เชื่อหรือไม่? คนไทยจะมีรถเมล์ในฝัน信不信由你?泰国人即将拥有他们梦寐以求的巴士!
เชื่อหรือไม่? คนเมืองกำลังจะมี “รถเมล์ในฝัน” แถมเป็นการปิดตำนานรถร้อนครีมแดงสู่ยุค EV แบบ 100%

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
# รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า
ตลาดคริปโต เป็นอะไร? ถึงขั้น Strategy ต้องยอมขาย Bitcoin แต่ไม่ขายไต | Digital Frontiers Talk EP.70
เงินเดือนยังไม่ออก แต่เบิกมาใช้ก่อนได้
ประโยคดังกล่าวนี้ หากไปพูดกับใครๆ ก็คงไม่มีใครเชื่อ
ยิ่งพูดถึง “รถเมล์ในฝัน” ของคนไทย หลายคนคงนึกถึงรถแอร์เย็นฉ่ำ มาตรงเวลา ขับขี่ปลอดภัย และไม่ต้องยืนดมควันดำอยู่ริมฟุตบาท แต่สำหรับคนกรุงเทพฯ ภาพที่จดจำมาตลอดหลายสิบปี กลับตรงกันข้ามกับคำว่า “รถเมล์ในฝัน” อย่างสิ้นเชิง เพราะเท่าที่จะนึกออก ก็จะเป็นรถเมล์ร้อนสีครีมแดง หน้าตาเดิมๆ ที่สมบุกสมบันและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนแทบไม่มีใครเชื่อว่าเราจะหลุดพ้นจากลูปนี้ได้
แต่เชื่อหรือไม่ว่า? ภายในปีหน้านี้ (พ.ศ. 2570) สิ่งที่เป็นได้แค่ฝันกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง!
เมื่อ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เคาะไทม์ไลน์ที่จะพลิกโฉมประวัติศาสตร์ วงการรถเมล์ ขสมก. อย่างแท้จริง เพราะ ขสมก. มีแผนเตรียมรับมอบ รถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) ชุดใหม่จำนวน 1,520 คัน ให้เข้ามาวิ่งให้บริการเพื่อทดแทนรถเมล์ร้อนแบบหนึ่งต่อหนึ่งกันเลยทีเดียว
ซึ่งนี่ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ ขสมก. กันเลยทีเดียว เนื่องจากรถเมล์แอร์ส้ม (ยูโรทู) ที่ ขสมก. ใช้อยู่ ได้จัดซื้อมาใช้งานมาตั้งแต่ปี 2544-2545 ส่วนรถร้อนครีมแดงที่วิ่งให้บริการอยู่ทุกวันนี้ ก็มีอายุเก่าแก่รุ่นลุง รุ่นป้า อายุอานามก็เฉียดไปกว่า 35 ปีเข้าไปแล้ว
และการมาของรถเมล์ไฟฟ้า (EV) 1,520 คัน จึงเป็นการล้างไพ่ระบายรถเก่ากึกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ ขสมก. กันเลยทีเดียว แถมครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนวิธีจากการจัดซื้อขาด มาเป็นเช่าตัวรถพร้อมระบบซ่อมบำรุงระยะยาวถึง 7 ปี
ทีนี้ลองมาดูแผนส่งมอบ 1,520 คัน กันว่าจะมาตอนไหน และถูกจัดสรรไปวิ่งให้บริการสายไหนบ้าง?
ซึ่งล่าสุดทาง ขสมก. และ ผู้รับสัญญาสัมปทาน ได้เปิดรถต้นแบบที่ได้รับการประกอบเสร็จสิ้นแล้ว และตัวรถทั้งหมดจะทยอยส่งมอบแบ่งออกเป็น 3 ล็อตใหญ่ๆ ภายในปีหน้า (พ.ศ. 2570) ดังนี้ ประกอบด้วย ล็อตที่ 1 จะส่งมอบจำนวน 500 คัน ซึ่งจะส่งมอบภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 , ล็อตที่ 2 จะมีการส่งมอบจำนวน 500 คัน ส่งมอบภายในสิ้นเดือนเมษายน 2570 และ ล็อตที่ 3 จำนวน 520 คัน จะส่งมอบภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2570 ซึ่งนั่นจะหมายความว่า คนกรุงฯ และปริมณฑลจะได้นั่งรถเมล์ ขสมก. จากรถร้อนเปลี่ยนมาเป็นรถเมล์ปรับอากาศทันที
โดย “กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล” ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยถึงแผนการรับมอบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์เก่าที่ปลดระวาง มาให้บริการว่า การรับมอบรถที่จะมาให้บริการของ ขสมก. ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรถเมล์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้าครั้งแรกของ ขสมก. ในเฟสที่ 1 ว่า ขสมก. มีกำหนดรับรถล็อตแรก 500 คัน ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 ตามด้วยล็อตที่ 2 อีก 500 คัน ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2570 และล็อตสุดท้ายอีก 520 คันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2570 แต่ถ้าหากบริษัทผลิตและส่งมอบก่อนกำหนด ขสมก. ก็จะรับทันที
ขณะนี้ชิ้นส่วนประกอบหลักของรถ 40 คันแรกได้มาถึงโรงงานผลิตของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีศักยภาพสูงสุดถึงวันละ 15 คัน แต่ ขสมก. ได้กำหนดแผนการผลิตขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน ทั้งนี้ได้มีการประกอบรถตัวอย่าง (Demo) เสร็จสิ้นแล้ว 2 คัน เพื่อนำมาทดสอบระบบความปลอดภัย ความเหมาะสมของสภาพถนน และให้พนักงานขับรถได้ทดลองสร้างความคุ้นเคยก่อนให้บริการจริง โดยในวันที่ 24 ก.ย. 2569 ซึ่งตรงกับกำหนดจัดงานวันสถาปนาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ครบรอบ 50 ปี โดยจะนำรถต้นแบบที่ผลิตและตรวจสอบแล้วเสร็จ จำนวน 1 คัน ไปจัดแสดงและให้พนักงานขับรถทดลองขับด้วย
สำหรับการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ รถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมดจะถูกนำมาเดินรถทดแทนรถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง) เดิมจำนวน 1,520 คันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพื่อยกระดับการให้บริการเป็นรถปรับอากาศพลังงานสะอาดทั้งหมดตามนโยบายรัฐบาล โดยในเฟสแรกจะบรรจุรถในสายการเดินรถเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมด 107 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการปฏิรูป
โดยรถใหม่จะเน้นบริการในพื้นที่เขตเมือง (City Loop) เช่น สาย 191 เส้นทางรัชดาภิเษก-รามคำแหง และย่านธุรกิจ (CBD) อย่างสีลม บางรัก คลองเตย และพระราม 4 รวมถึงกลุ่มเส้นทางเชื่อมต่อชานเมือง เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5-6.5 แสนคนในวันธรรมดา และ 3-4 แสนคนในวันหยุด โดยค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 บาท ตามเงื่อนไขรถปรับอากาศของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางลดภาระประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือระบบค่าโดยสารร่วม
กิตติกานต์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ขสมก. ยังได้จัดทำแผนการจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ในเฟสที่ 2 จำนวน 800 คัน วงเงินงบประมาณรวมกว่า 8,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันแผนงานดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากได้รับการอนุมัติและบรรจุลงในเล่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขสมก. จะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที ซึ่งงบประมาณชุดนี้จะเป็นงบผูกพันระยะยาว 7 ปี ตั้งแต่ปี 2570- 2576
“การจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในเฟสที่ 2 อีก 800 คัน จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพ ลดต้นทุนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมกับรถในเฟสแรกจะทำให้ ขสมก. มีรถใหม่ทดแทนรถรุ่นเก่าได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้งบประมาณค่าเหมาซ่อมบำรุงที่เคยสูงถึงปีละกว่า 2,000 ล้านบาทและต้นทุนค่าเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลปีละ 1,800 ล้านบาท เมื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าจะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 35-40% หรือประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี
เมื่อรวมกับการปรับลดบุคลากรในอนาคตจากการใช้ระบบจัดการการเดินรถที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีก 900 ล้านบาท ทำให้คาดว่า ขสมก. จะประหยัดต้นทุนได้รวมกว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยให้ ขสมก. สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างยั่งยืนและยกระดับการให้บริการขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร”กิตติกานต์ กล่าว
ซึ่งนอกจากจะมีรถใหม่เข้ามาบริการแล้วในส่วนของการเตรียมความพร้อมอู่รถเมล์ทั้ง 12 แห่ง เพื่อรองรับรถนั้น ขสมก. ก็เตรียมนำร่องที่จะพัฒนาทางกายภาพใน 3 อู่แรก ประกอบด้วย อู่เชียงราก อู่เคหะสมุทรปราการ และสถานีคลองบางไผ่ ภายในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ 9 อู่ที่เหลือ ได้หาผู้รับจ้างแล้วเสร็จ แต่อยู่ระหว่างรอคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ชุดใหม่อนุมัติโครงการเนื่องจากเกินอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร
“โดยทุกอู่จะติดตั้งสถานีชาร์จที่ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงต่อคัน เน้นชาร์จในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. เพื่อความปลอดภัยและถนอมแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 1 ครั้งจะวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในสภาพการจราจรติดขัด พร้อมรองรับระบบตั๋วร่วมทั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (EPC) ระบบ EMV แตะจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และการสแกน QR Code เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ” นายกิตติกานต์ กล่าว
และจากที่ร่ายเรียงมาข้างต้น สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวรถใหม่ที่สะอาดและติดแอร์เท่านั้น แต่ยังติดอาวุธเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนเมืองเข้าไปอีกด้วย ทั้งการติดตั้งระบบ GPS Tracking และกล้อง CCTV ในรถทุกคัน เชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันบนมือถือ ทำให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตารางเดินรถ เช็กตำแหน่งรถเมล์ได้แบบเรียลไทม์ และกะเวลาเดินทางได้แม่นยำ ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง BMTA BUS ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนเมืองโดยเฉพาะ
ซึ่งจะหมดปัญหาการยืนรออย่างไร้จุดหมาย ผู้โดยสารไม่ต้องคอยเดาเวลารถออกจากอู่รถอีกต่อไป แถมยังช่วยลดปัญหารถขาดระยะ เพราะมีระบบ Fleet Management จะช่วยจัดสรรไม่ให้รถวิ่งกระจุกตัว หรือรถขาดระยะ ขณะเดียวกันยังรองรับสังคมไร้เงินสด โดยมีระบบ Tap-to-Pay จ่ายเงินง่ายและปลอดภัยกว่าเดิม
นี่ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์จากระบบขนส่งอนาล็อกสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
และการมีรถเมล์ไฟฟ้า บวกกับแอปพลิเคชัน ที่สามารถเช็กตารางเวลาได้อย่างแม่นยำ ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ช่วยให้คำว่า “รถเมล์ในฝัน” ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน แต่อยู่ในมือถือของทุกคนภายในปีหน้าอย่างแน่นอน
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
สุรางค์ อยู่แย้ม ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
来自《泰叻报》的经济新闻。
# 曼谷公共交通
# 电动巴士
加密货币市场现在怎么样了?已经到了这种地步:你的策略可能是卖掉比特币,而不是卖肾!| 数字前沿访谈 第70期
我的工资还没发,但我可以提前取一些钱使用。
如果你把这话告诉别人,没人会相信你。
提到泰国的“梦想巴士”,许多人脑海中浮现的是准时到达、安全舒适、无需站在人行道上吸入黑色尾气的空调巴士。然而,对于曼谷人来说,几十年来他们记忆中的巴士形象却与“梦想巴士”截然相反。他们只能想起那些老旧破败、米红色相间的无空调巴士,这些巴士磨损得如此严重,以至于他们很难相信我们能够摆脱这种恶性循环。
但信不信由你,在明年(2027 年),曾经的梦想将成为现实!
曼谷大众运输管理局(BMTA)公布了一项时间表,这将彻底改变曼谷公交行业的历史。BMTA计划接收1520辆新型空调电动公交车,以一对一的方式替换现有的非空调公交车。
这标志着曼谷大众运输管理局 (BMTA) 的历史性转变,因为目前使用的橙色空调(欧2)公交车是自 2001-2002 年以来购买的,而目前使用的奶油红色非空调公交车已经相当老旧,几乎有 35 年的历史了。
曼谷大众运输管理局 (BMTA) 迎来了 1520 辆电动公交车,这是该机构有史以来规模最大的老旧公交车更新换代项目。此外,此次更新方式也与以往不同,不再是直接购买,而是采用包含维护保养在内的长期租赁模式,租赁期为 7 年。
现在我们来看一下这 1520 辆车的交付计划:它们何时到达,以及将被分配到哪些路线?
