽章。此外,国王陛下还赠送了皇家茶业出品的玫瑰绿茶和芒果乌龙茶。
诗丽吉王后陛下亲切地向总统夫人赠送了一个藤编包、一套由泰国工匠采用“小丝刺绣”技法制作的越南民族服装(奥黛)。这种技法是诗丽吉王太后赞助的工艺美术促进基金会大力推广的高级手工艺,奥黛上绣有百合花图案,象征着总统夫人的名字以及两国艺术文化的和谐交融。此外,她还收到了工艺美术促进基金会赠送的大象玩偶和皇家项目赠送的茶叶。
总统夫妇向国王陛下赠送了一幅漆画独柱塔和莲花茶,向王后陛下赠送了一套越南民族服装(奥黛)。
随后,国王陛下出席了由越南共产党总书记、越南社会主义共和国主席苏林先生在温室举办的正式晚宴。泰国和越南的高级官员以及东盟成员国的外交官出席了晚宴。乐队演奏完泰国皇家颂歌和越南社会主义共和国国歌后,晚宴结束。
总统发表欢迎致辞,指出过去半个世纪以来,两国在友谊、互信和密切的民间交流基础上发展了友好关系。他还对泰国国王陛下、王室、泰国政府和人民长期以来对在泰越南侨民的支持和关怀表示衷心感谢。此外,他重申泰国致力于与越南密切合作,以建立切实造福两国人民的关系。
随后,总统夫妇向国王陛下和王后陛下敬酒。
值此之际,国王陛下发表答谢辞,对越南国家主席及其夫人以及越南政府和人民的热情接待表示感谢。
自近30年前我上次访问越南以来,越南的发展成就和人民生活水平的提高给我留下了深刻的印象。这得益于越南政府和人民为子孙后代建设更美好未来的不懈努力和精诚合作。令人欣慰的是,我们两国人民之间保持着密切的联系,多年来互访不断。这不仅是泰越友好关系的重要基石,也是我们友谊进一步深化发展的有力因素。
我希望此次值此两国建交50周年之际访问越南,能够重申两国间的紧密联系和各领域持续合作,进一步巩固我们作为友好国家、全面战略伙伴和国际社会成员的友谊。我祝愿越南国家主席吴方里先生和越南人民幸福安康,并祝愿我们两国友谊长存,世代繁荣。
仪式结束后,国王陛下向总统夫妇敬酒,随后共进晚餐并观看了越南文化表演。
演出结束后,国王陛下与总统夫妇以及表演者合影留念,标志着正式晚宴的结束。
国王和王后陛下向烈士纪念碑和胡志明前主席陵墓敬献花圈。
由于天气原因,越方取消了在玉山寺的文化演出。随后,皇室一行乘坐皇家汽车返回酒店,国家主席和夫人送行。
2026年9月16日上午10时36分(河内当地时间),国王陛下和王后陛下从河内费尔蒙酒店抵达巴亭广场的北山烈士纪念碑。越南名誉部长黎庆海先生和胡志明陵墓安全指挥部副司令范文贤上校(特级)迎接了他们。
值此之际,陛下向北山英雄烈士纪念碑敬献花圈。由于天气原因,敬献仪式推迟至今日举行。北山英雄烈士纪念碑是为了缅怀为越南独立和自由献出生命的英雄而建。纪念碑高12.6米,形似一根直指苍穹的巨型蜡烛。纪念碑中央设有祭坛,用于纪念阵亡的英雄和士兵。纪念碑于1994年5月7日正式落成,以纪念奠边府战役胜利40周年。
期间,全体人员默哀片刻,缅怀英雄和为国捐躯的烈士。随后,乐队演奏了《英雄之魂》。
上午 10 点 47 分,国王陛下前往胡志明陵墓敬献花圈,越南荣誉部长兼胡志明陵墓安全指挥部司令范海忠少将迎接了他。
当国王陛下走过仪仗队走向陵墓前的广场时,乐队演奏了《胡志明颂》或《胡志明国歌》。
胡志明陵墓位于越南社会主义共和国具有重要历史意义的巴亭广场,为安葬越南前国家主席胡志明而建。它体现了越南人民对胡志明主席的崇敬之情,胡志明主席毕生致力于越南社会主义共和国的独立事业。陵墓高21.6米,底座宽31米,于1975年8月29日正式落成。
仪式开始时,全体人员默哀缅怀胡志明前主席。随后,乐队演奏了赞歌《Leng Tu Ca》,之后进入陵墓。接着,乐队演奏了《必胜的信仰》。
陵墓上方的铭文用越南语写着“胡志明主席”。陵墓内部镌刻着胡志明主席的名言,体现了越南人民的爱国精神和对自由的热爱,激励着后世子孙。大理石墙上用越南语镌刻着“Khong co gi guy hon doc lap tu do hanh phuc”,意为“没有什么比独立和自由更宝贵”。
上午11点06分,国王陛下前往河内观苏寺。越南僧伽中央执行委员会常务副主席兼观苏寺住持释清裕法师、越南僧伽中央执行委员会副主席兼秘书长释德天法师、越南僧伽中央执行委员会副秘书长兼总部主任释清俊法师、越南僧伽中央执行委员会秘书长兼总部副主任释清勋法师以及僧侣和越南佛教徒迎接了国王陛下。
广苏寺建于20世纪黎朝时期,是一座拥有600多年历史的古老寺庙。最初,它只是一座用于接待外国佛教传教士的小寺庙,后来根据越南北部寺庙的建筑风格进行了扩建和翻修。主殿内供奉着重要的佛像,包括阿弥陀佛、释迦牟尼佛和弥勒佛。
进入大殿后,越南僧伽中央执行委员会主席天仁法师邀请陛下前往主佛像前的祭坛。
此次,国王陛下在祭坛前的桌上敬献了金银树、鲜花、香烛等供品。国王陛下和王后陛下在座位后方点燃香烛,并鞠躬致意。三十位越南僧侣诵经祈福,表达祝福。
广苏寺是越南佛教僧伽中央办公室所在地,相当于最高僧伽委员会的秘书处,也是越南佛教教育中心。寺庙后方设有佛经学校、研究厅、讲堂和藏有佛经文献的图书馆。
此次活动中,越南佛教僧伽中央执行委员会主席向国王陛下和王后陛下赠送了一尊阿弥陀佛像复制品。这尊佛像来自越南最重要、最古老的寺庙之一——北宁省的富释寺。随后,国王陛下和王后陛下乘坐皇家车辆返回酒店。
国王陛下和王后陛下会见了越南共产党总书记、越南社会主义共和国主席及其夫人。
国王陛下和王后陛下将于2026年9月14日至16日对越南进行正式访问。
国王陛下访问了越南。
国王陛下