10 ปี New Era Thailand เมื่อ "King of Caps" ใช้กลยุทธ์ Collab ดึง F1 รุกตลาด Sports Lifestyle新时代泰国十年:当“帽子之王”运用合作策略,借助F1的力量打入运动生活方式市场
New Era Thailand ฉลอง 10 ปี ลุยกลยุทธ์ King of Collaboration จับมือ Williams F1 บุกสตรีทแฟชั่น ตั้งเป้าขยาย 30 สาขา ดันยอดโต 30% เดินหน้าสู่ Sports Lifestyle Brand เต็มขั้น

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)
Senior Content Creator at Thairath Money
# แบรนด์หมวกระดับโลก
# Sports Lifestyle Brand
DCA แล้วเจ๊ง? หุ้นไทยยังไหวไหม? และวิธีคัดหุ้นเปลี่ยนชีวิต? | Money Issue EP.74
New Era Thailand ฉลอง 10 ปี ลุยกลยุทธ์ King of Collaboration จับมือ Williams F1 บุกสตรีทแฟชั่น ตั้งเป้าขยาย 30 สาขา ดันยอดโต 30% เดินหน้าสู่ Sports Lifestyle Brand เต็มขั้น
วิธีคิด (นอกกรอบ) ฉบับ “ซีเค เจิง” จากหนุ่ม Finance สู่ผู้กอบกู้ ปูทาง Fastwork ช่วยคนไทยมีงาน
หากพูดถึงหมวกแคปที่ครองใจสายสตรีททั่วโลก คงไม่มีใครไม่นึกถึงแบรนด์ระดับตำนานที่มีอายุเก่าแก่กว่าศตวรรษอย่าง "New Era" แบรนด์ที่สร้างวัฒนธรรมการแต่งตัวผ่านสัญลักษณ์โลโก้ธงอันโดดเด่นบนหมวกทุกใบ ซึ่ง New Era ก่อตั้งโดย Ehrhardt Koch ชาวเยอรมัน ณ เมืองบัฟโฟโล่ รัฐนิวยอร์กในปี 2463 ที่มีความตั้งใจจะผลิต Headwear สำหรับสวมใส่เป็นแฟชั่น
จุดกำเนิด New Era และที่มาของหมวกเบสบอลระดับตำนาน
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2497 เมื่อแบรนด์ได้ให้กำเนิดหมวกรุ่นแรกอย่าง 59FIFTY ซึ่งเป็นหมวกทรง Fitted cap ที่เน้นการสวมใส่พอดีกับขนาดศีรษะโดยไม่สามารถปรับขนาดได้ ความพิเศษของการผลิตหมวกรุ่นนี้หนึ่งใบ ต้องผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถันถึง 22 ขั้นตอน
และด้วยคุณภาพที่โดดเด่น ทำให้หมวกรุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างสูงจนถูกยกระดับให้เป็นหมวก Official สำหรับใช้ลงแข่งขันจริงบนสนามของ Major League Baseball (MLB) ซึ่งเป็นลีกเบสบอลอาชีพระดับโลกอย่างเป็นทางการในปี 1993 ส่งผลให้คนทั่วโลกต่างรู้จักหมวกรุ่นนี้ในนามของหมวกเบสบอลนับแต่นั้นมา
สำหรับที่มาของตัวเลข "59" และ "50" นั้น ไม่ได้เป็นเพียงรหัสสุ่ม แต่มาจากหมายเลขรหัสของม้วนผ้า Wool (Fabric Roll #5950) ที่ Harold Koch ลูกชายของผู้ก่อตั้ง ได้ตัดสินใจสั่งเข้ามาใช้ในการผลิตหมวกชุดแรก ด้วยความประทับใจในคุณภาพอันยอดเยี่ยมของผ้าม้วนดังกล่าว เขาจึงนำรหัสนั้นมาตั้งเป็นชื่อรุ่น 59FIFTY จนกลายเป็นหมวกทรงมาตรฐานระดับโลกที่ครองใจคนมาทุกยุคทุกสมัย
ด้วยความเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำด้านสตรีทแฟชั่น New Era จึงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ผลิตหมวกสายสตรีทและกีฬาเท่านั้น แต่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ผลิตหมวกให้แก่ MLB ซึ่งเป็นหนึ่งในลีกเบสบอลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก นำไปสู่การสร้างสรรค์หมวกยอดฮิตที่ประดับโลโก้คุ้นตาคนทั่วโลกอย่าง NY ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทีม New York Yankees และ LA สัญลักษณ์ของทีม Los Angeles Dodgers ที่กลายเป็นไอคอนิกชิ้นสำคัญในวงการแฟชั่นระดับสากลมาจนถึงปัจจุบัน
10 ปี New Era Thailand จากร้านแรกสู่เรือธงสร้างรายได้ 90%
แต่เมื่อพูดถึงในประเทศไทย ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2559 การเดินทางของ New Era ในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดสาขาแรกในไทย โดยการนำทัพของ วิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก สปอร์ตแวร์จํากัด ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ New Era ในประเทศไทย
วิจักษ์ เล่าว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา New Era Thailand สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็นตัวเลขสองหลัก และยังสามารถรักษาการเติบโตได้ในปีล่าสุดเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ สามารถขยายเครือข่ายจาก New Era Store สาขาแรก ณ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สู่ 30 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน
ทำให้ New Era เป็นแบรนด์เรือธงที่สร้างรายได้ประมาณ 90% ของรายได้รวมของบริษัท สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งของแบรนด์และศักยภาพการเติบโตของตลาด Headwear และ Sports Lifestyle ในประเทศไทย ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของฐานผู้บริโภค จากช่วงแรกที่ New Era เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรักหมวกและแฟนกีฬาเป็นหลัก สู่การขยายฐานไปยังกลุ่มผู้บริโภค Streetwear แฟชั่น ดนตรี ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
กางแผนปี 2575 ตั้งเป้าโต 30% เดินหน้าสู่ Sports Lifestyle Brand
สำหรับอนาคตต่อไป บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจ New Era Thailand ให้เติบโต 30% ภายในปี 2575 พร้อมเดินหน้าจากความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์หมวกระดับโลก สู่การเป็น Sports Lifestyle Brand ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและ Collaboration เพื่อเชื่อมโยงกับกีฬา แฟชั่น และวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความสนใจ การยกระดับช่องทางค้าปลีกสู่ Concept Store ที่มอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลและสร้างการมีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้ ตลอดจนการเชื่อมต่อช่องทางหน้าร้านและออนไลน์เพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป
ในด้านการขยายเครือข่าย บริษัทเตรียมเปิด New Era Store เพิ่มอีก 30 สาขาภายในปี 2570 โดยให้ความสำคัญกับทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองเศรษฐกิจ พร้อมต่อยอดรูปแบบ Concept Store หลังเปิดสาขา One Bangkok ซึ่งเป็นสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสาขาเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการ Customization
ต้นแบบ King of Collaboration กลยุทธ์ธุรกิจของ New Era
กลยุทธ์สำคัญที่ผลักดัน New Era Thailand สู่การเป็น Sports Lifestyle Brand คือการใช้ Collaboration เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโต โดยไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ แต่เป็นการนำลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก (Global Sports IP) ที่มีฐานแฟนแข็งแกร่งมาเชื่อมต่อกับแฟชั่น วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้ เพื่อพาแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่
