ไทยกลับเข้าเรดาร์นักลงทุน ลุ้นเงินไหลเข้า 4.5 แสนล้าน SET-FETCO-BofA-KKP เผยวันแรกโรดโชว์นิวยอร์ก泰国重回投资者视野,有望吸引4500亿泰铢资金流入。泰国证券交易所(SET)、泰国金融科技投资公司(FETCO)、美国银行(BofA)和泰国投资促进署(KKP)公布了纽约路演首日的详情。
4 ผู้บริหารวงการตลาดทุนประสานเสียง นายกฯ นำทีมโรดโชว์นิวยอร์กประสบความสำเร็จ หลังประเทศไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์การลงทุนของต่างชาติ คาดเงินทุนมีโอกาสไหลกลับเข้าลงทุนไทย 4.5 แสนล้าน

# การโรดโชว์การลงทุน
# พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย
# ไพบูลย์ นลินทรางกูร
Nebius ทำอะไร? เกินกว่าจะเป็นนีโอคลาวด์ธรรมดา | Digital Frontiers EP.75
Berkshire Hathaway ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์ ซื้อ Lennar หุ้นบ้านสหรัฐฯ ถือเกิน 10% ในวันที่ตลาดเทขาย
วานนี้ (22 กันยายน 2569) ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก คณะผู้บริหารในแวดวงตลาดทุนที่เดินทางร่วมคณะกับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวสอบถามการพบปะกับผู้บริหารกองทุน PIMCO, Bank of America และนักลงทุนสถาบันรวม 25 ราย และมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทั่วโลกรวมกันกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ สาขาประเทศไทย ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอสโซซิเอชั่น หรือ BofA (Bank of America) กล่าวว่า การจัด Roadshow ครั้งนี้แม้มีเวลาเตรียมตัวน้อย แต่ได้รับการตอบรับเข้าร่วมจากกองทุนระดับโลกเกือบทั้งหมด เช่น BlackRock, Blackstone, Citadel และ Fidelity ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันระดับโลกมีความสนใจและต้องการเข้าลงทุนในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่เข้ามาร่วมโรดโชว์ครั้งนี้ ล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดแทบทั้งสิ้น รวมทั้งการประชุมแบบ One-on-One ของ PIMCO กองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึง Manny Roman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIMCO ได้เข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง ซึ่ง PIMCO ได้แสดงความสนใจลงทุนใน Data Center ของไทยผ่านการให้สินเชื่อหรือลงทุนในตราสารหนี้ พร้อมสนใจลงทุนหากรัฐบาลไทยออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft ก็ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากมหาทุนโลกอย่างกว้างขวาง
“PIMCO ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัดส่วนราว 25% ของ GDP โลก แต่กองทุนทั่วโลกจัดสรรเงินลงทุนในสหรัฐฯ สูงถึง 70–80% PIMCO จึงมองหาโอกาสนอกสหรัฐฯ และเนื่องจากตลาดยุโรปยังไม่ดีนัก ดังนั้นตลาดเอเชียรวมทั้งไทยจึงน่าสนใจ หากในระยะยาวเงินทุนไหลออกจากสหรัฐฯ เพื่อหาโอกาสลงทุนใหม่” อรกัญญา กล่าว
ด้าน อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทย จากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 (ค.ศ. 2037) พร้อมชูโครงการ JUMP+ และ BOI to IPO เพื่อดึงดูดธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) เข้าสู่ตลาดทุน สำหรับข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน คณะผู้แทนได้ชี้แจงว่าไทยวางตัวเป็นกลางอย่างสมดุล ไม่เลือกข้าง ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของไทยท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้เสนอยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของ Data Center ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมมือกับ BOI และสำนักงาน ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์รองรับการระดมทุนของธุรกิจยุคใหม่
ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า กองทุนในสหรัฐฯ มุ่งเน้นการลงทุนระยะยาว การที่ผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรเดินทางมาร่วมฟังและสอบถามข้อมูลด้วยตนเองแสดงว่ามีการเตรียมเงินลงทุนก้อนใหญ่ไว้แล้ว
โดยนักลงทุนมองว่า “ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์” ไม่เลือกข้าง คือจุดแข็งที่สุดของไทยในการเป็นจุดหมายของเงินทุน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นการสลับขั้วเงินทุนในอาเซียน โดยเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ติดลบกว่า 20% หันกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นกว่า 20%
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกจากไทยราว 500,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ไหลกลับมาเพียง 50,000 ล้านบาท หรือเพียง 10% ที่ไหลออกไป จึงยังมีโอกาสที่เงินอีก 450,000 ล้านบาท (90%) จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย แต่ขึ้นอยู่กับ การเติบโตเศรษฐกิจและผลงานของรัฐบาล ส่วนตลาดทุนพร้อมแล้ว
“ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เล็ก มีหุ้นที่มีมูลค่าตลาดเกิน 5,000 ล้านดอลลาร์ราว 20 บริษัท และเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ 65 บริษัท รวมทั้ง ระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ถือว่านักลงทุนสถาบันลงทุนได้ โดยหุ้นใน SET50 มีมูลค่าตลาดขั้นต่ำเฉลี่ยราว 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีขนาดเพียงพอ และแม้หุ้นไทยส่วนใหญ่อยู่ในเศรษฐกิจดั้งเดิม (Old Economy) แต่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น ธุรกิจสื่อสาร และธนาคารที่ให้สินเชื่อแก่ Data Center ระหว่างรอให้เศรษฐกิจใหม่เติบโต ตลาดไทยจึงมีสินค้าพอรองรับนักลงทุน” ไพบูลย์ กล่าว
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ประเทศไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์การลงทุนของต่างชาติอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด จากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น และการที่สถาบันจัดอันดับเครดิต เช่น Moody's ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น สิ่งที่เหลือคือบริษัทจดทะเบียนต้องแสดงให้เห็นว่ากำไรเติบโต
ขณะที่การ Roadshow ครั้งนี้เป็นโอกาสให้รัฐบาลยืนยันแนวนโยบาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนำเสนอชัดเจนว่าไทยจะเป็นฐานธุรกิจในเอเชียและเน้นการเพิ่มมูลค่า โดยตั้งเป้าหมายยกระดับเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 รวมทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เป็น 30% เพื่อแก้ปัญหาที่ไทยลงทุนต่ำมานาน เมื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น ตลาดทุนไทยจะมีสินค้าให้ระดมทุนมากขึ้นและน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งปฏิรูปเศรษฐกิจผ่านการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ที่สำคัญไทยยังมีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าต่างประเทศ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 2% ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ที่ราว 5% ทำให้ภาคเอกชนไทยกู้ยืมด้วยต้นทุนต่ำกว่าต่างประเทศครึ่งหนึ่ง แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทย-สหรัฐฯนี้อาจทำให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับสหรัฐฯได้หากเกิดความผันผวน ดังนั้น การรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวดจึงสำคัญรวมทั้งการมีเสถียรภาพทางการเมืองด้วย
สำหรับการพบปะกับนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติในวันแรกของภารกิจเยือนนิวยอร์กของนายกรัฐมนตรี ได้พบกับ ผู้บริหารสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ Manny Roman, CEO PIMCO (Pacific Investment Management Company LLC) บริษัทบริหารจัดการการลงทุนและตราสารหนี้ชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Allianz Group กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี รวมถึงผู้บริหารระดับสูงสุด จากบริษัท Microsoft Corporation บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำยักษ์ใหญ่ระดับโลกของสหรัฐอเมริกา ที่นำโดย Ms. Lisa MonacoPresident of Microsoft Global Affairs,Microsoft Corporation และ Mr. Azar Koulibaly Regional Vice President & Associate General Counsel, Microsoft Asia เป็นต้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 投资路演
# Phiphat Luangnarumitchai
# Paiboon Nalintrungkur
Nebius 有什么功能?它不仅仅是一个普通的云平台 | 数字前沿 第75期
在市场抛售期间,伯克希尔·哈撒韦公司斥资 2 亿美元收购了美国房地产公司 Lennar 超过 10% 的股份。
昨天(2026 年 9 月 22 日),纽约当地时间,随同总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔出访的资本市场高管代表团与记者举行了问答环节,讨论了他们与太平洋投资管理公司 (PIMCO)、美国银行和其他 25 家机构投资者的会面,这些机构投资者管理的全球资产总额超过 40 万亿美元。
美国银行(BofA)泰国分行董事总经理 Orakanya Pibultham 表示,尽管准备时间很短,但此次路演得到了几乎所有全球基金的积极响应,例如贝莱德、黑石、城堡投资和富达投资,这表明全球机构投资者对投资泰国表现出浓厚的兴趣和愿望。
此次路演的参与者几乎全部是企业高管,其中包括与全球最大的债券基金之一——太平洋投资管理公司(PIMCO)的高管进行一对一会谈。PIMCO管理的资产规模超过2.5万亿美元。PIMCO首席执行官曼尼·罗曼亲自出席并聆听了所有演讲。PIMCO表示有意通过贷款或债券投资的方式投资泰国的数据中心,并表示如果泰国政府发行美元债券,他们也愿意进行投资。此外,微软等科技巨头的高管也与泰国总理会面,这反映出全球投资者对泰国的广泛关注。
“PIMCO提供的信息很有意思:美国经济约占全球GDP的25%,但全球基金却将高达70%至80%的投资配置于美国。因此,PIMCO正在美国以外寻找投资机会,鉴于欧洲市场表现不佳,包括泰国在内的亚洲市场颇具吸引力。如果从长远来看,资本流出美国寻求新的投资机会,这一点尤其如此。” Orakanya说道。
泰国证券交易所(SET)董事兼总裁阿萨德·孔西里表示,总理提出了泰国到2037年从中等收入国家转型为高收入国家的宏伟目标。他重点介绍了JUMP+和BOI到IPO的项目,旨在吸引新兴的S型产业进入资本市场。针对美中关系问题,代表团澄清,泰国保持着平衡的中立立场,投资者认为这在当前地缘政治动荡的背景下为泰国带来了重要机遇。此外,他们还提出了向可再生能源和智能电网转型的战略,以满足数据中心的能源需求。与此同时,泰国证券交易所正与BOI和SEC合作,调整相关法规,以促进现代企业的融资。
泰国资本市场企业联合会(FETCO)主席派汶·纳林特伦库尔表示,美国的基金专注于长期投资。这些机构的高管亲自出席会议并提问,表明他们已经准备了一笔规模庞大的投资基金。
投资者认为泰国的地缘政治中立性是其吸引资本的最大优势。目前,东盟内部的资本流动正在发生转变,资本正从下跌超过20%的印尼股市流出,重新流入上涨超过20%的泰国股市。
过去三年,约有5000亿泰铢流出泰国,但今年仅有500亿泰铢(仅占流出总额的10%)回流。因此,仍有4500亿泰铢(占90%)回流泰国资本市场的潜力,但这取决于经济增长和政府的政绩。目前,资本市场已做好准备。
“泰国股市规模不小。市值超过50亿美元的公司约有20家,市值超过10亿美元的公司约有65家。10亿美元的市值水平对于机构投资者来说尚可接受。SET50指数的平均最低市值约为20亿美元,规模相当可观。虽然大多数泰国股票都属于传统经济领域(旧经济),但它们也能从新兴经济中受益,例如电信行业和为数据中心提供贷款的银行。在等待新经济发展的同时,泰国股市现有的产品足以满足投资者的需求。” Paiboon说道。
Kiatnakin Phatra Financial Group (KKP) 首席经济学家兼助理董事总经理 Pipat Luangnarumitchai 博士表示,受政治稳定性增强和穆迪等评级机构上调信用评级展望的推动,泰国已重回外国投资的视野,成为表现最佳的市场之一。接下来,上市公司需要展现盈利增长。
此次路演为政府重申其政策方向提供了契机,总理对此进行了清晰阐述:泰国将成为亚洲商业中心,专注于增值,力争在2037年成为高收入国家。政府还计划将投资占GDP的比重提高到30%,以解决泰国长期存在的投资不足问题。投资的增加将带来更广泛的资本机遇,并使泰国资本市场对投资者更具吸引力。此外,政府致力于通过加入经合组织推进经济改革。
值得注意的是,与其他国家相比,泰国在融资成本方面也具有竞争优势。泰国10年期国债收益率约为2%,而美国国债收益率约为5%。这使得泰国私营企业能够以远低于外国贷款的成本获得融资。然而,泰美之间的这种利率差异可能会导致部分资本在市场波动时回流美国。因此,保持严格的财政纪律和政治稳定至关重要。
在访问纽约的第一天,总理会见了外国商界领袖和投资者,其中包括来自领先金融机构的高管,例如美国领先的全球投资和固定收益管理公司太平洋投资管理公司(PIMCO)首席执行官曼尼·罗曼(Manny Roman)。PIMCO是德国保险和金融巨头安联集团的子公司。总理还会见了美国领先的全球科技公司微软公司的高管,其中包括微软全球事务总裁丽莎·莫纳科(Lisa Monaco)女士和微软亚洲区副总裁兼副总法律顾问阿扎尔·库利巴利(Azar Koulibaly)先生等。
通过 Thairath Money 阅读最新的股票和投资资讯,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney