← 返回新闻首页
泰国主流

แพทย์เตือนโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่แค่โรคในเด็ก ผู้สูงอายุเสี่ยงรุนแรง-อาจต้องนอนโรงพยาบาล

แพทย์เตือน "ไวรัส RSV" ไม่ได้พบแค่ในเด็ก แต่เป็นภัยเงียบในผู้สูงอายุ หากติดเชื้อเสี่ยงปอดอักเสบรุนแรงถึงชีวิต สูงกว่าเด็กถึง 10 เท่า แนะกลุ่มเสี่ยงตรวจเช็กอาการและรีบป้องกันก่อนสาย

ThairathThairath查看原文 ↗
แพทย์เตือนโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่แค่โรคในเด็ก ผู้สูงอายุเสี่ยงรุนแรง-อาจต้องนอนโรงพยาบาล
แพทย์เตือนโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่แค่โรคในเด็ก ผู้สูงอายุเสี่ยงรุนแรง-อาจต้องนอนโรงพยาบาล

โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่ในกลุ่มเสี่ยงอาจลุกลามลงปอดถึงขั้นเข้า ICU แพทย์ชี้ RSV ยังไม่มียารักษาเฉพาะ “การป้องกันก่อนติดเชื้อ” จึงสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว

โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่ในกลุ่มเสี่ยงอาจลุกลามลงปอดถึงขั้นเข้า ICU

แพทย์ชี้ RSV ยังไม่มียารักษาเฉพาะ “การป้องกันก่อนติดเชื้อ” จึงสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็ก แต่แพทย์เตือนว่า โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่โรคที่ผู้สูงอายุควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากและผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากการติดเชื้ออาจเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ก่อนลุกลามลงสู่ปอดจนเกิดปอดอักเสบรุนแรงในผู้ป่วยบางราย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือ ICU และอาจเสียชีวิตได้

รศ. นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความเข้าใจผิดว่า โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV เป็นโรคที่พบเฉพาะในเด็ก เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุและครอบครัวอาจมองข้ามความเสี่ยงของโรคนี้ ทั้งที่ปัจจุบันพบว่าผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ และโรคไตเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบจากไวรัส RSV ที่รุนแรงได้ ซึ่งในการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี เสียชีวิตมากกว่าในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 2-5 ปี ถึง 10 เท่า

“ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบจาก RSV รุนแรง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยพบว่าการติดเชื้อ RSV สามารถกระตุ้นโรคปอดเดิม เช่น โรคหืดหรือถุงลมโป่งพอง ให้กำเริบรุนแรงขึ้น ขณะที่บางรายเกิดปอดอักเสบจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจและเข้ารับการรักษาใน ICU รวมถึงอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือกระตุ้นโรคหัวใจให้กำเริบได้ นอกจากความเสี่ยงในช่วงเจ็บป่วยรุนแรงแล้ว ผู้สูงอายุบางรายอาจสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายหลังผ่านพ้นภาวะวิกฤต จากเดิมที่สามารถเดินและช่วยเหลือตัวเองได้ อาจต้องใช้รถเข็น ติดเตียง หรือพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว” รศ. นพ.กมล กล่าว

สำหรับอาการในระยะแรก โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาจมีอาการไม่แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป เช่น น้ำมูก ไอ ไข้ต่ำ หรืออาการทางเดินหายใจอื่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยหรือครอบครัวอาจไม่ได้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตาม หากเชื้อลุกลามลงสู่ปอด ผู้ป่วยอาจมีอาการหอบเหนื่อย ปอดอักเสบ หรือทำให้โรคประจำตัวเดิมกำเริบ เช่น มีเสียงหายใจหวีดในผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจในผู้ที่มีโรคหัวใจ

ไวรัส RSV สามารถติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจและแพร่เชื้อได้ง่ายคล้ายไข้หวัด การป้องกันในครอบครัวจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากเด็กและคนหนุ่มสาวที่ติดเชื้ออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ยังสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้อาจทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรือ ICU ได้

รศ. นพ.กมล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปีนี้ก็ใกล้หน้าฝนเข้ามาแล้วก็น่าที่จะต้องป้องกันปอดอักเสบจาก RSV ก่อนที่จะมีอาการ อย่ารอจนมีอาการหรือระบาดไปแล้ว เพราะว่าถ้ามีอาการแล้ว อาจทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง แล้วก็เสียชีวิตได้ แล้วเรายังไม่มียาเฉพาะที่ให้เพื่อลดความรุนแรงของโรค”

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV มี 2 ชนิด ชนิดที่มีสารเสริมภูมิซึ่งจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงอายุได้ดี กับชนิดที่ไม่มีสารเสริมภูมิ ซึ่งทั้งสองชนิดสามารถป้องกันได้ทั้งสองสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์เอและสายพันธุ์บี

รศ. นพ.กมล เน้นย้ำว่า “ปัจจุบัน โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะ โดยการรักษาหลักเป็นการรักษาตามอาการ ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีโรคประจำตัวหรือไม่ รวมถึงผู้ที่มีอายุ 50–74 ปีและมีโรคประจำตัวหรือโรคร่วม เช่น โรคปอด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ และโรคไตเรื้อรัง กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการป้องกัน รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจาก RSV”

สำหรับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ควรหมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเมินแนวทางการป้องกันที่เหมาะสม

1. CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html

2. CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html

3. Coultas JA; Thorax. 2019;74(10):986-993

4. CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html

5. Colosia AD;PLOS ONE;2017;12(8); e0182321

6. Nam HH;British Medical Journal;2019;366:l5021

7. Kaler J;Cureus;2023;15 (3); e36342

8. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html

9. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099!

10. Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11

11. Sun CY;Respiratory Research;2026;27;1-10

12. Penders Y;Current Allergy and Asthma Reports;2025;25;1-16

13. Brown M; Infection; 2025; 54(1): 143-154

14. Spiliopoulou ST; Journal of the Association of Chartered Physiotherapists in Respiratory Care;2022; 5–14.

15. Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611

16. Wee LE;European Journal of Preventive Cardiology;2025;1-15

17. Joseph N;Viruses;2025;17;1-15

18. Kurai D;Infect Dis Ther;2023;12;807-828

19. Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160

20. WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved August 19, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29

21. Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748

22. Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931

23. CDC; 2025; About RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/about/index.html

24. CDC; 2026; Vaccines for Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/vaccines/adults.html

25. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608

26. Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477

27. Sacconnay L;Sci Transl Med 2023;15(710):eadg6050

28. Leroux-Roels I;J Infect Dis 2023;227:761–772

29. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html

30. CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html

31. CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html

32. CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html

33. Martin SA; Exerc Sport Sci Rev. 2009;37(4):157-64

34. Munteanu C;Frontiers in Nutrition;2022;9;1-23

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