“สิ่งสำคัญที่ทำให้ New Era ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความโดดเด่นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) คือ การเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของ New Era ทั่วโลก เนื่องจากเอเชียเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ วัฒนธรรมป๊อป และความเป็นดนตรีฮิปฮอป แม้ว่าในเชิงขนาดประชากรประเทศไทยอาจไม่ใช่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอย่างอินโดนีเซีย หรือมีวัฒนธรรมเบสบอลฝังลึกเหมือนญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ แต่ประเทศไทยกลับมีความพิเศษด้านวัฒนธรรมป๊อป ไอดอล และการยอมรับในสินค้า Authentic (ของแท้) ที่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งกลายเป็น Strategic Partner ที่ทางผู้บริหารระดับโลกให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ” วิจักษ์ เน้นย้ำ
บุกมอเตอร์สปอร์ต! ฉลอง 10 ปีดึง Williams F1 โชว์รถแข่งจริงครั้งแรกใน SEA
และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปี New Era Thailand ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวความร่วมมือกับทีมแข่งรถระดับโลกอย่าง Williams F1 Team ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Sports IP ที่มีศักยภาพสูง จากฐานแฟนทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ติดตาม F1 ในฐานะการแข่งขันกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ความเร็ว แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัย
ความร่วมมือ New Era × Atlassian Williams F1 Team จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ New Era สามารถนำความแข็งแกร่งจากโลกมอเตอร์สปอร์ตมาต่อยอดสู่ Sports Lifestyle ผ่านการเปลี่ยน Teamwear ที่ออกแบบสำหรับทีมแข่งและนักกีฬา ให้กลายเป็น Everyday Wear ที่แฟนกีฬาและผู้บริโภคทั่วไปสามารถนำไปสวมใส่และสะท้อนตัวตนได้ในชีวิตประจำวัน ในครั้งนี้ New Era ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการนำรถแข่ง Formula 1 ของจริงน้ำหนักกว่า 450 กิโลกรัมมาจัดแสดงให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดซึ่งถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ กลยุทธ์การเติบโตของ New Era Thailand ยังครอบคลุมถึงการทำ Collaboration หรือการคอลแลบร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายมากกว่า 10 โปรเจกต์ ตั้งแต่ศิลปินระดับโลกอย่าง Takashi Murakami, ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดังอย่าง Alex Face, วงดนตรีชื่อดังอย่าง Cocktail ที่เคยสั่งผลิตหมวกพิเศษ 4,000 ใบในคอนเสิร์ตใหญ่แล้วขายหมดเกลียด
การจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าเจ๋งๆ อย่าง Carnival, J7, Night Dance Kid ไปจนถึงความร่วมมือข้ามสายที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างการคอลแลบกับแบรนด์ไอศกรีม Guss Damn Good เพื่อออกไอศกรีมรสชาติพิเศษ ตลอดจนอนิเมะระดับโลกอย่าง One Piece และคอลเลกชัน Thailand Series ที่นำเอกลักษณ์ลายช้างไทยมาออกแบบบนหมวก ซึ่งกลายเป็นสินค้ายอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องกว้านซื้อกลับไปเป็นของฝาก และด้วยกลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้ New Era ไม่หยุดอยู่แค่ในขอบเขตของสปอร์ต แต่ข้ามไปอยู่ในโลกของความบันเทิง อาหาร และศิลปะได้อย่างกลมกลืน
