รัฐบาลตอบ “ไอซ์” ปม กยศ. ชี้เติมเงินอย่างเดียวไม่จบ หากเงินไม่หมุนกลับถึงรุ่นน้อง政府就学生贷款基金问题回应了“Ice”的提问,表示如果资金不能回流到未来的学生身上,仅仅增加余额是无法解决问题的。
รัฐบาลตอบ “รักชนก” ปม กยศ. ชี้เติมเงินอย่างเดียวไม่จบ หากเงินไม่หมุนกลับถึงรุ่นน้อง ย้ำพร้อมเติมงบ–ช่วยคนไม่มีรายได้

รัฐบาลแจงดราม่า “รักชนก” ปม กยศ. ชี้เติมเงินอย่างเดียวไม่จบ หากเงินไม่หมุนกลับถึงรุ่นน้อง ย้ำพร้อมเติมงบ–ช่วยคนไม่มีรายได้
วันที่ 23 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พร้อมเผยแพร่ประมาณการตารางเงินสดปลายปีงบประมาณ 2570 ที่อาจติดลบถึง 7,037.35 ล้านบาท โดยชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “ประมาณการ” ด้านสภาพคล่องที่ต้องเร่งบริหารจัดการ ไม่ใช่ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง และการอภิปรายประเด็นนี้ไม่ควรมองเพียงแค่งบประมาณที่รัฐบาลอุดหนุน แต่ต้องพิจารณาถึงรายรับหลักของกองทุนที่มาจากการชำระคืนของผู้กู้รุ่นก่อนด้วย
รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า จากเอกสารปีงบประมาณ 2570 คาดการณ์ว่า กยศ. จะมีรายรับจากการชำระหนี้ถึง 33,000 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 78 ของรายรับทั้งหมด) ขณะที่เงินอุดหนุนจากรัฐบาลอยู่ที่ 9,000.37 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 21) เมื่อเทียบกับประมาณการรายจ่าย 49,507.32 ล้านบาท จึงทำให้เกิดส่วนขาดระหว่างปี ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2568 โดย กยศ. ได้ใช้มาตรการกระตุ้นการชำระหนี้ควบคู่กับการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อพยุงสภาพคล่อง
“หากพูดเฉพาะว่ารัฐบาลเติมเงินเท่าไร แต่ไม่พูดถึงเงินที่ต้องหมุนกลับเข้ามา ก็เท่ากับมองปัญหาเพียงครึ่งเดียว การอุดหนุนงบประมาณเพิ่มช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่คำตอบระยะยาวคือต้องทำให้เงินกองทุนหมุนเวียนกลับมาถึงเด็กรุ่นต่อไป” นางสาวลลิดากล่าว
สำหรับโครงสร้างลูกหนี้ กยศ. ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 พบว่า มีผู้ครบกำหนดชำระ 3.61 ล้านราย แต่มีผู้ค้างชำระสูงถึง 2.44 ล้านราย คิดเป็นเงินต้นค้างชำระกว่า 105,863.8 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลยืนยันแนวทางว่าจะไม่รีดเงินจากผู้ที่ยังไม่มีรายได้ ผู้ว่างงาน หรือผู้ประสบปัญหา โดยพร้อมให้การผ่อนผันและปรับโครงสร้างหนี้ แต่สำหรับผู้ที่มีงานทำและมีศักยภาพในการจ่ายแต่ไม่ชำระ จำเป็นต้องมีระบบติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของผู้เสียภาษีและเด็กยากจนรุ่นหลัง
นอกจากนี้ รองโฆษกฯ ยังได้ clarify ถึงเกณฑ์รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปีว่า ไม่ได้เป็นเงื่อนไขเดียวในการอนุมัติกู้ยืม เนื่องจากหลักเกณฑ์ปีการศึกษา 2569 มีการแบ่งผู้กู้หลายประเภท โดยเฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ และรัฐบาลรับฟังข้อกังวลในการพิจารณาภาระรายจ่ายจริงของแต่ละครอบครัวประกอบด้วย
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลได้เพิ่มเงินสนับสนุน กยศ. จาก 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท เพื่อรองรับกรอบวงเงินกู้ยืมกว่า 48,000 ล้านบาท สำหรับนักเรียนนักศึกษากว่า 780,000 ราย โดยยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญคือ เด็กที่มีสิทธิต้องไม่หลุดจากระบบการศึกษา คนไม่มีรายได้ต้องได้รับการช่วยเหลือ และคนที่มีกำลังจ่ายต้องคืนเงินเข้ากองทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบต่อไป
政府就学生贷款基金的“Rakchanok”争议做出澄清,指出如果资金不能回流到低年级学生手中,仅仅增加资金并不能解决问题。政府强调,他们随时准备增加资金,帮助那些没有收入的人。
2026年9月23日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士就国会议员拉查诺·斯里诺克女士提出的学生贷款基金(SLF)流动性问题批评作出回应。斯里诺克女士此前公布了该基金2027财年末现金流的预估,显示可能出现高达70.3735亿泰铢的赤字。佩里斯维瓦塔纳女士澄清说,这一数字仅仅是对需要紧急处理的流动性问题的“预估”,并不代表实际赤字。她补充说,关于这一问题的讨论不应只关注政府补贴,还应考虑该基金的主要收入来源——以往借款人的还款。
政府副发言人表示,根据2027财年文件,学生贷款基金(SLF)预计将从贷款偿还中获得330亿泰铢的收入(占总收入的78%),而政府补贴预计为90.0037亿泰铢(占21%)。相比之下,预计支出为495.0732亿泰铢,这将导致该年度出现赤字。2025年也出现过类似情况,当时学生贷款基金采取了刺激贷款偿还的措施,并申请了额外的预算以维持流动性。
拉利达女士说:“如果我们只讨论政府投入了多少资金,而不考虑需要循环利用的资金,我们就只看到了问题的一半。增加预算补贴有助于解决眼前的燃眉之急,但长远之计是确保基金中的资金能够循环利用,造福下一代。”
关于学生贷款偿还结构,截至2024年9月30日的数据显示,已有361万借款人达到还款期限,但仍有高达244万借款人拖欠还款,未偿还本金余额超过1058.638亿泰铢。政府重申其政策,即不向无收入者、失业者或面临困境者征收贷款,并准备提供债务减免和重组方案。然而,对于那些有工作且有能力偿还贷款却选择不偿还的人来说,必须建立高效公平的债务催收体系,以避免将负担转嫁给纳税人和未来贫困学生。
此外,副发言人澄清说,家庭年收入不超过36万泰铢并非贷款获批的唯一条件。这是因为2026学年的贷款标准将借款人分为几类,特别是那些在国家重点领域工作的借款人,政府会考虑每个家庭的实际经济负担。
此外,在2027财年,政府将学生贷款基金的拨款从2026年的50亿泰铢增加到90亿泰铢,以支持总额超过480亿泰铢的贷款框架,惠及超过78万名学生。政府重申,关键目标是确保符合条件的学生不会辍学,确保无收入学生获得资助,并确保有能力偿还贷款的学生按时还款,从而保障教育体系的可持续发展。