“โรม” จวก “มัลลิกา” ไม่เป็นมืออาชีพ จี้เลิกแทนตัวเป็นพี่-น้องในสภาฯ“罗马”批评“玛丽卡”不专业,并敦促她停止在议会中自称“姐妹”。
“รังสิมันต์ โรม” จวก “มัลลิกา” รองประธานสภาฯ ไร้ความเป็นมืออาชีพ ลั่น ไม่ใช่โต๊ะกินข้าวหรือทริปท่องเที่ยว จี้ปรับปรุงตัวด่วน จี้เลิกแทนตัวเป็นพี่-น้อง รักษาภาพลักษณ์สภาผู้แทนราษฎร

“รังสิมันต์ โรม” จวก “มัลลิกา” รองประธานสภาฯ ไร้ความเป็นมืออาชีพ ลั่น ไม่ใช่โต๊ะกินข้าวหรือทริปท่องเที่ยว จี้ปรับปรุงตัวด่วน จี้เลิกแทนตัวเป็นพี่-น้อง รักษาภาพลักษณ์สภาผู้แทนราษฎร
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีเกิดข้อถกเถียงและปมปะทะคารมเดือดกับ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ว่า ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงการไม่รักษาข้อตกลงของวิป ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน พร้อมยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้ละเลยความสำคัญของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ใช้เรื่องดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการประวิงเวลาเพื่อบล็อกการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีฮั้วเลือก สว.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปถึงพฤติกรรมการทำหน้าที่ของ น.ส.มัลลิกา โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพ เลิกใช้ระบบอาวุโสหรือการแทนตัวเองว่าเป็นพี่เป็นน้องบนพื้นที่สภาผู้แทนราษฎร เช่น การเรียกหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านด้วยชื่อเล่น หรือการใช้สรรพนามเสมือนคุยกันบนโต๊ะอาหาร พร้อมวิจารณ์มาตรฐานการควบคุมการประชุมที่ปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันระหว่างพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน
“การทำงานในลักษณะที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ เป็นสิ่งที่ท่านรองประธานควรจะปรับปรุงตัวเอง สภาฯ แห่งนี้ไม่ใช่ทริปนำเที่ยวหรือโต๊ะกินข้าว เรากำลังพิจารณาเรื่องใหญ่และผลประโยชน์มหาศาลของประชาชน ทุกคนควรทำหน้าที่อย่างเท่าเทียมและตรงไปตรงมาตามบทบาทหน้าที่”
พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวย้ำด้วยว่า วัฒนธรรมความเกรงใจหรือการนับญาติในสังคมไทย ควรถูกแยกแยะออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและช่องว่างทางความอาวุโส พร้อมหวังว่าหลังจากนี้รองประธานสภาฯ จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรต้องสูญเสียความน่าเชื่อถือ และกลายเป็นพื้นที่ไร้ความซีเรียสในการตรวจสอบปัญหาของประเทศ
“朗西曼·罗姆”严厉批评众议院副议长“玛丽卡”缺乏职业素养,指出这并非餐桌上的聚会或旅游观光。他敦促她立即改进自身言行,并停止自称“姐妹”,以维护众议院的形象。
2026年9月4日上午11点20分,来自政党名单制的国会议员、人民党副党魁朗西曼·罗姆先生在议会接受采访,谈及众议院会议的气氛,特别是与众议院第一副议长马利卡·奇拉潘瓦尼奇女士的激烈辩论和口角。他指出,此事反映出党鞭违反了协议,损害了公信力和互信。他强调,反对党并未忽视南部边境省份问题的重要性,但质疑政府解决该问题的诚意,还是仅仅以此为借口拖延进程,阻挠对选举委员会关于参议院选举舞弊报告的审议。
朗西曼先生随后对马利卡女士的行为发表了评论,呼吁她提升职业素养,并敦促她不要在众议院中以资历论英雄,或自称兄弟姐妹,例如用昵称称呼党魁和反对党领袖,或像在餐桌上交谈一样使用非正式代词。他还批评了执政党和反对党在议会会议程序上的不平等标准。
“副议长这种不专业的行为应该加以改进。议会不是观光旅行或晚宴,我们正在审议关乎公众利益的重大议题。每个人都应该根据自己的角色,平等、诚实地履行职责。”
朗西曼先生重申,泰国社会中根深蒂固的礼节或亲属关系文化应与议会的职责履行区分开来,以防止腐败和资历差距。他希望副议长能够改变其行为,以防止众议院失去公信力,沦为缺乏严肃性、无法认真审视国家问题的场所。