“วัชระ” ร้องผู้ตรวจฯ ฟันอาญา กกต. แฉอุ้มเครือข่ายฮั้ว สว. ชง ป.ป.ช. เชือดยกพวง“Watchara”向监察专员请愿,要求对选举委员会采取刑事行动,指控其包庇一个参与参议院选举舞弊的团伙。他还建议国家反腐败委员会(NACC)起诉整个团伙。
“วัชระ” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ฟันอาญากับ กกต. 152 กรรม แฉเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือเครือข่ายฮั้ว สว. ไม่ให้รับโทษ

“วัชระ” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ฟันอาญากับ กกต. 152 กรรม แฉเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือเครือข่ายฮั้ว สว. ไม่ให้รับโทษ
วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และช่วยเหลือบุคคลมิให้รับโทษ ตามมาตรา 200 หลังพบพฤติการณ์เลือกปฏิบัติ ยื่นคำร้องศาลฎีกาฟ้องผู้ทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. ปี 2567 เพียง 77 ราย แต่กลับตีตกละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย ทั้งที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ของ กกต. ได้รวบรวมพยานหลักฐานชี้มูลความผิดชัดเจนครบทั้ง 229 ราย
“คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. ได้รวบรวมพยานหลักฐานการทุจริตเลือก สว. ไว้ในสำนวนอย่างรัดกุม ประกอบด้วย ผังเครือข่ายความเชื่อมโยงผู้สมัคร 138 ราย กับหัวคะแนนพรรคการเมือง 91 ราย, โพยสั่งการลงคะแนน, เส้นทางการเงิน, ภาพวงจรปิด และคลิปวิดีโอ โดยมีความเห็นเสนอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 229 ราย อาทิ พยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่ระบุถึง นางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.ชลัฐ รัชกิจประการ (บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย) มีการใช้โทรศัพท์ประสานงานไปยัง สว. จำนวน 19 คน รวม 62 ครั้ง ซึ่งถือเป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่า มีการกระทำผิดตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ต่อมา กกต. กลับดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพียง 77 ราย และละเว้นไม่ยื่นคำร้องเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย โดยไม่มีพยานหลักฐานใหม่ หรือเหตุผลทางกฎหมายรองรับในการแยกผู้ถูกกล่าวหาออกเป็นสองกลุ่ม นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือบุคคลบางรายมิให้ต้องรับโทษ และถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระ รวม 152 กรรม ขณะที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. ซึ่งทำเอกสารความเห็นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เสนอให้ กกต. ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 21 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคภูมิใจไทย โดยขอให้ดำเนินคดีอาญาในส่วนนี้อีก 229 กรรม ตนจึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจเรียก กกต. ส่งเอกสารหลักฐานสำนวนการสอบสวนของคณะที่ 26, คณะที่ 36, เอกสารความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. รวมถึงมติและเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องศาลฎีกา ภายใน 15 วัน พร้อมเร่งส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนดำเนินคดีอาญากับ กกต. และพวกโดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าอันเป็นการปฏิเสธความยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)
“Watchara”向监察专员请愿,要求将此案移交国家反腐败委员会(NACC),以152项刑事犯罪指控选举委员会(EC)故意协助一个参与串谋选举参议员并阻止他们受到惩罚的网络。
2026年9月17日,民主党前议员瓦查拉·佩奇通先生在监察专员办公室透露,他已向监察专员提交投诉,要求监察专员行使法律权力,将此案移交国家反腐败委员会(NACC),依据《宪法》第157条对选举委员会(EC)及其相关人员提起渎职指控,并依据《宪法》第200条对协助和教唆违法行为提起诉讼。他指控选举委员会存在歧视性做法,称其仅向最高法院对77名涉嫌在2024年参议院选举中操纵选举的人员提起诉讼,而对另外152人却置之不理,尽管选举委员会第26届中央调查委员会已明确收集到针对所有229人的犯罪证据。
中央调查委员会(选举委员会第26号委员会)精心收集了参议院选举舞弊的证据,包括一张显示138名候选人和91名政党拉票员之间关系的网络图、投票指示、资金流向、闭路电视录像和视频片段。他们建议选举委员会向最高法院提起诉讼,起诉共计229名被告。例如,关键证据指向议员查拉特·拉查吉特帕卡恩(代表泰自豪党的名单比例代表制议员和执行委员会成员)的专家顾问拉塔纳·博塔姆女士,她曾致电19名参议员62次。这被认为是违反2561年《参议员选举组织法》第62条的可靠证据。然而,选举委员会仅就其中77人向最高法院提起诉讼,而未就其他152人提起诉讼,因为缺乏新的证据。瓦查拉先生表示:“将被告分成两组的法律依据。”
瓦查拉先生进一步指出,这些行为构成故意协助某些人逃避惩罚,涉及多起不同场合的犯罪行为,共计152项罪名。与此同时,争议解决小组委员会(第36委员会)和选举委员会副秘书长克拉奇·查罗宁先生(代表秘书长)于2025年9月15日提交了一份文件,建议选举委员会驳回针对21名被告的投诉,这些被告均为泰自豪党(Bhumjaithai Party)某政治团体及其执行委员会的成员。他们还要求对另外229项罪名提起刑事诉讼。因此,瓦查拉先生请求监察专员行使职权,传唤选举委员会在15天内提供第26委员会和第36委员会的调查档案、副秘书长的意见文件,包括不向最高法院提起诉讼的决议和理由。他还敦促选举委员会立即将此事移交国家反腐败委员会(NACC)进行调查,并对选举委员会及其同伙提起刑事诉讼,以防止任何拖延造成司法不公。