“ศุภจี” ดันไทยนำเจรจา DEFA ชูอาหาร-ลงทุน ยกระดับเศรษฐกิจอาเซียน“Supajee”推动泰国主导DEFA谈判,强调通过粮食和投资来提升东盟经济。
“ศุภจี” นำทัพพาณิชย์ หารือเศรษฐกิจอาเซียนรับมือความท้าทาย ชูความมั่นคงทางอาหารลงนามพิธีสารลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง “ไทย” นำเจรจา DEFA เร่งสรุปผลลัพธ์สำคัญด้านเศรษฐกิจเสนอผู้นำ พ.ย. นี้

วันนี้ ( 21 ก.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 19–20 ก.ย.2569 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่า แม้เผชิญมาตรการด้านภาษีและความผันผวนของราคาพลังงาน แต่เศรษฐกิจอาเซียนในปี 2568 ยังขยายตัวร้อยละ 4.9 และคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.5 ในปี 2569 โดยมีการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์
อย่างไรก็ตาม อาเซียนยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของตลาดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความมั่นคงทางอาหาร จึงจำเป็นต้องเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและอาหาร ควบคู่กับการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
ไทยมองว่า อาเซียนมีศักยภาพเป็นฐานผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของโลก และมีจุดแข็งจากความหลากหลายของศักยภาพที่แต่ละประเทศมี ไม่ว่าจะเป็น ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงแหล่งพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันของภูมิภาค และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต
การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 19–20 ก.ย. 2569 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
รมว.พาณิชย์กล่าวอีกว่า ในการหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยเช่นกัน โดยเสนอให้มีกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต รวมถึงส่งเสริมการลงทุน เพื่อเสริมความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานอาหารในภูมิภาค
โดยในปีนี้อาเซียนมีผลงานสำคัญด้านเศรษฐกิจกว่า 30 เรื่อง ที่จะช่วยวางรากฐานการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค อาทิ การจัดทำแผนงานร่างกรอบยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้ามายังภูมิภาค การสรุปผลการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งไทยในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเจรจาและประสานจุดยืนของประเทศสมาชิก จนสามารถสรุปผลการเจรจาได้สำเร็จ
“ศุภจี” ดันไทยนำเจรจา DEFA ชูอาหาร-ลงทุน ยกระดับเศรษฐกิจอาเซียน
รวมถึงการเร่งรัดการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (Upgraded ATIGA) รวมถึงการเร่งสรุปการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดา เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานของอาเซียนกับ 2 ตลาดคู่ค้าสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเตรียมเสนอผลลัพธ์นี้ต่อผู้นำอาเซียน ในพ.ย.2569
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ร่วมวางแผนงานของอาเซียนกับ 14 คู่เจรจา ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อาเซียนบวกสาม อาเซียนบวกแปด ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แคนาดา รัสเซีย สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือในสาขาศักยภาพใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและขยายการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งไทยได้ร่วมลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (AHKIA) กับประเทศสมาชิกอาเซียนและฮ่องกง
โดยไทยเป็นผู้ประสานงานหลักในการเจรจาจนสำเร็จเมื่อ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาซึ่งพิธีสารฉบับนี้เป็นการต่อยอดความตกลงด้านการลงทุนฉบับเดิม ให้ขยายความครอบคลุมเรื่องการเปิดตลาดการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดรับการลงทุนที่มีคุณภาพและขยายการลงทุนไปยังฮ่องกงอีกทางหนึ่งด้วย
ไทยเนื้อหอม 8 ชาติอาเซียน เชื่อมจุดแข็งภูมิภาค รับเมกะเทรนด์โลก
ครม. เห็นชอบพิธีสารเปิดเสรีบริการการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9
กกร.ผนึก World Bank ดัน กรอ. 4 เสา ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน
今天(2026年9月21日),副总理兼商务部长苏帕奇·素坦潘在2026年9月19日至20日在菲律宾马尼拉举行的第58届东盟经济部长会议及相关会议后表示,尽管面临关税措施和能源价格波动,但东盟经济预计在2025年仍将增长4.9%,在2026年仍将增长4.5%,这主要得益于区域内贸易和投资的推动。
苏帕吉·苏塔姆潘女士,副总理兼商务部长。
然而,东盟也面临着能源市场波动和气候变化带来的挑战,这些挑战会影响农业产量和原材料供应。这些因素可能加剧通胀压力,并危及粮食安全。因此,加强能源和粮食领域的合作,并增强经济韧性,对于应对未来风险至关重要。
泰国认为东盟有潜力成为全球食品和高价值农产品中心。东盟受益于各成员国多元化的优势,包括农业、工业、商业和服务业、科技创新以及能源资源。这些优势将提升区域竞争力,并在危机时期促进成员国间的互助。
第58届东盟经济部长会议及相关会议于2026年9月19日至20日在菲律宾共和国马尼拉举行。
商业部长还表示,与东盟商业咨询理事会(ASEAN-BAC)的讨论重点是粮食安全,提出了将政府、私营部门和生产部门之间的合作联系起来的机制,并促进投资以加强该地区粮食供应链的韧性。
今年,东盟完成了30多个重要的经济项目,这些项目将有助于奠定增长基础并提升区域竞争力。其中包括制定半导体战略框架草案,以促进和吸引对区域半导体产业的投资;以及成功完成《东盟数字经济协定》(DEFA)的谈判。作为DEFA谈判委员会主席国,泰国在推动谈判和协调成员国立场方面发挥了关键作用,最终促成了该协定的成功签署。
“Supajee”推动泰国主导DEFA谈判,强调通过粮食和投资来提升东盟经济。
这包括加快落实修订《东盟货物贸易协定》(升级版《东盟货物贸易协定》)的第一议定书,加快完成《东盟-印度货物贸易协定》的审查谈判以及《东盟-加拿大自由贸易协定》的谈判。其目标是扩大市场机遇,并加强东盟与这两个具有重要战略意义的贸易伙伴之间的供应链联系。这些努力的成果计划于2026年11月提交给东盟领导人。
泰国商务部长表示,泰国已与包括中国、香港、日本、韩国、印度、东盟与中日韩(10+3)、东盟与中日韩(10+8)、澳大利亚和新西兰、加拿大、俄罗斯、欧盟、瑞士、英国和美国在内的14个对话伙伴参与东盟规划。重点在于拓展在新兴潜在领域的合作,以提升竞争力并扩大贸易和投资。泰国还与东盟成员国和香港签署了修订《东盟-香港投资协定》(AHKIA)的第一号议定书。
泰国在3月20日成功达成的谈判中担任主要协调方。该议定书以现有投资协定为基础,扩大了覆盖范围,将相互投资的市场准入纳入其中。这将有助于增强信心,促进东盟地区的投资。泰国将受益于吸引高质量投资,并扩大对香港的投资。
泰国对八个东盟国家具有吸引力,利用区域优势把握全球大趋势。
内阁批准了第九项东盟金融服务自由化议定书。
商务、工业和银行联合常设委员会(JSCCIB)与世界银行携手合作,从四大支柱加强经济发展委员会(EDB),打造经济发展的新引擎。
高价值农产品
东盟经济部长会议