เลิกเทสต์ "Tomorrow.IO" กรมอุตุเมิน“ไชยชนก”停止测试“Tomorrow.IO”;气象部门忽略“Chaiyanok”。
ย้อนดูคำพยากรณ์กรมอุตุฯ สำหรับเหตุการณ์ฯท่วมใหญ่ 3 ครั้งหลัง ท่วมหาดใหญ่ ปลายเดือนพฤศจิกายน 68 ท่วมจ.น่าน เดือนสิงหาคม 69 กระทั่งเตือนฝนตกหนัก 25-27 กันยายน พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

กรมอุตุฯทำหน้าที่ได้อย่างแม่นยำไม่ผิดพลาด แต่จากนั้น คำเตือนของกรมอุตุฯ จะได้รับการขานรับหรือสนองตอบต่อคำเตือนพยากรณ์อากาศดังกล่าวอย่างไร
โดยหน่วยงานอื่นที่ต้องรับข้อมูล และต้องขยายผลต่อ รวมทั้งแปลงผลจากคำพยากรณ์เป็นภาคปฏิบัติ และส่งสัญญาณเตือนภัยพิบัติในระดับที่ต้องเข้มข้นอีก 1 ขั้นด้วย เซล บรอดแคส ผ่านค่ายมือถือ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ได้รับทราบล่วงหน้าโดยเร็ว เพื่อมีเวลาเตรียมตัว และ พร้อมรับมือ
ทั้งนี้จากโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ รวมถึงขั้นตัดสินใจต่อจากนั้น เป็นของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ. สังกัด กระทรวงมหาดไทย
เมื่อได้รับคำพยากรณ์จากกรมอุตุฯแล้ว ปภ.ต้องส่งต่อไปยัง กสทช. หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ แล้วจึงจะไปต่อที่โอเปอเรเตอร์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อนส่งข้อความ SMS ไปยังผู้ใช้มือถือ
เมื่อในทางปฏิบัติต้องผ่านถึง 4 หน่วยงาน หนำซ้ำต้องคุยกันระดับรัฐมนตรีหลายกระทรวง คำพยากรณ์น้ำท่วมใหญ่ทั้ง 3 เหตุการณ์กว่าจะผ่านเซล บรอดแคส จึงทำให้ล่าช้ากว่าควรจะเป็นถึง 1 วัน ประชาชนได้รับภัยพิบัติแล้ว จึงค่อยได้รับสัญญาณเตือนภัย
สำหรับกรมอุตุฯ ชัดเจนว่าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามหน้าที่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังต้องเจอกับแรงกดดันเป็นระยะๆ ล่าสุดมีข้ออ้างว่าโดนประชาชนตั้งคำถามเชิงรุก คำพยากรณ์และการเตือนภัยต้องแม่นยำถูกต้อง ไม่งั้นจะเสียชื่อ
ขณะเดียวกัน กรมอุตุฯได้รับนโยบายจากกระทรวงดีอี ที่มีนาย ไชยชนก ชิดชอบ ทายาทบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เป็นรัฐมนตรี ให้ทำโครงการทดสอบระบบ (Proof of Concept: PoC) ร่วมกับบริษัท The Tomorrow Companies Inc. แห่งสหรัฐอเมริกา
และบริษัท บีพีแอลซี จำกัด ผู้แทนในไทย เพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีดาวเทียม Microwave Sounder และ AI ในการวิเคราะห์สภาพอากาศที่เลวร้าย
โดยระบุว่า แพลตฟอร์ม TOMORROW.IO จะช่วยยกระดับและเสริมสร้างขีดความสามารถระดับนาซ่า สามารถติดตามตรวจจับ และ แจ้งเตือนกระจายลึกลงถึงระดับตำบล คำพยากรณ์จะแม่นยำยิ่งขึ้น
แต่จนแล้วจนรอด กรมอุตุฯ โดย น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีที่สวมบท ”หมูไม่กลัวน้ำร้อน” แจ้งตอบกลับไปยังปลัดกระทรวงดีอี ยกเลิกการทดสอบแพลตฟอร์มนี้แล้วหลังทดลองใช้ รวมทั้งต่อเวลาให้ใช้ฟรีๆ รวมถึง 7 เดือน (ธ.ค.68-มิ.ย.69)
ด้วยเหตุผล ยังมีความไม่สมบูรณ์เพียงพอในเชิงเทคนิค และข้อมูลบางส่วนไม่ครบถ้วน ไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของไทยอย่างแท้จริง หรืออาจยังไม่เหมาะที่จะใช้กับประเทศไทย
ที่จริง หนังสือแจ้งยุติการเทสต์ทูมอโรว์.IO ลงนามส่งเรื่องตั้งแต่ 14 ก.ค.69 แต่น่าสงสัย คือเหตุใดเพิ่งถูกนำมาเผยแพร่บนหน้าสื่อในช่วงเวลานี้