ในมิติของการก้าวผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ของแบรนด์ New Era ได้ให้ความสำคัญกับปรับตัวตามผู้บริโภคยุคใหม่ จากเดิมที่เจาะกลุ่ม Gen X และ Gen Y ปัจจุบันแบรนด์กำลังก้าวเข้าสู่การเอาชนะใจ Gen Z และ Gen Alpha ที่มีความรวดเร็วและเปลี่ยนเทรนด์ตลอดเวลา
ครองใจ Gen Z-Alpha พิสูจน์ความเป็น “The King of Caps”
สำหรับทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แม้ภาพรวมกำลังซื้อในตลาดแฟชั่นอาจมีความผันผวน แต่ New Era ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยการเป็นผู้นำตลาดที่แท้จริง (The King of Caps) ที่ไม่มีคู่แข่งโดยตรงในหมวดหมู่นี้ สินค้าทุกชิ้นโดดเด่นด้วยความเป็น Authentic ลิขสิทธิ์แท้ และมีคุณภาพสูง
ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ไม่สนับสนุนของเลียนแบบ แต่ยินดีจ่ายให้กับของจริงเพื่อซัพพอร์ตแบรนด์และทีมที่ตัวเองรัก New Era จึงตั้งเป้าขยายสาขาใหม่อย่างน้อย 1-3 สาขาต่อปี ควบคู่ไปกับการรีโนเวตปรับปรุงสโตร์เดิมที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับโฉมสโตร์ที่ Central World, พัทยา, ภูเก็ต และสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งพบว่าการรีโนเวตร้านใหม่ให้ออกมาในรูปแบบ Experiential Store สามารถดันยอดขายให้เติบโตขึ้นได้ถึง 30-70% ทันที
แดเนียล โบรเดอร์ริค กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก New Era (Daniel Broderick, Managing Director APAC, New Era) เปิดเผยว่า Euromonitor International ระบุว่า ในปี 2568 สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้าที่จำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 5 ชิ้นเป็นสินค้า Sportswear และคาดว่าตลาด Sportswear ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 5% ต่อปีในช่วง 2568–2573 จนมีมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของฐานผู้บริโภคที่มีความสนใจด้านกีฬา สุขภาพ และการใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ New Era ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตในตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และมีเครือข่ายร้าน New Era มากกว่า 1,000 สาขา
านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม) Senior Content Creator at Thairath Money
Chayanit Chueakasikarn(泡沫)
Thairath Money 高级内容创作人
世界级帽子品牌
# 运动生活方式品牌
定投失败了?泰国股市还有潜力吗?选股又如何改变你的人生?| 理财专栏 第74期
New Era Thailand 以“合作之王”战略庆祝成立十周年,并与 Williams F1 车队合作进军街头时尚市场。公司计划将门店数量扩展至 30 家,销售额提升 30%,并朝着成为一家成熟的运动生活方式品牌迈进。
跳出思维定式——“CK Cheng”的故事:从金融专业人士到救星,为 Fastwork 帮助泰国人找到工作铺平了道路。
说到风靡全球街头潮流爱好者的棒球帽,没有人能忽略拥有百年历史的传奇品牌“New Era”。New Era凭借其标志性的旗帜logo,在每一顶帽子上都留下了独特的印记,并由此塑造了时尚文化。New Era由德国人埃尔哈特·科赫于1920年在纽约州布法罗市创立,旨在生产兼具时尚感的帽子。
New Era 的起源以及这款传奇棒球帽背后的故事。
1954年,该品牌迎来了一个重要的转折点,推出了首款棒球帽——59FIFTY。这是一款贴合头部、不可调节的棒球帽,其制作工艺极其精湛,需经过22道工序。
由于其卓越的品质,这款帽子获得了高度认可,并于 1993 年被提升为美国职业棒球大联盟(MLB,世界官方职业棒球联赛)正式比赛的指定用帽。因此,从此以后,这款帽子就被世人熟知为棒球帽。
数字“59”和“50”并非随机代码,而是源自创始人哈罗德·科赫的儿子订购的5950号布料卷,这批布料是他决定用来生产第一批帽子的。他被这块布料的卓越品质所折服,于是将这款帽子命名为59FIFTY,如今它已成为全球公认的经典款式,深受各个年龄段人群的喜爱。
