พาณิชย์ดันข้าวโพดปลอดเผา เชื่อมโรงงานรับซื้อนำร่อง 7,400 ตัน商务部正在推广无焚烧玉米生产,在一个试点项目中,通过联系工厂采购7400吨玉米。
กรมการค้าภายในจับมือโรงงานอาหารสัตว์–สถาบันเกษตรกร 5 คู่ ตั้งเป้ารับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่ปลอดการเผา 7,400 ตัน ครอบคลุมกว่า 8,700 ราย ให้ราคาสูงกว่าตลาด 0.05 บาท/กก. พร้อมวางระบบ Traceability สร้างแรงจูงใจลดเผา ยกระดับวัตถุดิบไทยรับกติกาการค้าใหม่

วันนี้ ( 22 ก.ย.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างโรงงานอาหารสัตว์และสถาบันเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่ปลอดการเผาเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโรงงานอาหารสัตว์กับสถาบันเกษตรกร เพื่อรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในพื้นที่ปลอดการเผา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยให้สอดคล้องกับทิศทางการค้าสมัยใหม่ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับ ระบบ Traceability หรือการตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น ทั้งในเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต และกระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
พาณิชย์ดันข้าวโพดปลอดเผา เชื่อมโรงงานรับซื้อนำร่อง 7,400 ตัน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สิ่งที่เราทำร่วมกันในวันนี้จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่กระบวนการผลิต ไปจนถึงสินค้าที่เข้าสู่ตลาดและการส่งออก เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน
สำหรับการรับซื้อในระยะแรก ตั้งเป้าหมายรวมประมาณ 7,400 ตัน ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 8,700 ราย แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด แต่ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะสามารถขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรและโรงงานอาหารสัตว์รายอื่นได้ในอนาคต โดยผลผลิตที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ราคาสูงกว่าราคาตลาด 0.05 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมจัดช่องทางพิเศษ Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับซื้อ
ทั้งนี้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างทางเลือกให้เกษตรกรเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการไม่เผา กรมฯจึงนำ กลไกตลาด มาเป็นแรงขับเคลื่อน เชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ปลอดการเผาเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์โดยตรงตลาดนำ ตรวจสอบได้ ลดการเผา เป็นแนวทางสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้
โดย ตลาดนำคือการสร้างตลาดรองรับผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เกษตรกรมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต ขณะที่ ตรวจสอบได้ คือการพัฒนาระบบ Traceability ที่สามารถติดตามแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือ ลดการเผา ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดปัญหาฝุ่น PM2.5
ด้าน นายอมรชัย คารว์ กรรมการบริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร เนื่องจากข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ โดยมีสัดส่วนประมาณ 40% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต จึงต้องการสนับสนุนข้าวโพดที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจากพื้นที่ปลอดการเผา