และเป็นช่วงเวลาที่รัฐมนตรีดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ ออกโรงชี้แจง และปฏิเสธเสียงแข็งว่า รัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติ หรือจัดงบประมาณ ปี 70 วงเงิน 497 ล้านบาทให้ และยืนยัน TOMORROW .IO เป็นเพียงการทดสอบเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับนาซ่าเท่นั้น
หลังจากมีข่าวบางสำนัก ระบุว่า ได้มีการผลักดัน Tomorrow.io ผ่านครม.ไปแล้ว ใช้งบ 497 ล้านบาท และ จะเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.69 เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่
เท่ากับเป็นการเคลียร์และสกัดข้อครหาในโครงการนี้ของนายไชยชนก ซึ่งตกเป็นเป้าหมายถูกฝ่ายค้านจองกฐินไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว จากโครงการไทยเอไอพาสปอร์ต 1.6 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงบวกถือเป็นความพยายามจะยกระดับ เพื่อให้กรมอุตุฯพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพมากถึงระดับตำบลได้ ซึ่งจะช่วยให้การรับข้อมูล หรือรับช่วงต่อจากกรมอุตุฯ สามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดว่า ควรต้องรับมือภัยธรรมชาติในระดับ(ความเข้มข้น) สีใด
แต่ในทางกลับกัน ก็อาจตีความได้ว่า ฝ่ายการเมืองพยายามจะแทรกแซงชี้นำข้าราชการประจำโดยอาศัยโครงสร้างการบังคับบัญชา ทั้งที่อาจมีความรู้ความเข้าใจเฉพาะด้านน้อยกว่า
ยิ่งมีเรื่องงบประมาณมาเกี่ยวข้อง ยิ่งทำให้ภาพพจน์รัฐมนตรีระดับ”ลูกเทพ” ต้องถูกมองอย่างมีข้อสงสัยเช่นกัน
ย้ำกันอีกครั้ง กรมอุตุฯเป็นเพียงต้นทางของการพยากรณ์ แต่คนที่ตัดสินชี้ขาดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับสีไหน จะแจ้งเตือนภัยหรือไม่ หรือด่วนแค่ไหน เป็นเรื่องอำนาจของปภ.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมหาดไทย
เป็นเรื่อง “ฮิวแมนเออเรอร์” ไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพกรมอุตุฯอย่างที่พยามอ้างถึงเพื่อยกระดับให้ปัง
气象部门履行职责准确无误,但问题是,气象部门的预警是如何得到重视或响应的?
其他机构需要接收这些信息并进一步传播,包括将预测转化为实际行动,以及发布更高强度的灾害预警信号。通过移动电话公司进行的蜂窝广播将提前告知高风险地区的人们,使他们有时间做好准备并应对灾害。
根据其结构、权限和后续决策过程,该部门隶属于内政部下属的灾害预防和减灾司 (DDPM)。
灾害预防和缓解部门(DDPM)收到气象部门的天气预报后,必须将其转发给国家广播和电信委员会(NBTC),然后由NBTC将其转发给移动电话运营商,最后由移动电话运营商向移动用户发送短信。
实际上,这一过程涉及四个机构,并在多个部委之间进行了部长级讨论。这导致三次重大洪灾的预测结果都延迟了最多一天才发布,这意味着公众只能在灾难发生后才能收到预警信号。
气象部门显然已经尽职尽责,但不可否认的是,他们仍然会不时面临压力。最近,他们提到公众持续不断的质疑,强调准确预报和预警对于维护自身声誉至关重要。
与此同时,气象部门收到数字经济和社会部(由武里南府著名家族后裔柴亚诺·奇乔布先生领导)的政策指示,与美国明日公司合作开展概念验证 (PoC) 项目。
泰国代表 BPLC Co., Ltd. 将测试微波探测卫星技术和人工智能在分析恶劣天气状况方面的应用。
他们表示,TOMORROW.IO 平台将增强和加强 NASA 级别的能力,实现细化到地方层面的跟踪、检测和警报,从而实现更准确的预测。
但最终,气象局局长苏卡尼亚妮·亚温昌女士(她扮演了“不怕热水的猪”的角色)回应了数字经济和社会部常务秘书的要求,在试用期结束后取消了平台测试,并将免费使用期延长了 7 个月(2025 年 12 月至 2026 年 6 月)。
由于这些原因,目前仍存在技术上的不完善之处,一些数据不完整,不能准确反映泰国的气候,或者可能还不适合在泰国使用。
事实上,终止 testingTomorrow.IO 项目的通知信已于 2026 年 7 月 14 日签署并提交。然而,令人怀疑的是,为什么现在才在媒体上公开此事。
正是在这段时间里,数字经济和社会部长柴亚诺·奇乔布先生站出来澄清并强烈否认政府已批准或拨款 4.97 亿泰铢用于 2027 财年,并坚称 TOMORROW.IO 仅仅是一项符合 NASA 级别的技术测试。
根据一些媒体报道,Tomorrow.io 已获得内阁批准,预算为 4.97 亿泰铢,将于 2026 年 10 月 1 日上线,标志着新财年的开始。
这有效地澄清并消除了针对柴亚诺克先生与该项目有关的任何指控,该项目此前已因耗资 16 亿泰铢的泰国人工智能护照项目而受到反对派的审查。
然而,从积极的角度来看,这旨在提高气象部门预报的准确性和效率,甚至细化到乡镇一级。这将有助于气象部门信息的接收者更清晰地评估形势,并确定应对自然灾害的适当级别(强度)。
反之,也可以将其解释为政治势力试图通过指挥结构干预和指挥公务员,即使他们可能缺乏专业知识和理解。
当涉及到预算问题时,像他这样一位通常被认为是“天才”的部长,其形象越来越受到怀疑。
再次重申,气象部门仅负责提供预报。最终决定灾情严重程度、是否发布预警以及事件紧迫性的权力在于灾害预防和减灾部以及内政部。
这是一起“人为失误”事件,而不是气象部门为了提升自身形象而试图声称的效率问题。