เร่งปิดดีล ART ไทย–สหรัฐฯ “ศุภจี” หวังลดภาษี รักษาขีดแข่งขันสินค้าไทย“Supajee”敦促加快完成泰美艺术品交易,希望降低关税,保持泰国产品的竞争力。
“ศุภจี”หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปก่อนสหรัฐฯ ประกาศผลไต่สวนมาตรา 301 ย้ำได้จะได้ภาษีดีที่สุด เร่งทีมเทคนิคปิดรายละเอียด ART หวังได้อัตราภาษีเป็นธรรม แข่งขันได้ รักษาตลาดส่งออกสหรัฐฯ มูลค่า 2.37 ล้านล้านบาท จ้างงานกว่า 4 แสนตำแหน่ง

วันนี้ ( 4 ก.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า การหารือเป็นไปด้วยดี ฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อความตั้งใจของฝ่ายไทย และเห็นว่าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมสามารถมีข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกันได้ก่อนการประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่า ไทยจะได้รับอัตราภาษีจากผลการไต่สวนดังกล่าวอย่างเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคร่วมกันเร่งสรุปประเด็นปลีกย่อยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเดินหน้าความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ให้ได้ข้อสรุป
วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ คือการเร่งผลักดันการเจรจา ART ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศในระยะยาว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
โดยก่อนหน้านี้ไทยได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Greer เพื่อย้ำความตั้งใจของไทยที่จะเร่งผลักดันการเจรจา ขณะที่ทีมประเทศไทยได้ร่วมเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นทางเทคนิคที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน
สำหรับความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าที่เกินดุลเข้าสู่การเจรจาปรับสมดุลทางการค้า โดยไทยเคยถูกเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทนภายใต้กฎหมาย IEEPA สูงถึง 36% ก่อนลดลงเหลือ 19% ภายหลังการจัดทำแถลงการณ์ร่วมและนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลง ART เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อเดือนก.พ. 2569 ว่าการเรียกเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สหรัฐฯ ได้หันมาใช้มาตรา 122 เรียกเก็บภาษี 10% จากทุกประเทศแทน และเนื่องจากมาตรา 122 มีกำหนดเวลาสิ้นสุด สหรัฐฯ จึงเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 เพิ่มเติม 2 กรณี ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง และกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกไต่สวนทั้งสองกรณี
รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า การเร่งผลักดันให้การเจรจา ART มีความคืบหน้าและได้ข้อสรุปโดยเร็ว มีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยปี 2568 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 2.37 ล้านล้านบาท และการค้าดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจ้างงานภายในประเทศกว่า 400,000 ตำแหน่ง รวมทั้งช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศไทย
เร่งปิดดีล ART ไทย–สหรัฐฯ “ศุภจี” หวังลดภาษี รักษาขีดแข่งขันสินค้าไทย
ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการไต่สวนไทยและประเทศต่าง ๆ ภายใต้มาตรา 301 ใน 2 กรณี โดยกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษี 12.5% สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และ 10% สำหรับประเทศที่มีกฎหมายดังกล่าว หรือสามารถสรุปความตกลง ART กับสหรัฐฯ ได้แล้ว ส่วนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างยังอยู่ระหว่างการพิจารณาผลการไต่สวน โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความตั้งใจที่จะเร่งพิจารณาอัตราภาษีควบคู่ไปกับความคืบหน้าของการเจรจา ART
การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความตั้งใจของไทยในการผลักดันความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ ในทุกมิติ หากการเจรจาสามารถได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จะช่วยให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค รักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียอาชีพในภาคการผลิต อุตสาหกรรม และเกษตร รวมถึงช่วยรักษารายได้ของประชาชน
สำหรับความตกลง ART เป็นกรอบความตกลงทางการค้าที่สหรัฐฯ ผลักดันกับประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า โดยมุ่งปรับสมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี การค้าดิจิทัล และโอกาสทางการค้าและการลงทุน ซึ่งประเทศคู่ค้าที่สามารถจัดทำความตกลงได้ มีโอกาสได้รับการพิจารณาอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในระดับที่ต่ำลงและแข่งขันได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ 2.37 ล้านล้านบาท และนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ประมาณ 7 แสนล้านบาท ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ราว 1.68 ล้านล้านบาท
ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีล ART ดันการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐฯ
ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับการค้าโลก “ศุภจี”ดัน Made in Thailand จ่อเจรจาภาษีสหรัฐฯปลาย ส.ค.นี้
ไทยรับมือภาษีสหรัฐฯ 12.5% เดินหน้าเจรจา ART เร่งออกมาตรการช่วยผู้ส่งออก
ภาษีสหรัฐฯ สะเทือนการค้าโลก เอกชนชี้ไทยเสียภาษี 12.5% ยังแข่งขันตลาดสหรัฐฯ ได้
ความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ
ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ
2026年9月4日,泰国副总理兼商务部长苏帕琪·素坦潘透露,她于2026年9月1日在华盛顿特区与美国贸易代表杰米森·格里尔和副贸易代表里克·斯威策举行了会谈,会谈进展顺利。美方对泰方的诚意表示满意,并认为谈判正在取得实质性进展,有望在宣布启动关于结构性产能过剩的301条款调查之前,就关键问题达成一致。
副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘在与美国贸易代表杰米森·格里尔会面后透露了这一消息。
美方保证,调查结束后,泰国将获得公平且具有竞争力的关税。双方同意,技术谈判小组应加快解决一些次要问题,以推进《泰美互惠贸易协定》(ART)的进程。
此次访问美国的主要目的是按照总理和内阁的指示,在相关机构的合作下,加快推进辅助生殖技术(ART)谈判,以维护两国的长远利益。
2026年9月1日,副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘在华盛顿特区会见美国贸易代表杰米森·格里尔和美国副贸易代表里克·斯威策后透露了这一消息。
此前,泰国方面与格里尔先生通了电话,重申了加快谈判进程的意愿。与此同时,泰方代表团与美方继续进行了四天的谈判,以期就仍存在分歧的技术问题达成一致。
这些谈判的意义在于泰国对美国持续不断的贸易顺差。这导致美国利用关税作为手段,迫使拥有贸易顺差的贸易伙伴进行贸易再平衡谈判。此前,根据《国际经济权力法》(IEEPA),泰国曾被征收高达36%的对等关税,但在2025年10月26日双方发表联合声明并宣布《贸易再平衡框架协议》(ART Framework Agreement)后,关税降至19%。
尽管美国最高法院于2016年2月裁定,根据《国际经济权力法》(IEEPA)征收的关税非法,但美国却援引第122条对所有国家征收10%的关税。由于第122条有时效限制,美国又根据第301条对两起案件展开了额外调查:一起涉及结构性产能过剩,另一起涉及未能禁止进口使用强迫劳动生产的商品。泰国是这两起案件的调查对象之一。
商务部长进一步指出,加快推进和完成《泰国对外贸易协定》(ART)谈判对于维持泰国产品在美国市场的竞争力至关重要,而美国是泰国最大的出口市场。到2025年,泰国对美国的商品出口额将超过2.37万亿泰铢,这将为泰国国内创造超过40万个就业岗位。此外,此举还有助于维护投资者对泰国的信心。
“Supajee”敦促加快完成泰美艺术品交易,希望降低关税,保持泰国产品的竞争力。
目前,美国正依据《贸易法》第301条款对泰国及其他国家进行两项调查。首先,针对未禁止进口使用强迫劳动生产的商品这一问题,美国对未制定此类法律的国家征收12.5%的关税,对已制定此类法律或已与美国签署《艺术改革协议》(ART)的国家征收10%的关税。其次,关于结构性产能过剩的案件仍在根据调查结果进行审议。美方已表示,将根据《艺术改革协议》谈判的进展情况,加快对关税问题的审议。
此次访美是泰国近几个月来持续努力的一部分,体现了泰国致力于在各个层面促进泰美关系的意愿。如果谈判能够达成互利共赢的成果,将有助于泰国获得比周边国家更具竞争力的关税,保持泰国企业的竞争力,降低制造业、工业和农业部门的失业风险,并有助于保障民众收入。
《贸易协定》(ART)是美国与其存在贸易逆差的贸易伙伴共同推动的一项贸易框架协议。该协议旨在重新平衡美美之间的贸易,涵盖非关税贸易壁垒管理、数字贸易以及贸易和投资机会等关键议题。成功达成协议的贸易伙伴更有可能获得美国更低、更具竞争力的进口关税。
预计到2025年,美国将成为泰国第二大贸易伙伴,贸易总额将超过3万亿泰铢。泰国将向美国出口2.37万亿泰铢,并从美国进口约7000亿泰铢的商品,泰国将实现约1.68万亿泰铢的贸易顺差。
泰国工业联合会(FTI)支持加快推进ART协议,以促进泰国和美国之间的贸易和投资。
振兴泰国工业以拥抱全球贸易:苏帕吉推动“泰国制造”倡议,准备在8月底与美国进行关税谈判。
泰国准备应对美国 12.5% 的关税,继续与泰国贸易监管局 (ART) 进行谈判,并加快采取措施帮助出口商。
美国关税正在影响全球贸易;私营部门认为,尽管缴纳 12.5% 的关税,泰国仍然可以在美国市场竞争。
泰美关系
泰美互惠贸易协定