作为街头服饰时尚的先驱和领导者,New Era 不仅仅是一个生产街头服饰和运动帽的品牌,它还因是美国职业棒球大联盟(MLB)——全球最受欢迎的棒球联盟之一——的官方帽子供应商而广为人知。这促成了印有全球知名的 NY 标志(代表纽约扬基队)和 LA 标志(代表洛杉矶道奇队)的标志性帽子的诞生,时至今日,这些帽子已成为国际时尚界的经典之作。
新时代泰国十年:从第一家门店到旗舰店,创造了 90% 的收入。
但说到泰国,让我们回到十年前的2016年,New Era在泰国的征程正式始于暹罗中心二楼,这里是其在泰国首家分店的诞生地。这要归功于曼谷运动服装有限公司(Bangkok Sportswear Co., Ltd.)的首席执行官Wijak Sirisingh,该公司是New Era品牌在泰国的经销商。
Wichak解释说,过去十年间,新时代泰国公司一直保持着稳定的增长,平均销售额实现两位数增长。此外,与往年相比,该公司在最近一年也保持了增长势头,其门店网络已从暹罗中心的第一家新时代门店扩展到如今遍布全国的30家分店。
这使得New Era成为公司旗舰品牌,贡献了公司约90%的总收入,既体现了该品牌的实力,也反映了泰国帽饰和运动生活方式市场的增长潜力。与此同时,New Era的消费群体也发生了转变,从最初主要面向帽子爱好者和体育迷,扩展到街头服饰、时尚、音乐、艺术和生活方式等领域的消费者。
公布 2032 年计划,目标是实现 30% 的增长,并朝着成为运动生活方式品牌的方向发展。
展望未来,公司计划到2032年实现新时代泰国30%的增长,并凭借其作为全球帽饰品牌的优势,转型为覆盖更广泛、更多元消费群体的运动生活方式品牌。为此,公司将采取三大关键策略:增加产品多样性,加强与运动、时尚和文化领域的合作;升级零售渠道,打造提供个性化体验并促进社群互动的概念店;以及无缝整合线上线下渠道,以适应不断变化的消费行为。
在网络扩张方面,公司计划到2027年再开设30家新时代概念店,重点选址曼谷、旅游城市和主要经济中心等高潜力地段。继东南亚最大的新时代概念店——曼谷一号店(One Bangkok)开业后,此举将进一步发展概念店模式。曼谷一号店也是泰国唯一一家提供定制服务的门店。
协作之王:新时代的商业战略
New Era Thailand转型为运动生活方式品牌的关键战略之一是利用合作作为增长工具。这不仅仅局限于开发新系列;它还涉及利用拥有强大粉丝群体的全球体育IP,将时尚、文化和社群联系起来,最终触达新的消费群体。
“新时代泰国之所以能成为亚太地区最突出的市场之一,关键在于它是新时代全球增长的主要引擎。亚洲市场充满活力,洋溢着青春气息,流行文化和嘻哈音乐蓬勃发展。虽然泰国的人口规模可能不及印尼等国家,棒球文化也不像日本、台湾和菲律宾那样根深蒂固,但它拥有独特的流行文化、偶像文化以及对正宗产品的强烈接受度。这使其成为我们全球管理的首要战略合作伙伴,”维亚克强调说。
进军赛车运动!为庆祝成立10周年,威廉姆斯F1车队首次登陆东南亚,带来真正的赛车展示。
为进一步庆祝成立十周年,New Era Thailand与世界顶级赛车队威廉姆斯F1车队展开合作,打造了一场轰动性的合作。威廉姆斯F1车队被誉为最具发展潜力的体育IP之一,拥有迅速增长的全球粉丝群体,尤其是在年轻一代中,他们不仅将F1视为一项体育赛事,更将其与科技、速度、时尚和当代文化紧密相连。
New Era 与 Atlassian Williams F1 车队的合作是一项意义重大的举措,它使 New Era 能够充分利用其在赛车运动领域的优势,打造一种全新的运动生活方式。此次合作将以往专为赛车队和运动员设计的队服,转变为运动爱好者和普通消费者可以穿着的日常服饰,让他们在日常生活中展现个性。此外,New Era 还创造了历史,展出了一辆重达 450 多公斤的 F1 赛车,让泰国车迷有机会近距离体验——这在东南亚尚属首次。
此外,New Era Thailand 的发展战略包括与 10 多个不同合作伙伴开展合作项目,合作对象涵盖世界知名艺术家如村上隆、泰国著名街头艺术家 Alex Face,以及流行乐队如 Cocktail。Cocktail 曾委托 New Era Thailand 为一场大型演唱会制作 4000 顶特别版帽子,这些帽子瞬间售罄。
从与 Carnival、J7 和 Night Dance Kid 等酷炫服装品牌合作,到前所未有的跨行业合作,例如与冰淇淋品牌 Guss Damn Good 合作推出特别口味,再到与全球知名动漫《海贼王》合作,以及推出以标志性泰国大象图案为特色的帽子系列(这些帽子已成为国际游客的热门纪念品),New Era 已经超越了体育领域,无缝融入了娱乐、美食和艺术的世界。
在品牌发展的关键转折点上,New Era 专注于适应现代消费者的需求。此前,该品牌的目标客户是 X 世代和 Y 世代,而现在则将目光转向 Z 世代和 Alpha 世代,这两个世代追求快节奏、不断变化的潮流。
赢得了 Z 世代和 Alpha 世代的喜爱,证明自己是“大写字母之王”。
展望未来3-5年,尽管时尚市场的整体购买力可能出现波动,但New Era作为真正的市场领导者(帽子之王),在该领域仍将保持强劲势头,并拥有无直接竞争对手的地位。每一件产品都以其正品保证、正版授权和卓越品质而著称。
这与年轻一代的消费习惯相符,他们不支持假冒产品,但愿意为正品买单,以支持自己喜爱的品牌和团队。因此,New Era计划每年至少开设1-3家新店,同时不断翻新和改进现有门店,例如位于Central World、芭堤雅、普吉岛和暹罗中心的翻新门店。研究发现,将门店改造为体验店模式可以立即提升30-70%的销售额。
New Era亚太区董事总经理Daniel Broderick透露,欧睿国际的数据显示,到2025年,全球售出的服装和鞋类产品中,超过五分之一将是运动服饰。预计2025年至2030年间,全球运动服饰市场将以平均每年近5%的速度增长,到2030年市场规模将超过5000亿美元。亚太地区有望成为增长最快的市场之一,这主要得益于不断增强的购买力以及对运动、健康和积极生活方式日益增长的消费群体。
New Era 在全球市场继续保持强劲的增长势头,预计到 2024 年收入将超过 20 亿美元,业务遍及全球 80 多个国家,拥有超过 1000 家 New Era 门店。
获取最新的商业新闻、营销策略和独家专访,尽在 ThairathMoney,助您实现“更美好的财务生活”。访问 https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Chayanit Chueakasikarn (Foam),Thairath Money 高级内容创作者