เตือนคนกรุงระวังอีกระลอก แนะกทม.เร่งระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่曼谷居民警告称可能出现新一轮洪水;曼谷当局建议加快排出现有积水,为迎接新一轮洪水做好准备。
ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค.2569 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่คน กทม.ต้องเฝ้าระวังอีกระลอกหนึ่ง เมื่อรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนรอบใหม่จ่อจองคิวแล้ว ทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่ทันอุ่นดี ท่ามกลางความหวาดผวาในการใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบากของประชาชนในหลาย

ระหว่างวันที่ 5-10 ต.ค.2569 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่คน กทม.ต้องเฝ้าระวังอีกระลอกหนึ่ง เมื่อรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนรอบใหม่จ่อจองคิวแล้ว ทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่ทันอุ่นดี ท่ามกลางความหวาดผวาในการใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบากของประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ขณะที่หลายแห่งปริมาณน้ำกลับลดระดับเพียงเล็กน้อย และหากมีฝนตกเติมลงมาในพื้นที่เดิม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ กทม.และผู้ที่มีแหล่งพำนักอาศัยในพื้นที่รอบนอกจะเตรียมรับมืออย่างไร
อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี หรือ “อาจารย์แดง” อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้ปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไปแล้ว แต่ยังคงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมกทม.อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านตะวันออก เช่น เขตพื้นที่แฟลตคลองจั่น ร่มเกล้า และลาดกระบัง ได้ให้คำอธิบายกับ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" เหตุใดปริมาณน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงท่วมขังและลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ขณะนี้ แฟลตคลองจั่นระดับน้ำลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงอยู่ เพราะแฟลตอยู่ต่ำกว่าถนนทั้งสองด้าน คือ ถนนเสรีไทยและถนนนวมินทร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เมื่อบ่ายวานนี้ (29 ก.ย.2569) กทม.นำเครื่องสูบน้ำเข้าไปเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำให้ดีขึ้น และสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 2-3 วัน บริเวณนี้ยังสัญจรยาก โดยเฉพาะถนนคลองจั่น เสรีไทย นวมินทร์ ลาดพร้าว ภายใน 2-3 วันนี้ น้ำอาจจะลด แต่บริเวณที่ตั้งแฟลตยังไม่น่าจะลดภายใน 3 วันนี้ได้ แต่ก็จะลดลง คนอาจสัญจรเข้า-ออก ได้
คนกรุงระวังอีกรอบ เร่งกทม.ระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่ อย่าวิตก “น้ำเหนือ-น้ำหนุน”
อรรถเศรษฐ์ บอกว่า จากการลงพื้นที่เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่สถานีลำพังพวยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา จุดที่จะเอาน้ำออกจากแฟลตคลองจั่น พบว่า ระดับน้ำด้านในอยู่ประมาณ 70 เซนติเมตร ส่วนด้านนอกประมาณ 75 เซนติเมตร ด้านนอก คือ บริเวณคลองแสนแสบ ระดับน้ำด้านในและด้านนอกต่างกันประมาณ 5 เซนติเมตร แม้น้ำยังลงได้ต่อเนื่องแต่ไม่เร็วนัก เพราะยังมีน้ำด้านข้างจากพื้นที่อื่นทางตอนเหนือลงมาเติมอยู่ โดยเฉพาะด้านเขตมีนบุรี แต่หลังน้ำไหลลงอุโมงค์พระราม 9 ไปแล้ว สถานการณ์จะดีขึ้น
