นายก ฯ อนุทิน จับมือตลาดทุน เดินสายโรดโชว์ 3 ประเทศ โตเกียว - นิวยอร์ก- ลอนดอน ดึงเม็ดเงินต่างชาติ总理阿努廷·查恩维拉库尔与资本市场合作,将在东京、纽约和伦敦三个国家展开路演,以吸引外国投资。
“เงินนอก” เริ่มไหลกลับหุ้นไทย ดัน SET พุ่งเกือบ 30% แซงตลาดโลก รัฐบาลจับมือ FETCO-SET เดินสายโรดโชว์ โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน ดึงทุนต่างชาติ เดิมพันเศรษฐกิจรอบใหม่

# เงินลงทุนจากต่างชาติ
# ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
# ความเชื่อมั่นนักลงทุน
# การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
# การเติบโตของเศรษฐกิจไทย
อธิบาย Stablecoin แบบเข้าใจง่าย จะเปลี่ยนโลกยังไง ทำไมถึงสำคัญ? | Digital Frontiers EP.76
ไฟไหม้ MRT สายสีน้ำเงิน กระทบหุ้น BEM แค่ไหน? โบรกฯ ชี้ “ความเสียหายน้อย-มีประกันคุ้มครอง”
จาก “เงินนอก” ที่เคยไหลออก วันนี้กำลังเห็นสัญญาณกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง เมื่อ SET Index ปรับขึ้นเกือบ 30% แซงหน้าผลตอบแทนตลาดหุ้นโลกที่ขยับราว 10-12% พร้อมกระแสเงินลงทุนต่างชาติที่กลับมาเป็นบวกสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี
จังหวะนี้รัฐบาลจึงเดินหน้า “โรดโชว์” ใหญ่ นำทีมโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินสายโตเกียว นิวยอร์ก และลอนดอน จับมือ FETCO และตลาดหลักทรัพย์ฯ พบปะนักลงทุนต่างชาติ เพื่อขายเรื่องราวการเติบโตครั้งใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ตั้งแต่อุตสาหกรรมดิจิทัล-เอไอ เงินลงทุนจากต่างชาติ ไปจนถึงการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน หวังเปลี่ยนแรงส่งจากตลาดทุนให้กลายเป็นแรงลงทุนในเศรษฐกิจจริง และเดิมพันว่ารอบใหม่ของไทยอาจไม่ได้มีแค่ “หุ้นขึ้น” แต่ต้องเห็นเงินลงทุนและการเติบโตกลับมาถึงเศรษฐกิจประเทศด้วย
เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA 81 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดำริให้จัดกิจกรรมคู่ขนาน โรดโชว์ (Roadshow) ร่วมกับภาคเอกชน สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เร่งสร้างความเชื่อมั่น (trust) ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย
โดยเฉพาะตลาดทุนไทย ที่ในปีนี้มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ส่วนหนึ่งผลจากนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ดิจิทัล เอไอ รวมทั้ง ยอดตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน และล่าสุดบริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือ ทั้ง 3 บริษัทใหญ่ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) เป็น Stable (มีเสถียรภาพ) กลายเป็นปีทองของตลาดทุนไทย ซึ่งเมื่อบริษัทจดทะเบียนเติบโตและมีจำนวนมากขึ้น มีการขยายกิจกรรมเศรษฐกิจ สู่การลงทุนในอุตสาหกรรมจริง (real sector) ภาคผลิต จะส่งผลต่อการใช้จ่ายและการจ้างงานในประเทศด้วย
โอกาสนี้ ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวถึงการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีอนุทิน ฯ เยือนญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสื่อสารศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกับนักลงทุนต่างประเทศ จากที่ปีนี้มีสัญญาณสะท้อนถึงการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัด ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย
"ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปีที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเป็นบวกสุทธิ หลังจากที่เรารอคอยมานาน และที่น่าสนใจคือ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทั้งหมดที่มีการประกาศตัวเลขในปีนี้ ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีกระแสเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อเรา นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีแรกในรอบ 4 ปีเช่นกัน ที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดโลก โดยดัชนี SET Index ปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 30% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกโดยรวมปรับขึ้นเพียงประมาณ 10-12% เท่านั้น"
ไพบูลย์ กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างต่ำ ขณะที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงและส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ เห็นได้จากข้อมูลตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มสูง แสดงถึงความเชื่อมั่น ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนกระจายประโยชน์ไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้มากขึ้น
ขณะที่ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความยินดีที่ได้ร่วมเดินทางกับคณะของนายกรัฐมนตรี ที่กรุงโตเกียวได้มีโอกาสหารือร่วมกับทีมไทยแลนด์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทจำนวนมากให้ความสนใจและมีศักยภาพที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
สำหรับการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) และได้จัดสรรเวลาให้กับภารกิจด้านตลาดทุนเพื่อพบปะนักลงทุนสถาบันในนิวยอร์กกว่า 30 ราย ทั้งในรูปแบบการประชุมกลุ่มและการหารือรายบริษัท ถือเป็นเรื่องที่ดีสะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โอกาสนี้จึงเป็นอีกเวทีสำคัญที่เราจะสื่อสารให้นักลงทุนต่างชาติเห็นถึงศักยภาพและทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังมีความผันผวน
นอกจากนี้ SET ยังเตรียมนำเสนอปัจจัยบวกของตลาดทุนไทยให้นักลงทุนต่างชาติเห็นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี
(2) การเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยสู่อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวการเติบโตระยะยาว (Long-Term Story) ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ
(3) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ
“เป้าหมายสำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการเดินทางครั้งนี้ คือ การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดทุนไทย การที่มีเงินลงทุนเข้ามาทำให้ทุกครั้งที่ SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 100 จุด จะมีมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อผู้ขายมีกำไร จะทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทยในภาพรวม” อัสสเดช กล่าว
โฆษกรัฐบาล กล่าวสรุปว่า การเดินทางครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศถึงโอกาสในการเข้ามาลงทุนและเติบโตร่วมกับประเทศไทยในระยะยาวโดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตต่อไป
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 外国投资
# 泰国证券交易所
# 投资者信心
经济扩张
泰国经济的增长
用简单易懂的方式解释稳定币:它们将如何改变世界?它们为何如此重要?| 数字前沿 第76期
地铁蓝线火灾会对BEM股票产生什么影响?券商表示“损失极小,且有保险覆盖”。
此前大量外资外流,如今已显现出回流泰国股市的迹象。泰国SET指数上涨近30%,远超全球股市10-12%的涨幅,且外资流入3-4年来首次转为净正值。
在此关键时刻,泰国政府正启动由总理阿努廷·查恩维拉库尔率领的大规模“路演”活动,访问东京、纽约和伦敦。该团队正与泰国外贸促进局(FETCO)和泰国证券交易所合作,会见外国投资者,并展示泰国经济的新增长潜力。
从数字和人工智能产业到吸引外资,再到上市公司利润复苏,人们希望将资本市场的动力转化为对实体经济的投资。人们押注泰国的下一个经济周期可能不仅仅关乎“股市上涨”,更关乎投资和增长重返国民经济。
总理办公室发言人埃卡波·皮恩皮塞斯透露,在阿努廷·查恩维拉库尔总理此次赴美参加联合国大会第81届峰会期间,总理与私营部门、泰国资本市场组织联合会(FETCO)和泰国证券交易所(SET)联合发起了一项平行路演,旨在增强人们对泰国经济增长潜力的信心,并鼓励投资者在泰国投资。
今年,泰国资本市场表现尤为突出,这部分得益于政府扶持新兴产业(如数字和人工智能)的政策,以及投资促进申请的激增。近期,三大信用评级机构均将泰国的信用评级展望上调至“稳定”。这标志着泰国资本市场迎来了黄金之年。随着上市公司数量和规模的增长,以及经济活动向实体经济和制造业的拓展,这将对国内消费和就业产生积极影响。
值此之际,泰国资本市场企业联合会(FETCO)主席派汶·纳林特伦库尔(Paiboon Nalintrungkur)就其随阿努廷总理访问日本、美国和英国发表讲话,指出这是向外国投资者介绍泰国经济潜力和机遇的良机。他提到,今年以来,流入泰国的外国投资明显增加,这增强了外国投资者对泰国经济的信心。
“今年是泰国股市三四年来首次出现外资净流入,这是我们期待已久的。值得注意的是,在已公布数据的亚洲股市中,泰国是唯一一个外资净流入的国家,这提振了投资者的信心。此外,今年也是泰国股市四年来首次跑赢全球市场,SET指数上涨近30%,而全球股市整体涨幅仅为10%至12%左右。”
派汶指出,近年来泰国经济增长相对缓慢。然而,阿努廷·查恩维拉库尔总理领导的政府致力于推动变革,促进对泰国的投资,并获得了海外的积极响应。这一点从泰国投资促进委员会(BOI)收到的大量外国投资申请中可见一斑,这不仅体现了各方对泰国经济的信心,也鼓励了各行业的经济活动和扩张,并惠及其他经济领域。
与此同时,泰国证券交易所董事兼总裁阿萨德·孔西里表示,泰国证券交易所很高兴陪同总理代表团访问东京,并有机会与包括商务部、外交部及其他相关机构在内的泰国代表团进行会谈。此次会谈旨在交流思想,探讨如何加强与外国企业和投资者的合作,特别是与日本企业和投资者的合作。日本有许多公司对在泰国投资感兴趣,并具备在泰国投资的潜力。
总理访问美国出席第81届联合国大会(UNGA81),随后在纽约与30多家机构投资者举行了小组会议和个别公司洽谈,这无疑是一个积极的信号,反映出外国投资者对泰国经济的兴趣重燃。在全球经济持续动荡的背景下,此次访问也为泰国向外国投资者展示其经济潜力和增长前景提供了一个至关重要的平台。
此外,泰国证券交易所(SET)正准备向外国投资者介绍泰国资本市场的三大积极因素:
(1)泰国上市公司业绩3-4年来首次恢复强劲增长。
(2)泰国经济引擎向新兴产业转型,这是一个机构投资者感兴趣的长期增长故事。
(3)根据总理和副总理优先考虑的政策,提高国家的竞争力。
“泰国证券交易所此次访问的主要目标是加强沟通,增进理解,以促进对泰国资本市场的长期投资。每当泰国证券交易所指数(SET指数)上涨100点,证券交易带来的市值就会增加约1万亿泰铢。卖方获利后,会刺激消费,资金回流到经济体系中,从而有助于长期增强泰国经济实力,并惠及整个泰国,”阿萨德杰表示。
政府发言人总结道,此次访问是展示泰国潜力、增强外国投资者对泰国投资机遇和长期发展前景信心的重要契机。政府与私营部门的合作将共同推动泰国经济向前发展。
通过 Thairath Money 阅读股票和投资新闻,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney