“สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” บุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครองทะเล“苏查特”命令“海洋和沿海资源部”扣押违反海上保护措施的潜艇。
“สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” บุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครองทะเล จอดแช่-ผูกทุ่นกลางเกาะราชาใหญ่

“สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” บุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครองทะเล จอดแช่-ผูกทุ่นกลางเกาะราชาใหญ่
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุหลังได้รับแจ้งร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ซึ่งไม่ประสงค์ออกนามว่า พบเรือดำน้ำ (Diving) ผูกเรือประจำที่บริเวณอ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ โดยผูกส่วนท้ายเรือเข้ากับฐานทุ่นโดยตรง และจอดเรือประจำที่เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มอบหมายให้กองป้องกัน ปราบปราม และบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
จากการตรวจสอบ พบว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดแนวเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประเภทหาด ปะการัง กัลปังหา หรือสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง ในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ เกาะราชาน้อย ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2566 เพราะมีความเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายโดยตรงต่อแนวปะการัง ได้แก่ การผูกทุ่นส่วนท้ายเรือเข้ากับฐานทุ่นโดยตรง อาจทำให้ฐานทุ่นเคลื่อนตัวตามแรงดึงของเรือและกระแสคลื่นลม ก่อนเคลื่อนที่ไปกระทบหรือครูดกับแนวปะการัง ส่งผลให้ปะการังแตกหักเสียหาย และการผูกประจำที่ทำให้เรือลำอื่นไม่สามารถเข้ามาใช้งานทุ่นผูกเรือได้ จึงได้ดำเนินการจับกุมเรือจำนวน 2 ลำ พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ได้รับแจ้ง เพื่อประกอบการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยปรากฏตาม ปจว.ข้อ 10 คดีอาญาที่ 969/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.31 น. และ ปจว.ข้อ 9 คดีอาญาที่ 967/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.25 น.
การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 โดยผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเดินหน้าตรวจตรา เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืน
“苏查特”命令“海洋和沿海资源部”突袭并扣押一艘潜艇,原因是该潜艇违反了海洋保护措施,在拉查岛附近抛锚并系泊在浮标上。
2026年9月4日,自然资源与环境部长苏查特·乔姆克林先生表示,在接到一位匿名当地居民的投诉后,得知一艘潜水船在拉查亚岛的奥图埃湾长期停泊,船尾直接系在一个浮标上,并连续数日停泊在那里。海洋与沿海资源部部长平萨克·苏拉斯瓦迪博士已指示保护区预防、打击和管理部门对此事进行调查,并立即采取法律行动。
经调查,发现上述行为违反了自然资源与环境部关于在普吉府直辖县拉威镇拉查亚岛和拉查诺岛海域划定保护区及采取海洋和沿海资源保护措施的公告(佛历2566年/公元2023年),该保护区涵盖海滩、珊瑚礁、柳珊瑚及其他海洋生物。具体而言,这些行为对珊瑚礁构成直接损害风险,特别是将浮标尾部直接固定在底座上。这可能导致浮标底座因船只和波浪的作用力而发生位移,进而撞击或刮擦珊瑚礁,造成断裂和损坏。此外,这种固定系泊方式也妨碍了其他船只使用该浮标。因此,警方逮捕了两艘涉事船只和两名嫌疑人(即船只驾驶员),并将他们移交给普吉府查龙警察局的调查人员进行法律诉讼。还提供了有关所报告事实和情况的信息和详情。为了进行调查和法律程序,如2026年9月4日13:31出具的第10号警方报告(刑事案件编号969/2569)和2026年9月4日13:25出具的第9号警方报告(刑事案件编号967/2569)所述。
此类行为违反了2015年(佛历2558年)《海洋与沿海资源管理促进法》第22条的规定。该条规定,违反或不遵守海洋与沿海资源保护措施者,可处以最高2年监禁或最高20万泰铢罚款,或两者并罚。海洋与沿海资源厅将继续在海洋保护区内进行监测、监督和执法。该厅也呼吁公众、游客和海洋旅游经营者严格遵守海洋与沿海资源保护措施。如发现任何可能损害海洋资源的行为,请向有关部门举报,以便我们共同努力保护和维护海洋与沿海资源的完整性和可持续性。