แม้กรมอุตุฯ จะแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 5-10 ต.ค.เป็นต้นไป และอาจจะมีฝนลงมาเติมจริง แต่ต้องอธิบายว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำจากกรุงเทพ ฯ ไม่ได้ระบายออกไปที่ด้าน จ.ฉะเชิงเทราเลย เพราะพื้นที่ตอนบนของ กทม.ที่ติดกับ จ.ปทุมธานี ถูกคั่นด้วยคลองหกวาสายล่าง ตรงนั้นจะมีสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน คือ สถานีคลอง 13 ซึ่งจะถูกสูบออกไปที่สถานีสูบน้ำ ส.สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสถานีสูบน้ำของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.นครนายก ถัดลงมาที่คลองแสนแสบจะมีสถานีสูบน้ำหนองจอก ซึ่งจะออกไป 2 ฝั่ง คือ ด้าน คลองบางขนากกับคลองท่าไข่ ซึ่งกรมชลประทานฯ ก็สูบออกไปน้อย เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบกับชาวบ้าน เพราะด้านหลังสถานีของฝั่งฉะเชิงเทราจะไม่มีเขื่อน คลอง เหมือนฝั่ง กทม. ซึ่งจะมีเขื่อนและคลองเกือบหมด ทั้งคลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์
ทีนี้ในส่วนของคลองประเวศที่ลงมาลาดกระบัง ก็เป็นสถานีสูบน้ำประเวศน์บุรีรมย์ของกรมชลประทาน ก็สูบน้ำได้น้อย เพราะติดคลองเจ้า หรือ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เต็ม หรือจะระบายไปที่ประตูน้ำท่าถั่ว (ส่วนหนึ่งของโครงการส่งน้ำ ตั้งอยู่ติดปากคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งแม่น้ำบางปะกง) ก็ไม่ได้ เพราะน้ำเต็ม หากดูแผนที่น้ำของ กทม.จะเห็นว่า ระดับน้ำนิ่งสนิทเพราะไม่ได้มีการสูบออก
ดังนั้น อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอทางออกว่า ดังนั้น กทม.จึงต้องเปิดประตูระบายน้ำลาดกระบัง คือ คลองประเวศบุรีรมย์ เพราะตรงนี้จะมีประตูระบายน้ำอยู่ 2 บาน ซึ่งอยู่ตรงลาดกระบังกับวัดกระทุ่มเสือปลา เพื่อเปิดประตูระบายน้ำตรงลาดกระบัง ให้ยกขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำจากลาดกระบังเข้ามาในพื้นที่ของเขตประเวศแล้วไปออกที่คลองพระขโนงได้ โดยใช้สถานีสูบน้ำที่พระขโนงเป็นตัวหลัก ในการดึงน้ำออกกสู่เจ้าพระยา
“แนะนำสำนักการระบายน้ำ กทม.ไปแล้วว่า ต้องประสานกับกรมชลประทาน เพื่อเอาเครื่องสูบน้ำเข้ามาเสริมในการดึงน้ำจากคลองประเวศฯให้ลดเร็วที่สุด หากทำตรงนี้ได้ก็จะช่วยลดประมาณน้ำในเขตร่มเกล้าด้วย เพราะที่นี่ก็ท่วมหนักในตัวเคหะร่มเกล้า คือ พื้นที่จะมีคลอง 2 คลองที่ขนาบกัน คือ คลองหนึ่งกับคลองสองต้นนุ่น หากฝนตกลงมาอีกน้ำจะถูกส่งเข้าคลองประเวศ และน้ำตรงนี้ ก็ออกไปไหนไม่ได้อีก ไปตะวันออก คือ ฉะเชิงเทรา ไม่ได้ จึงต้องเข้าฝั่งด้านตะวันตก โดยอาศัยสถานีพระขโนงลากน้ำไป เพราะลงล่างก็ไปติดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ
ตอนนี้ภาพการณ์เป็นอย่างนี้ ทางออกที่ดีที่สุด คือ การเสริมประสิทธิภาพที่คลองพระขโนงแทน ซึ่งกรมชลฯจะเข้าไปติดปั๊มน้ำไฮดรอลิก (Hydraulics) แบบเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ หลายตัวในช่วงบ่ายวานนี้
อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกมาเติมอีกระลอกหนึ่ง อรรถเศรษฐ์ มองว่า จุดที่ต้องเฝ้าระวังยังเป็นจุดเติมที่น้ำยังท่วมขังอยู่ หากน้ำเก่ายังออกไม่หมดแล้วมีน้ำใหม่เข้ามาเติม ในทุกพื้นที่ต้องเฝ้าระวังทั้งหมด เพราะน้ำคลองสายหลักยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ตอนเหนือ เข้ามาทางด้าน คลองเปรมประชากร-คลองลาดพร้าว-คลองแสนแสบ ลงมาที่คลองประเวศบุรีรมย์ ทั้งหมด