ทั้งนี้ หากการดำเนินงานสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทมีความพร้อมที่จะพิจารณาเพิ่มปริมาณการรับซื้อในอนาคต โดยความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างเกษตรกร โรงงานอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อสร้างระบบการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน
ขณะที่ นางลออ ชูช่วย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เป็นโอกาสสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ตากฟ้าในการผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดการเผา โดยเกษตรกรจะมีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน ได้รับราคาที่เป็นธรรมและสูงกว่าตลาด ซึ่งสหกรณ์มีแผนขยายความร่วมมือไปยังเกษตรกรในกลุ่มและพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวโพดคุณภาพเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับ MOU ในครั้งนี้ มีคู่ความร่วมมือ 5 คู่ ได้แก่ บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด กับ สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัดบริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จำกัด บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรนาน้อย จำกัด บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด และ บริษัท ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรทุ่งศรีอุดม จำกัด
อย่างไรก็ตามความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่เป็นการวางระบบตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้ตลาดเป็นแรงจูงใจ ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้การผลิตข้าวโพดของไทยสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกติกาการค้าในอนาคต อันจะนำไปสู่การลดการเผาในพื้นที่เกษตรและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้
ข้าวโพดราคาดิ่งชาวไร่เพชรบูรณ์-ตากเดือดร้อน จี้รัฐเร่งแก้ หวั่นยกระดับปิดถนน
พาณิชย์ปรับแผนนำเข้าข้าวโพด ชะลอนำเข้า 6 แสนตัน คุมเข้มรับซื้อ
คน.เร่งรับซื้อข้าวโพดสัตว์เลี้ยง เชื่อมโยงตลาด สร้างรายได้เกษตร
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์
今天(2026年9月22日),泰国国内贸易厅厅长维塔亚功·马尼内特先生在动物饲料厂与农民机构签署谅解备忘录后表示,该备忘录旨在将来自无火灾地区的动物饲料玉米采购与动物饲料行业对接起来。他指出,这项合作将动物饲料厂与农民机构联系起来,使其能够从无火灾地区的农民手中采购动物饲料玉米。这是泰国动物饲料玉米生产和销售体系升级改造的又一重要举措,旨在使其与现代贸易趋势接轨,尤其是在国际市场上,这些市场越来越重视可追溯性体系,包括原材料来源、生产方法以及整个供应链的流程。
商务部正在推广无焚烧玉米生产,在一个试点项目中,通过联系工厂采购7400吨玉米。
玉米是动物饲料行业的重要原料。我们今天共同开展的工作,体现了泰国致力于从源头、生产过程到最终产品进入市场和出口,对原材料进行严格审查,确保其来源可追溯。
该采购计划初期目标采购量约为7400吨,覆盖超过8700户农户。虽然与动物饲料玉米的总产量相比这只是一个开始,但这却是一个至关重要的机制,未来可以推广到其他农户群体和饲料厂。参与该计划的农产品将获得比市场价高出每公斤0.05泰铢的价格,并可通过专属的快速通道简化采购流程。
农业焚烧问题无法通过单一措施解决。必须为农民创造替代方案,并向他们展示不焚烧的好处。因此,农业部正利用市场机制推动进展,将无焚烧地区的农产品直接与动物饲料行业对接。市场驱动、可追溯和减少焚烧是这项合作的关键所在。
市场主导模式旨在从源头上建立市场来支持农产品,激励农民改进生产方式。同时,可追溯性是指建立一套可追溯系统,能够追踪整个供应链的来源和生产过程。这有助于实现减少焚烧、最大限度降低环境影响和减少PM2.5污染的关键目标。
泰森饲料(泰国)有限公司董事阿蒙猜·卡拉先生表示,公司从农民手中采购饲料玉米,因为玉米是动物饲料生产的主要原料,约占原料总用量的40%。因此,他们的目标是支持在无火灾的耕作区生产高质量、标准化的玉米。
如果合作能够持续稳定地进行,公司未来将考虑增加采购量。今天的合作标志着农民、工业企业和政府携手构建可持续生产和供应体系的开端。
与此同时,那空沙旺府达法农业合作社经理拉奥·楚楚艾女士表示,这对达法地区的农民来说是一个重要的机遇,他们可以生产出高质量、标准化的玉米,而无需焚烧。农民将拥有稳定的买家,并获得高于市场价的公平价格。该合作社计划将合作范围扩大到合作社成员及周边地区的农民,以持续促进优质玉米的生产,从而为动物饲料厂提供更多产品。
该谅解备忘录涉及五对合作伙伴:泰森饲料(泰国)有限公司和湄索农业合作社有限公司;泰森饲料(泰国)有限公司和达发农业合作社有限公司;泰森饲料(泰国)有限公司和南诺伊农业合作社有限公司;泰森饲料(泰国)有限公司和班达农业合作社有限公司;以及考纳动物饲料工业有限公司和通斯里乌东农业合作社有限公司。
然而,此次合作不仅旨在拓展动物饲料玉米的市场渠道,更着眼于从源头建立一套体系,通过市场激励和可追溯性相结合的方式,使泰国玉米生产能够满足经济、环境和未来贸易的需求。这将有助于减少农业焚烧,降低PM2.5空气污染。
玉米价格暴跌,给碧差汶府和达府的农民造成了困难。他们敦促政府尽快解决问题,担心事态升级,导致道路封闭。
商务部调整玉米进口计划,推迟进口60万吨玉米,并加强采购管控。
人们正在加快购买动物饲料玉米,连接市场,并为农民创造收入。
动物饲料行业