近日,曼谷大众运输管理局(BMTA)及其特许经营商正式发布了已完成的原型公交车。所有车辆将于明年(2027年)分三批交付,具体如下:第一批500辆公交车,将于2027年3月底交付;第二批500辆公交车,将于2027年4月底交付;第三批520辆公交车,将于2027年5月底交付。这意味着曼谷及其周边地区的乘客很快就能乘坐配备空调的BMTA公交车了。
曼谷大众运输管理局(BMTA)局长吉蒂坎·乔姆杜昂·查鲁瓦拉波库尔透露,该局计划接收1520辆电动公交车,以替换老旧的退役公交车。她表示,此次交付标志着BMTA从汽油动力公交车向电动公交车过渡的第一阶段。BMTA计划于2027年3月底接收首批500辆公交车,随后于2027年4月底接收第二批500辆,最后于2027年5月底接收最后一批520辆。不过,如果制造商提前交付,BMTA将立即接收。
首批40辆公交车的主要部件已运抵Energy Absolute Public Company Limited (EA)的制造工厂,为生产做准备。该工厂日产能最高可达15辆,但曼谷大众运输署(BMTA)计划至少日产12辆。目前已组装两辆样车,用于测试安全系统、道路适应性,并让驾驶员在正式运营前熟悉车辆。2026年9月24日,正值曼谷大众运输署成立50周年之际,其中一辆已完成并检验合格的样车将对外展出,供驾驶员试驾。
为了实现这一转型,原有的1520辆传统(米红色)公交车将以一对一的方式被纯电动公交车取代,根据政府政策,服务将升级为全空调、清洁能源公交车。第一阶段,这些公交车将在目前正在进行改造的107条线路中的近50条线路上投入使用。
新的公交车将主要服务于市区(环城公路),例如191路(拉差达披色-兰甘亨),以及中央商务区(CBD),如是隆、挽叻、空堤和拉玛四世,同时也会开通郊区连接线路,以满足日益增长的客流量需求。目前,平日平均客流量为55万至65万人次,周末为30万至40万人次。票价约为15至25泰铢,具体价格取决于空调公交车的状况,并由陆路运输厅规定。政府正在考虑通过发放国家福利卡或实行联合票价制度来减轻民众的负担。
Kittikan还补充道,曼谷大众运输管理局(BMTA)已制定第二阶段采购800辆电动公交车的计划,总预算超过80亿泰铢。目前,该计划正在国会审议中。如果获得批准并纳入年度预算,BMTA将立即启动采购流程。这项预算是一项为期7年的长期承诺,涵盖2027年至2033年。
“第二阶段新增采购的800辆电动公交车将显著提高运营效率并降低运营成本。加上第一阶段的公交车,曼谷大众运输署(BMTA)将能够用新车替换几乎所有老旧公交车。因此,此前每年超过20亿泰铢的维护预算和每年18亿泰铢的柴油燃料成本,在改用电力后只会减少35-40%,即每年约8亿泰铢。”
基蒂坎表示:“结合未来因采用现代化车队管理系统而减少的人员开支(这将额外节省9亿泰铢),预计曼谷大众运输署(BMTA)每年将节省超过41亿泰铢。这将使BMTA能够可持续地管理预算,并升级其全面、环保的公共交通服务。”
除了引进新巴士外,曼谷大众运输管理局(BMTA)还计划在10月底前对其12个巴士车场中的3个进行升级改造,以容纳新车队:分别是清叻车场、北榄府车场和邦派空站。与此同时,其余9个车场的改造工程已选定承包商,但由于这些项目超出管理层的权限范围,因此尚待新董事会批准。
“每个停车场都将配备充电桩,每辆车充电需要3小时,为了安全和保护电池,充电时间将重点放在晚上10点至凌晨4点之间。单次充电可使车辆行驶至少200公里,足以应对拥堵路况。这些充电桩还将支持集成票务系统,包括政府福利卡读卡器(EPC)、EMV系统、非接触式信用卡/借记卡支付以及二维码扫描,以方便用户使用。”基蒂坎先生说道。
如上所述,此次改造的亮点不仅在于配备了全新、清洁、空调的公交车,还在于融入了满足城市居民需求的科技。这包括在每辆公交车上安装GPS追踪系统和闭路电视摄像头,并与移动应用程序连接。乘客可以通过BMTA BUS应用程序查看公交时刻表、实时追踪公交车位置并准确预估行程时间。该应用程序专为满足城市驾驶员的需求而设计。
这将消除乘客漫无目的地等待的问题,他们无需再猜测公交车何时发车。此外,由于车队管理系统能够防止公交车集中在某些区域或行驶速度过慢,因此也有助于减少公交车延误。同时,该系统还支持无现金社会,提供比以往更便捷、更安全的非接触式支付系统。
这标志着交通运输从模拟时代向数字时代真正意义上的转型。
电动公交车的普及,再加上一款能够精准查询时刻表的应用程序,将显著提升城市居民的生活质量。“梦想巴士”的概念将不再是幻想,而是在明年内,每个人都能通过手机轻松体验到。
通过 ThairathMoney 阅读经济新闻和政府政策,帮助您实现“更好的财务状况,更好的生活”。
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Surang Yoo-yaem,经济新闻,Thai Rath 报纸。