หากฝนเข้ามาตอนเหนือก็จะโดนหนักหน่อย ทั้งตอนบนและตอนล่าง หากเข้าตอนล่างพื้นที่บริเวณคลองแสนแสบก็ต้องรับสภาพไป ทำให้ครอบครัวเดินเรือ ต้องหยุดเดินเรือทั้งหมด เพราะน้ำสูงเดินลอดใต้สะพานไม่ได้ ตรงนี้มีส่วนช่วยให้เราพร่องน้ำได้มากขึ้น เพราะหากยังมีการเดินเรือจะทำการพร่องน้ำทำได้ช้าลง แต่ไม่สามารถทำให้น้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยังมีน้ำจากตอนบนลงมาเติมอยู่ตลอด จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไหลลงมาคลองหกวาสายล่าง และจากคลองหกว่าสายล่างน้ำล้นคันเข้ามาในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ น้ำก็จะเข้ามาที่คลองแสนแสบก่อน ถัดจากนั้นจึงจะไล่ลงไปที่คลองประเวศ
สำหรับทางออกในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกทม.แบบยั่งยืนนั้น อรรถเศรษฐ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ กทม.ทางออกของน้ำส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ มีทางเดียวคือแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เหลือทางฝั่งตะวันออกต้องอาศัยกรมชลประทาน ที่ผ่านมากทม.เคยคุยกับกรมชลฯมาตลอดเรื่องการควบคุมระดับน้ำ
ต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯมีระดับการควบคุมน้ำค่อนข้างต่ำมาก ๆ ตามปกติการควบคุมน้ำของกรมชล ประทานและต่างจาก กทม. เนื่องจากกรมชลฯ ต้องเลี้ยงน้ำเพื่อการเกษตร จ.ฉะเชิงเทรามีพื้นที่การเกษตรเยอะ ขณะที่กทม.ด้านเขตคลองสามวา มีนบุรี หนอกจอก และลาดกระบัง ยังมีพื้นที่ทำนาอยู่ประมาณ 130,000 กว่าไร่
เมื่อปี 2568 ได้มีข้อตกลงและการหารือเพื่อปรับระดับการคุมน้ำว่า ให้กรมชลฯคุมน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ที่เคยคุม เพราะกทม.อยากให้กรมชลฯเดินเครื่องสูบน้ำหากไม่ถึงเกณฑ์ กรมชลฯจะไม่เดินเครื่องให้ ตอนนี้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากน้ำตอนบนที่ไหลบ่าเข้ามา มีปริมาณมากทางด้านตะวันออกของ กทม. และอีกจุดทางตอนเหนือของคลองเปรมประชากร มันไม่ควรโรยน้ำมาถึงตัวกลางเมือง เพราะมีระยะทางห่างกันประมาณ 30 กิโลเมตร ตอนบนจะมีคลองบ้านใหม่ที่เชื่อมต่อระ หว่างกรุงเทพฯกับปทุมธานี ซึ่งไปชนกับคลองประปา และไปลอดใต้คลองประปา ก็ไซฟ่อนเป็นคอขวด จากจุดนั้นไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยาระทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร หากปรับตรงนี้อาจช่วยได้
“คลองประปาไม่ได้ใช้เป็นทางระบายน้ำ โดยหลักการต้องให้คลองระบายน้ำอยู่บนแล้วให้คลองประปาลอดใต้ แต่ปัจจุบันมันกลับกัน เมื่อคลองระบายน้ำอยู่ด้านล่างจึงทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่ดี น้ำเลยเทเข้ามาในกทม. จากคลองบ้านใหม่ก็กระเทิบเข้ามาที่ คลองบางตลาดและประชาชื่น ก็มีลักษณะเดียวกัน มีคลองเดียวที่คลองประปามาอยู่ล่างแล้วคลองระบายน้ำอยู่บน ตรงคลองบางเขน ดังนั้นหากตัดบนได้มาเมื่อยอดน้ำมาถึงตรงกลางเมืองก็จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร”
คนกรุงระวังอีกรอบ เร่งกทม.ระบายน้ำเก่า เตรียมรับน้ำใหม่ อย่าวิตก “น้ำเหนือ-น้ำหนุน” (ภาพ : สำนักงานเขตคลองสามวา)
