← 返回新闻首页
泰国权威

เตือนคนกรุงระวังอีกระลอก แนะกทม.เร่งระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่

ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค.2569 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่คน กทม.ต้องเฝ้าระวังอีกระลอกหนึ่ง เมื่อรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนรอบใหม่จ่อจองคิวแล้ว ทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่ทันอุ่นดี ท่ามกลางความหวาดผวาในการใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบากของประชาชนในหลาย

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
曼谷居民警告称可能出现新一轮洪水;曼谷当局建议加快排出现有积水,为迎接新一轮洪水做好准备。

ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค.2569 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่คน กทม.ต้องเฝ้าระวังอีกระลอกหนึ่ง เมื่อรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนรอบใหม่จ่อจองคิวแล้ว ทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่ทันอุ่นดี ท่ามกลางความหวาดผวาในการใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบากของประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ขณะที่หลายแห่งปริมาณน้ำกลับลดระดับเพียงเล็กน้อย และหากมีฝนตกเติมลงมาในพื้นที่เดิม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ กทม.และผู้ที่มีแหล่งพำนักอาศัยในพื้นที่รอบนอกจะเตรียมรับมืออย่างไร

อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี หรือ “อาจารย์แดง” อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้ปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไปแล้ว แต่ยังคงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมกทม.อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านตะวันออก เช่น เขตพื้นที่แฟลตคลองจั่น ร่มเกล้า และลาดกระบัง ได้ให้คำอธิบายกับ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" เหตุใดปริมาณน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงท่วมขังและลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขณะนี้ แฟลตคลองจั่นระดับน้ำลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงอยู่ เพราะแฟลตอยู่ต่ำกว่าถนนทั้งสองด้าน คือ ถนนเสรีไทยและถนนนวมินทร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เมื่อบ่ายวานนี้ (29 ก.ย.2569) กทม.นำเครื่องสูบน้ำเข้าไปเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำให้ดีขึ้น และสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 2-3 วัน บริเวณนี้ยังสัญจรยาก โดยเฉพาะถนนคลองจั่น เสรีไทย นวมินทร์ ลาดพร้าว ภายใน 2-3 วันนี้ น้ำอาจจะลด แต่บริเวณที่ตั้งแฟลตยังไม่น่าจะลดภายใน 3 วันนี้ได้ แต่ก็จะลดลง คนอาจสัญจรเข้า-ออก ได้

คนกรุงระวังอีกรอบ เร่งกทม.ระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่ อย่าวิตก “น้ำเหนือ-น้ำหนุน”

อรรถเศรษฐ์ บอกว่า จากการลงพื้นที่เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่สถานีลำพังพวยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา จุดที่จะเอาน้ำออกจากแฟลตคลองจั่น พบว่า ระดับน้ำด้านในอยู่ประมาณ 70 เซนติเมตร ส่วนด้านนอกประมาณ 75 เซนติเมตร ด้านนอก คือ บริเวณคลองแสนแสบ ระดับน้ำด้านในและด้านนอกต่างกันประมาณ 5 เซนติเมตร แม้น้ำยังลงได้ต่อเนื่องแต่ไม่เร็วนัก เพราะยังมีน้ำด้านข้างจากพื้นที่อื่นทางตอนเหนือลงมาเติมอยู่ โดยเฉพาะด้านเขตมีนบุรี แต่หลังน้ำไหลลงอุโมงค์พระราม 9 ไปแล้ว สถานการณ์จะดีขึ้น

แม้กรมอุตุฯ จะแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 5-10 ต.ค.เป็นต้นไป และอาจจะมีฝนลงมาเติมจริง แต่ต้องอธิบายว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำจากกรุงเทพ ฯ ไม่ได้ระบายออกไปที่ด้าน จ.ฉะเชิงเทราเลย เพราะพื้นที่ตอนบนของ กทม.ที่ติดกับ จ.ปทุมธานี ถูกคั่นด้วยคลองหกวาสายล่าง ตรงนั้นจะมีสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน คือ สถานีคลอง 13 ซึ่งจะถูกสูบออกไปที่สถานีสูบน้ำ ส.สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสถานีสูบน้ำของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.นครนายก ถัดลงมาที่คลองแสนแสบจะมีสถานีสูบน้ำหนองจอก ซึ่งจะออกไป 2 ฝั่ง คือ ด้าน คลองบางขนากกับคลองท่าไข่ ซึ่งกรมชลประทานฯ ก็สูบออกไปน้อย เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบกับชาวบ้าน เพราะด้านหลังสถานีของฝั่งฉะเชิงเทราจะไม่มีเขื่อน คลอง เหมือนฝั่ง กทม. ซึ่งจะมีเขื่อนและคลองเกือบหมด ทั้งคลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์

