คมนาคมดัน Seaplane สตูล เชื่อมหลีเป๊ะ-ตะรุเตา นำร่องภูเก็ต-กระบี่ ปลายปี 69交通部正在推动开通沙敦府与丽贝岛和达鲁岛之间的水上飞机航线,并以普吉岛和甲米岛为试点项目,计划于 2026 年底前完成。
คมนาคมลุยศึกษา Seaplane อากาศยานขึ้นลงผิวน้ำพื้นที่สตูล เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ-ตะรุเตา หนุนไทยสู่ Aviation Hub ด้าน บวท. ยันพร้อมคุมจราจรทางอากาศ คาดนำร่องภูเก็ต-กระบี่ ปลายปี 2569

คมนาคมลุยศึกษา Seaplane อากาศยานขึ้นลงผิวน้ำพื้นที่สตูล เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ-ตะรุเตา หนุนไทยสู่ Aviation Hub ด้าน บวท. ยันพร้อมคุมจราจรทางอากาศ คาดนำร่องภูเก็ต-กระบี่ ปลายปี 2569
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้ Seaplane ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) ในพื้นที่จังหวัดสตูลและภาคใต้ ตลอดจนศึกษาแนวทางบูรณาการเรื่องสนามบินน้ำ และจุดขึ้นลงทางน้ำ โดยคำนึงถึงบริบท ศักยภาพพื้นที่ ควบคู่กับความปลอดภัย กฎหมาย ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของชุมชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ จังหวัดสตูลถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยวทางทะเล มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญกระจายตัวตามแนวชายฝั่งและหมู่เกาะ เช่น เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง–ราวี ปากบารา ปราสาทหินพันยอด และอุทยานธรณีสตูล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานตรัง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชู Seaplane เชื่อมเกาะ ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินโลก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งศึกษาและเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทั้งการกำหนดมาตรฐานฝึกอบรมสำหรับนักบินและบุคลากรภาคพื้น รวมถึงศึกษาจัดตั้งพื้นที่ขึ้น–ลงและท่าเทียบสำหรับ Seaplane ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการผลักดัน Seaplane ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของระบบขนส่งทางอากาศ เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างเมือง แหล่งท่องเที่ยว ชายฝั่ง และหมู่เกาะต่างๆ
นโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายของระบบคมนาคม สนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค (World Class Aviation Hub) และยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก
บวท. ยันระบบจราจรทางอากาศพร้อม นำร่องภูเก็ต-กระบี่ ปลายปี 2569
ด้าน นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ชี้แจงว่า บวท. ได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการจราจรทางอากาศสำหรับ Seaplane มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 และได้ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “First Seaplane Operations Toward Thailand’s Aviation Hub” เมื่อต้นปี 2567 เพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน
ปัจจุบัน บวท. มีความพร้อมในการบริหารจัดการห้วงอากาศ เส้นทางบิน ระบบการสื่อสาร เครื่องช่วยการเดินอากาศ และระบบติดตามอากาศยานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เชื่อมโยงกับการบินโดยรวมได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กระบี่ ภูเก็ต สตูล ตรัง ปัตตานี หรือพื้นที่อื่นๆ โดยการดำเนินงานในระยะแรก อยู่ในขั้นตอนขออนุญาตจัดตั้งที่ขึ้น/ลงบนพื้นน้ำของเอกชน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในพื้นที่จังหวัดกระบี่และภูเก็ตได้เป็นแห่งแรกภายในปลายปี 2569 นี้ ก่อนใช้เป็นโมเดลต้นแบบขยายผลไปยังพื้นที่สตูลและจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม
交通部正在研究在沙敦府使用水上飞机(在水面上起降的飞机)连接丽贝岛和达鲁岛的可行性,以支持泰国转型为航空枢纽。泰国航空无线电局(AROT)已确认做好空中交通管制准备。预计到2026年底,将在普吉岛和甲米实施试点项目。
交通部副部长兼水上飞机推广战略整合委员会主席帕塔拉蓬·帕塔拉普拉西特先生与沙敦府相关机构举行会谈,推进在沙敦府及南部地区使用水上飞机的可行性研究。会谈内容涵盖水上飞机机场和起降点的综合开发,需充分考虑当地实际情况和潜力,以及安全、法律、环境影响和社区效益等因素。
沙敦府被认为拥有发展海洋旅游的巨大潜力,沿海及岛屿上散布着众多重要的旅游景点,例如丽贝岛、达鲁岛国家公园、阿当拉维群岛、帕巴拉、千峰历史公园和沙敦地质公园。这些地方与合艾机场和董里机场的交通连接也十分便捷。
促进岛屿间的水上飞机连接,推动泰国成为全球航空枢纽。
交通部副部长表示,他已指示相关部门加快研究和人员配备工作,包括制定飞行员和地勤人员的培训标准,以及研究建设水上飞机起降区和泊位。这符合交通部推广水上飞机作为替代航空运输方式的政策,旨在加强城市、旅游目的地、海岸线和岛屿之间的连通性。
该政策着重提升交通运输系统的效率和多样性,支持贸易、投资和旅游业发展,以创造更多经济价值,并增强竞争力。其目标是推动泰国成为世界一流的航空枢纽,并将泰国航空业提升至全球标准。
泰国航空无线电公司 (AROT) 确认空中交通管制系统已准备就绪,计划于 2026 年底在普吉岛和甲米岛启动试点项目。
泰国航空无线电有限公司(AeroThai)副总经理兼代理总经理苏拉猜·努普罗姆先生解释说,自2023年以来,AeroThai一直在持续研究和准备,以支持水上飞机的空中交通管制服务。此外,在2024年初,AeroThai与泰国民航局(CAAT)合作,举办了“迈向泰国航空枢纽的首批水上飞机运营”研讨会,以整合各领域的合作。
目前,航空信息服务(AIS)已做好准备,系统地管理空域、航线、通信系统、导航设备和飞机跟踪系统,以确保与包括甲米、普吉、沙敦、董里、北大年等地区在内的整个航空业实现安全、一体化的连接。初期阶段包括获得私营实体的许可,以在水域设立起降区域。预计到2026年底,甲米和普吉将率先投入运营,之后将以此为蓝本推广至沙敦和其他府。
阅读更多关于“政府政策”的新闻。