ผู้เชี่ยวชาญบริหารน้ำ กทม.ชี้ว่า สาเหตุที่ท่วมทางด้านตะวันออก เพราะฝนด้านนี้มากกว่าทุกพื้นที่ ตกแช่นาน และฝนไม่ได้เริ่มจาก กทม.แห่งเดียว ตกไล่จาก จ.นครนายก ปทุมธานี แล้วก็มีตกด้านตะวันออกของ กทม.ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ตรงนี้จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รับน้ำและไม่ทันต่อการระบายออก
เพราะด้านนี้ทั้งหมดจะต้องระบายออกด้านจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้ไปลงที่อ่าวไทย แต่มันระบายออกไม่ได้เนื่องจากกถูกบีบอยู่ น้ำจึงต้องระบายออกผ่านเมืองเพื่อออกไปที่เจ้าพระยาเท่านั้น จึงทำให้การลำเลียงนำตรงนี้ช้าลง
ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มเครื่องปั๊มน้ำไปที่พระขโนง ส่วนการเสนอรื้อคลองและชุมชน จริง ๆ ปัญหาฟลัดเวย์ หรือคลองสายหลักทั้ง 7 สาย บางคลองมีคนรุกล้ำสร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำ ไม่สามารถขุดลอกคูคลองได้ลงไปลึก เพราะอาจทำให้บ้านพักอาศัยของผู้ที่อยู่ริมคลองสไลด์ลงน้ำหมด จริง ๆ การทำคลองไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำเรื้อย้ายชุมชนเป็นปัญหาใหญ่มาก เหมือนครั้งที่ย้ายชุมชนที่คลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว ซึ่งลาดพร้าวทำมากก่อน แต่ก็ทำได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่จบเลย ส่วนคลองเปรมประชากร เดินไปด้วยดี ทำได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว จากเดิมมีผู้รุกล้ำกว่า 6,000 หลังคาเรือน โครงการพวกนี้ไม่ง่ายและใช้เวลานานมาก
สิ่งที่ต้องแจ้งประชาชนเตรียมรับมือ ในช่วงนี้ต้องเร่ง ยกของสูงก่อน แต่ส่วน กทม.สำนักการระบายน้ำ ต้องระบายน้ำที่ค้างอยู่ให้ออกหมดให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะรองรับน้ำใหม่ ส่วนข้อกังวลว่าหากมีฝนตกแล้ว มาเจอน้ำหนุนสูงจากแม่น้ำเจ้าพระยา ขออธิบายว่า แทบไม่เกี่ยวกัน อย่าวิตก เรื่องน้ำเหนือมา น้ำทะเลหนุนสูง ด้านเจ้าพระยาที่ผ่าน กทม. เราสามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งปัจจุบันผ่านจากเขื่อนชัยนาทมาแค่ 1,700 ลูกบาศก์เมตร กว่าจะมาถึงบางไทร อยุธยา ไม่เยอะ ยังไม่ถึงครึ่ง
ไม่ต้องไปกลัวน้ำเหนือ ไม่ต้องซีเรียส น้ำหนุนก็เหมือนกัน ฐานน้ำอยู่ที่ระดับประมาณ 1 เมตร ไม่มีผลต่อการระบายน้ำออกจากเจ้าพระยา ไม่น่าเป็นห่วง
อรรถเศรษฐ์ บอกว่า ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วมกทม. คือ การใช้เครื่องสูบน้ำ เป็นหัวใจสำคัญของการระบายน้ำ คลอง คือ เส้นเลือดใหญ่ ท่องระบายน้ำคือเส้นเลือดฝอย ถ้าหัวใจสูบไม่ได้ ต่อให้ทำเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอย ดีอย่างไร น้ำก็ออกไม่ได้เพราะหัวใจมันดาว
สถานีสูบน้ำปลายทางที่จะออกเจ้าพระยา เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ กทม. แต่ด้วยความโชคดีที่เราวางตัวอุโมงค์ระบายน้ำไว้ได้ดีมาก อย่าไปเชื่อว่า อุโมงค์ไม่ทำงาน หากน้ำไม่ผ่านอุโมงค์ กทม.หนักกว่านี้เยอะ ตอนนี้เรามีอุโมงค์หลัก ๆ 5 ตัว คือ อุโมงค์คลองเปรมประชากรตรงประชาราษฎร์สาย 2 อุโมงค์มักกะสัน อุโมงค์พระราม 9 อุโมงค์บางซื่อ และที่เราเปิดใช้ คือ อุโมงค์หนองบอน ซึ่งทั้ง 5 ตัว ทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอด แต่คนส่วนใหญ่มันไปโยงการเมือง อุโมงค์เป็นทางลัดที่จะเอาน้ำออกจากเจ้าพระยา ถ้าไม่มีเรียบร้อยหนักกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า
คลังประกาศผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการ 11.25 ล้านคน เริ่มรับสิทธิ 1 ต.ค.