ทีนี้ในส่วนของคลองประเวศที่ลงมาลาดกระบัง ก็เป็นสถานีสูบน้ำประเวศน์บุรีรมย์ของกรมชลประทาน ก็สูบน้ำได้น้อย เพราะติดคลองเจ้า หรือ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เต็ม หรือจะระบายไปที่ประตูน้ำท่าถั่ว (ส่วนหนึ่งของโครงการส่งน้ำ ตั้งอยู่ติดปากคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งแม่น้ำบางปะกง) ก็ไม่ได้ เพราะน้ำเต็ม หากดูแผนที่น้ำของ กทม.จะเห็นว่า ระดับน้ำนิ่งสนิทเพราะไม่ได้มีการสูบออก

ดังนั้น อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอทางออกว่า ดังนั้น กทม.จึงต้องเปิดประตูระบายน้ำลาดกระบัง คือ คลองประเวศบุรีรมย์ เพราะตรงนี้จะมีประตูระบายน้ำอยู่ 2 บาน ซึ่งอยู่ตรงลาดกระบังกับวัดกระทุ่มเสือปลา เพื่อเปิดประตูระบายน้ำตรงลาดกระบัง ให้ยกขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำจากลาดกระบังเข้ามาในพื้นที่ของเขตประเวศแล้วไปออกที่คลองพระขโนงได้ โดยใช้สถานีสูบน้ำที่พระขโนงเป็นตัวหลัก ในการดึงน้ำออกกสู่เจ้าพระยา

“แนะนำสำนักการระบายน้ำ กทม.ไปแล้วว่า ต้องประสานกับกรมชลประทาน เพื่อเอาเครื่องสูบน้ำเข้ามาเสริมในการดึงน้ำจากคลองประเวศฯให้ลดเร็วที่สุด หากทำตรงนี้ได้ก็จะช่วยลดประมาณน้ำในเขตร่มเกล้าด้วย เพราะที่นี่ก็ท่วมหนักในตัวเคหะร่มเกล้า คือ พื้นที่จะมีคลอง 2 คลองที่ขนาบกัน คือ คลองหนึ่งกับคลองสองต้นนุ่น หากฝนตกลงมาอีกน้ำจะถูกส่งเข้าคลองประเวศ และน้ำตรงนี้ ก็ออกไปไหนไม่ได้อีก ไปตะวันออก คือ ฉะเชิงเทรา ไม่ได้ จึงต้องเข้าฝั่งด้านตะวันตก โดยอาศัยสถานีพระขโนงลากน้ำไป เพราะลงล่างก็ไปติดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ

ตอนนี้ภาพการณ์เป็นอย่างนี้ ทางออกที่ดีที่สุด คือ การเสริมประสิทธิภาพที่คลองพระขโนงแทน ซึ่งกรมชลฯจะเข้าไปติดปั๊มน้ำไฮดรอลิก (Hydraulics) แบบเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ หลายตัวในช่วงบ่ายวานนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกมาเติมอีกระลอกหนึ่ง อรรถเศรษฐ์ มองว่า จุดที่ต้องเฝ้าระวังยังเป็นจุดเติมที่น้ำยังท่วมขังอยู่ หากน้ำเก่ายังออกไม่หมดแล้วมีน้ำใหม่เข้ามาเติม ในทุกพื้นที่ต้องเฝ้าระวังทั้งหมด เพราะน้ำคลองสายหลักยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ตอนเหนือ เข้ามาทางด้าน คลองเปรมประชากร-คลองลาดพร้าว-คลองแสนแสบ ลงมาที่คลองประเวศบุรีรมย์ ทั้งหมด

หากฝนเข้ามาตอนเหนือก็จะโดนหนักหน่อย ทั้งตอนบนและตอนล่าง หากเข้าตอนล่างพื้นที่บริเวณคลองแสนแสบก็ต้องรับสภาพไป ทำให้ครอบครัวเดินเรือ ต้องหยุดเดินเรือทั้งหมด เพราะน้ำสูงเดินลอดใต้สะพานไม่ได้ ตรงนี้มีส่วนช่วยให้เราพร่องน้ำได้มากขึ้น เพราะหากยังมีการเดินเรือจะทำการพร่องน้ำทำได้ช้าลง แต่ไม่สามารถทำให้น้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยังมีน้ำจากตอนบนลงมาเติมอยู่ตลอด จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไหลลงมาคลองหกวาสายล่าง และจากคลองหกว่าสายล่างน้ำล้นคันเข้ามาในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ น้ำก็จะเข้ามาที่คลองแสนแสบก่อน ถัดจากนั้นจึงจะไล่ลงไปที่คลองประเวศ

สำหรับทางออกในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกทม.แบบยั่งยืนนั้น อรรถเศรษฐ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ กทม.ทางออกของน้ำส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ มีทางเดียวคือแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เหลือทางฝั่งตะวันออกต้องอาศัยกรมชลประทาน ที่ผ่านมากทม.เคยคุยกับกรมชลฯมาตลอดเรื่องการควบคุมระดับน้ำ

ต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯมีระดับการควบคุมน้ำค่อนข้างต่ำมาก ๆ ตามปกติการควบคุมน้ำของกรมชล ประทานและต่างจาก กทม. เนื่องจากกรมชลฯ ต้องเลี้ยงน้ำเพื่อการเกษตร จ.ฉะเชิงเทรามีพื้นที่การเกษตรเยอะ ขณะที่กทม.ด้านเขตคลองสามวา มีนบุรี หนอกจอก และลาดกระบัง ยังมีพื้นที่ทำนาอยู่ประมาณ 130,000 กว่าไร่

เมื่อปี 2568 ได้มีข้อตกลงและการหารือเพื่อปรับระดับการคุมน้ำว่า ให้กรมชลฯคุมน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ที่เคยคุม เพราะกทม.อยากให้กรมชลฯเดินเครื่องสูบน้ำหากไม่ถึงเกณฑ์ กรมชลฯจะไม่เดินเครื่องให้ ตอนนี้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากน้ำตอนบนที่ไหลบ่าเข้ามา มีปริมาณมากทางด้านตะวันออกของ กทม. และอีกจุดทางตอนเหนือของคลองเปรมประชากร มันไม่ควรโรยน้ำมาถึงตัวกลางเมือง เพราะมีระยะทางห่างกันประมาณ 30 กิโลเมตร ตอนบนจะมีคลองบ้านใหม่ที่เชื่อมต่อระ หว่างกรุงเทพฯกับปทุมธานี ซึ่งไปชนกับคลองประปา และไปลอดใต้คลองประปา ก็ไซฟ่อนเป็นคอขวด จากจุดนั้นไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยาระทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร หากปรับตรงนี้อาจช่วยได้

“คลองประปาไม่ได้ใช้เป็นทางระบายน้ำ โดยหลักการต้องให้คลองระบายน้ำอยู่บนแล้วให้คลองประปาลอดใต้ แต่ปัจจุบันมันกลับกัน เมื่อคลองระบายน้ำอยู่ด้านล่างจึงทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่ดี น้ำเลยเทเข้ามาในกทม. จากคลองบ้านใหม่ก็กระเทิบเข้ามาที่ คลองบางตลาดและประชาชื่น ก็มีลักษณะเดียวกัน มีคลองเดียวที่คลองประปามาอยู่ล่างแล้วคลองระบายน้ำอยู่บน ตรงคลองบางเขน ดังนั้นหากตัดบนได้มาเมื่อยอดน้ำมาถึงตรงกลางเมืองก็จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร”

คนกรุงระวังอีกรอบ เร่งกทม.ระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่ อย่าวิตก “น้ำเหนือ-น้ำหนุน” (ภาพ : สำนักงานเขตคลองสามวา)

ผู้เชี่ยวชาญบริหารน้ำ กทม.ชี้ว่า สาเหตุที่ท่วมทางด้านตะวันออก เพราะฝนด้านนี้มากกว่าทุกพื้นที่ ตกแช่นาน และฝนไม่ได้เริ่มจาก กทม.แห่งเดียว ตกไล่จาก จ.นครนายก ปทุมธานี แล้วก็มีตกด้านตะวันออกของ กทม.ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ตรงนี้จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รับน้ำและไม่ทันต่อการระบายออก

เพราะด้านนี้ทั้งหมดจะต้องระบายออกด้านจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้ไปลงที่อ่าวไทย แต่มันระบายออกไม่ได้เนื่องจากกถูกบีบอยู่ น้ำจึงต้องระบายออกผ่านเมืองเพื่อออกไปที่เจ้าพระยาเท่านั้น จึงทำให้การลำเลียงนำตรงนี้ช้าลง

ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มเครื่องปั๊มน้ำไปที่พระขโนง ส่วนการเสนอรื้อคลองและชุมชน จริง ๆ ปัญหาฟลัดเวย์ หรือคลองสายหลักทั้ง 7 สาย บางคลองมีคนรุกล้ำสร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำ ไม่สามารถขุดลอกคูคลองได้ลงไปลึก เพราะอาจทำให้บ้านพักอาศัยของผู้ที่อยู่ริมคลองสไลด์ลงน้ำหมด จริง ๆ การทำคลองไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำเรื้อย้ายชุมชนเป็นปัญหาใหญ่มาก เหมือนครั้งที่ย้ายชุมชนที่คลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว ซึ่งลาดพร้าวทำมากก่อน แต่ก็ทำได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่จบเลย ส่วนคลองเปรมประชากร เดินไปด้วยดี ทำได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว จากเดิมมีผู้รุกล้ำกว่า 6,000 หลังคาเรือน โครงการพวกนี้ไม่ง่ายและใช้เวลานานมาก

สิ่งที่ต้องแจ้งประชาชนเตรียมรับมือ ในช่วงนี้ต้องเร่ง ยกของสูงก่อน แต่ส่วน กทม.สำนักการระบายน้ำ ต้องระบายน้ำที่ค้างอยู่ให้ออกหมดให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะรองรับน้ำใหม่ ส่วนข้อกังวลว่าหากมีฝนตกแล้ว มาเจอน้ำหนุนสูงจากแม่น้ำเจ้าพระยา ขออธิบายว่า แทบไม่เกี่ยวกัน อย่าวิตก เรื่องน้ำเหนือมา น้ำทะเลหนุนสูง ด้านเจ้าพระยาที่ผ่าน กทม. เราสามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งปัจจุบันผ่านจากเขื่อนชัยนาทมาแค่ 1,700 ลูกบาศก์เมตร กว่าจะมาถึงบางไทร อยุธยา ไม่เยอะ ยังไม่ถึงครึ่ง

ไม่ต้องไปกลัวน้ำเหนือ ไม่ต้องซีเรียส น้ำหนุนก็เหมือนกัน ฐานน้ำอยู่ที่ระดับประมาณ 1 เมตร ไม่มีผลต่อการระบายน้ำออกจากเจ้าพระยา ไม่น่าเป็นห่วง

อรรถเศรษฐ์ บอกว่า ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วมกทม. คือ การใช้เครื่องสูบน้ำ เป็นหัวใจสำคัญของการระบายน้ำ คลอง คือ เส้นเลือดใหญ่ ท่องระบายน้ำคือเส้นเลือดฝอย ถ้าหัวใจสูบไม่ได้ ต่อให้ทำเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอย ดีอย่างไร น้ำก็ออกไม่ได้เพราะหัวใจมันดาว

สถานีสูบน้ำปลายทางที่จะออกเจ้าพระยา เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ กทม. แต่ด้วยความโชคดีที่เราวางตัวอุโมงค์ระบายน้ำไว้ได้ดีมาก อย่าไปเชื่อว่า อุโมงค์ไม่ทำงาน หากน้ำไม่ผ่านอุโมงค์ กทม.หนักกว่านี้เยอะ ตอนนี้เรามีอุโมงค์หลัก ๆ 5 ตัว คือ อุโมงค์คลองเปรมประชากรตรงประชาราษฎร์สาย 2 อุโมงค์มักกะสัน อุโมงค์พระราม 9 อุโมงค์บางซื่อ และที่เราเปิดใช้ คือ อุโมงค์หนองบอน ซึ่งทั้ง 5 ตัว ทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอด แต่คนส่วนใหญ่มันไปโยงการเมือง อุโมงค์เป็นทางลัดที่จะเอาน้ำออกจากเจ้าพระยา ถ้าไม่มีเรียบร้อยหนักกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า

คลังประกาศผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการ 11.25 ล้านคน เริ่มรับสิทธิ 1 ต.ค.

"สวนสยาม" ปิดบริการ 6 เดือน น้ำท่วม 100% เสียหายร่วม 100 ล้านบาท

"อนุทิน" แจงปมควักเงินสดแจกชาวบ้านสายไหม เหตุถุงยังชีพหมด

อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี

กรุงเทพมหานคร น้ำท่วมกรุงเทพ

อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่ากทม

ข่าวน้ำท่วมกทม.วันนี้ล่าสุด

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