ศาลฯ ยืนคำสั่งให้ อดีตปลัด อบต.ชดใช้ 3.9 ล้าน อนุมัติงบสร้างถนนที่ดินเอกชน法院维持原判,责令前区行政组织秘书支付 390 万泰铢赔偿金,原因是其批准了在私人土地上修建道路的预算。
ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยชัดเจน ชี้ อบต. ไม่มีอำนาจใช้งบแผ่นดินก่อสร้างถนนบนที่ดินเอกชน ที่เจ้าของไม่ได้อุทิศหรือให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ชี้การอนุมัติงบถือเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ชดใช้เงินกว่า 3.9 ล้านบาท

วันนี้ (23 ก.ย.2569) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นคดีหมายเลขแดงที่ อ.1424/2569 (คดีหมายเลขดำที่ อ. 1936/2566) ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ฟ้องคดี กับ นายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีกรรมการสอบสวนละเมิด มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกว่า 3.9 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างถนนในที่ดินเอกชนโดยไม่มีอำนาจ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อครั้งผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ร่วมกับผู้บริหารเสนอและดำเนินโครงการก่อสร้างถนน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 6,591,000 บาท ต่อมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบพบว่าถนนดังกล่าวอยู่ในที่ดินเอกชน ซึ่งเจ้าของที่ดินมิได้อุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์หรือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างถูกต้องตามระเบียบ ส่งผลให้ทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและได้มีการออกคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร้อยละ 60 ของความเสียหาย เป็นเงิน 3,954,600 บาท
สาระสำคัญแห่งคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด อำนาจและเจตนาของเจ้าของที่ดิน หนังสือแสดงความยินยอมลงวันที่ 25 ก.พ.2557 เป็นเพียงการยินยอมให้ปรับปรุงซ่อมแซมผิวจราจร ท่อระบายน้ำ และไฟฟ้าเท่านั้น ไม่มีถ้อยคำแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์หรือยินยอมให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันตามมติคณะรัฐมนตรี (ว111 ลงวันที่ 2 ส.ค.2550) อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าของที่ดินยังคงสงวนสิทธิ์ ควบคุมการเปิด-ปิดประตูเข้า-ออก และให้เอกชนอื่นสร้างถนนทับ แสดงชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ยังเป็นของเอกชน การที่ อบต. ใช้งบประมาณแผ่นดินเข้าไปก่อสร้างจึงเป็น
การกระทำโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ในฐานะปลัด อบต. และเจ้าหน้าที่งบประมาณ ผู้ฟ้องคดีมีหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2541 ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และควบคุมงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด หากผู้ฟ้องคดีใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย
ในการตรวจสอบหนังสือแสดงความยินยอมก็จะทราบได้ทันทีว่าเจ้าของที่ดินไม่ได้อุทิศที่ดินให้ การเร่งรัดเสนอของบประมาณจ่ายขาดเงินสะสมจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
ศาลสั่งจำคุกอดีตลูกจ้างประจำ อบต. 36 ปี 80 เดือน เบียดบังเงินแผ่นดิน
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาจำคุกอดีตลูกจ้างประจำ สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นเวลา 36 ปี 80 เดือน พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินตกเป็นของแผ่นดินจากการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปีงบประมาณ 2559-2561 ของ องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง พบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จึงได้แจ้งผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องอดีตลูกจ้างประจำ ซึ่งเป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับเอกสารและความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
จากการไต่สวนพยานหลักฐานและสำนวนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในช่วงระหว่างวันที่ 18 มี.ค.2559 ถึงวันที่ 28 ก.ย.2561 จำเลยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ อบต. ได้อาศัยโอกาสที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บรายได้เพียงผู้เดียว
กระทำความผิดในหลายรูปแบบ ได้แก่ การเขียนจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินต่ำกว่าความเป็นจริงแล้วเบียดบังเงินส่วนต่างไป การนำใบเสร็จรับเงินของผู้ประกอบการรายอื่นมาปลอมแปลงแก้ไขข้อมูลเพื่อออกให้แก่ผู้ชำระภาษีรายใหม่ โดยไม่นำเงินส่งเข้าคลัง การลงวันที่ในสำเนาใบเสร็จคลาดเคลื่อนเพื่อปกปิดการนำส่งเงินล่าช้า รวมถึงการรับเงินแล้วไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินในทันที ทำให้ อบต.ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 136,360 บาท
ในชั้นพิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีในหลายประเด็น อาทิ การกระทำโดยสุจริต คดีขาดอายุความ และประเด็นเรื่องการไม่ได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในข้อหาปลอมเอกสาร อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบและพยานเอกสารใบเสร็จต่าง ๆ มีความสอดคล้องต้องกัน ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปรวมกระทงความผิดทั้งหมด ศาลสั่งลงโทษจำคุกรวม 64 ปี แต่ทางไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 36 ปี 80 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยชำระเงินรวมเป็นจำนวน 136,360 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ด้านความคืบหน้าทางด้านคดี ล่าสุดยังไม่ถึงที่สุด คาดว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ในลำดับถัดไป ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่าง ป.ป.ช.รับข้อมูลเข้าสู่กระบวนการต่อไป
ศาลตีตกคำร้อง "ยิ่งลักษณ์" ขอพิจารณาคดีใหม่ ยืนชดใช้จำนำข้าว 1 หมื่นล้าน
“สนธิ” เตรียมยื่นหนังสือ กกต.ตรวจสอบคดี “ฮั้ว สว.” 25 ก.ย.นี้
รัฐบาลยกระดับสกัด "นอมินี" วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เข้มทุนผิดกฎหมาย
องค์การบริหารส่วนตำบล
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
今天(2026年9月23日),最高行政法院维持了初审行政法院在第A.1424/2569号案件(原案号A.1936/2566)中的判决。该案原告为一名政府官员,被告为市长和省长。案件涉及一项非法行政命令的争议。该案中,一个调查委员会命令原告支付超过390万泰铢的赔偿金,用于补偿其在私人土地上实施的道路建设项目,而该委员会无权实施该项目。
本案源于原告担任某乡镇行政机构副主任期间,提出并实施了一项总预算为6,591,000泰铢的道路建设项目。随后,审计署(OAG)展开调查,发现该道路位于私人土地上,而土地所有者并未按照相关规定将其划为公共道路或允许共享使用。这给政府造成了损失。审计署成立了一个委员会,负责调查侵权责任的相关事实,并下令原告支付相当于损失60%的赔偿金,即3,954,600泰铢。
最高行政法院裁决的要点在于土地所有者的权限和意图。2014年2月25日的同意书仅授权对路面、排水管道和照明设施进行改善和维修,并未包含任何将该土地划为公共道路或同意根据内阁决议(2007年8月2日第111号通知)进行公共使用的措辞。此外,土地所有者显然保留了控制入口大门开关的权利,并允许其他私人实体在其上修建道路,这清楚地表明土地所有权仍为私人所有。因此,区级行政组织使用公共资金进行建设构成……
该行为未经法律授权,且构成严重疏忽。作为区级行政机构(SAO)秘书兼预算官员,原告根据1998年内政部《预算程序法》负有认真审查、分析和控制预算的职责,以确保其符合法律法规。即使原告尽到最基本的尽职义务,也会导致此次疏忽的发生。
查阅同意书后,即可立即发现土地所有者并未正式捐赠土地。因此,仓促提出预算以拨付已积累的资金,构成严重渎职,给政府造成了损失。
一名前分区行政机构雇员因挪用公款被判处 36 年 80 个月监禁。
第七区刑事法院(专门审理腐败和渎职案件)判处一名前区级行政机构雇员36年零80个月监禁,并责令其向国家偿还没收的资金。此案源于审计长办公室(OAG)对该区级行政机构在2016至2018财年期间收取财产税和危害公众健康企业许可证费用的调查。调查发现了确凿证据,表明该机构在公共资金使用方面存在腐败行为,随后将调查结果报告给了国家反腐败委员会(NACC),以采取进一步行动。
随后,国家反腐败委员会(NACC)对被告——前正式雇员——提起诉讼,指控其违反公务、文件相关规定以及违反《防止和制止腐败组织法》。
根据审计长办公室 (OAG) 对证据和案件档案的调查,确定被告在 2016 年 3 月 18 日至 2018 年 9 月 28 日期间,作为分区行政组织负责征收税款、关税和各种费用的人员,利用了自己是唯一负责征收收入的人员这一事实。
这些违法行为形式多样,包括在收据副本上填写较低的金额并侵吞差额;伪造和篡改其他企业的收据,将其发放给新的纳税人而不将款项上缴国库;在收据副本上错误打印日期以掩盖延迟缴款;以及收款后未立即开具收据。最终,该区行政组织(SAO)遭受了总计136,360泰铢的损失。
庭审期间,被告辩称无罪,并对多项指控提出异议,包括其行为出于善意、诉讼时效以及伪造指控中未核实签名等。然而,法院认定原告提供的证据,包括调查人员的证词和各种收据,均前后一致。因此,被告的辩护理由被驳回。
被告的行为构成多项独立罪行,每项罪行均单独判刑,总计判处64年有期徒刑。然而,鉴于存在减轻处罚情节以及庭审期间收集的证据,根据《刑法》第78条的规定,每项罪行的刑期均减刑三分之一。最终判决为36年零80个月有期徒刑。被告还被责令支付共计136,360泰铢,该款项将上缴国库。关于案件进展,目前尚未最终定案,预计将提起上诉。国家反腐败委员会(NACC)目前正在接收相关信息。
法院驳回了英拉要求重审的请求,维持了对大米质押计划的100亿泰铢赔偿判决。
“Sonthi”准备于9月25日向选举委员会提交一封信函,要求调查“参议院勾结”案。
政府正在加大力度打击“代理人”,将其列为九项紧急商务任务之一,并加大力度打击非法资金活动。
分区行政组织
审计长办公室