"สวนสยาม" ปิดบริการ 6 เดือน น้ำท่วม 100% เสียหายร่วม 100 ล้านบาท
"อนุทิน" แจงปมควักเงินสดแจกชาวบ้านสายไหม เหตุถุงยังชีพหมด
อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี
กรุงเทพมหานคร น้ำท่วมกรุงเทพ
อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่ากทม
ข่าวน้ำท่วมกทม.วันนี้ล่าสุด
2026年10月5日至10日期间,曼谷居民需警惕新一轮降雨。气象部门预测,尽管气温尚未完全升高,但新一轮降雨即将到来。目前,许多地区洪水持续,居民饱受困扰,而其他一些地区的水位仅略有下降。如果这些地区再次降雨,曼谷当局和周边居民将如何应对眼前的困境?
阿塔塞斯·佩奇梅斯里(Attaseth Petchmeesri),又名“阿赞丹”(Ajarn Daeng),曾任曼谷市长顾问,是曼谷水资源管理专家。他持续关注曼谷的洪涝灾害,尤其关注东部地区,如空占(Khlong Chan)、罗姆克劳(Rom Klao)和拉卡邦(Lat Krabang)。尽管他已卸任,但他向泰国公共电视台(Thai PBS)在线频道解释了这些地区水位居高不下且仅略有下降的原因。
目前,Khlong Chan公寓的水位略有下降,但仍较高,因为该公寓地势低于道路两侧的Seri Thai路和Nawamin路,导致大片区域积水。昨天下午(2026年9月29日),曼谷市政府增派了水泵以提高抽水效率。预计这种情况还将持续2-3天。该地区仍然难以通行,尤其是Khlong Chan路、Seri Thai路、Nawamin路和Ladprao路。水位可能在2-3天内有所下降,但公寓周边区域的水位不太可能完全消失。最终,人们或许能够进出。
曼谷居民需再次提高警惕。曼谷当局被敦促排干积水,以应对可能出现的新一轮洪水。不必过分担心“上游水位或潮汐涌浪”。
阿塔塞斯表示,根据9月29日上午对兰潘普伊站(Khlong Chan公寓排水点)水位进行的实地调查,站内水位约为70厘米,站外水位约为75厘米。站内外水位差约为5厘米,尤其是在Khlong Saen Saep附近。虽然水位仍在下降,但下降速度并不快,因为北部其他地区,特别是敏武里县的水仍在流入。不过,待水流入拉玛九世隧道后,情况应该会有所改善。
尽管气象部门已发布预警,提醒民众从10月5日至10日保持警惕,并预计会有额外降雨,但需要说明的是,目前曼谷的水并未排入北柳府。这是因为曼谷上游地区与巴吞他尼府接壤,两地被一条名为Khlong Hok Wa Sai Lang的运河隔开。皇家灌溉厅在该运河设有一个大型抽水站——Khlong 13。抽到的水随后被输送到位于那空那育府的S. Somboon抽水站,该抽水站也隶属于皇家灌溉厅。再往下游,沿着Khlong Saen Saep运河,便是Nong Chok抽水站,该抽水站将水分配到Khlong Bang Khanak和Khlong Tha Khai两个区域。由于担心对居民造成影响,皇家灌溉厅从该抽水站抽取的水量非常少。与曼谷一侧不同,曼谷一侧的大部分河岸都建有堤坝和运河,包括 Khlong Saen Saep 和 Khlong Prawet Buriram,而北柳府一侧则缺乏这些设施。
现在,关于流向拉卡邦的帕威河段,由于被昭河(或称帕翁昭猜亚努奇河)堵塞,皇家灌溉厅的帕威武里南抽水站只能抽取少量水。此外,由于塔图阿水闸(位于帕威武里南河入河口附近,靠近邦巴功河一侧,是供水工程的一部分)也已满,水无法排入。如果您查看曼谷水位图,就会发现由于没有水被抽出,水位完全停滞。
因此,一位曼谷市长的前顾问提出了一项解决方案:曼谷必须开启拉卡邦水闸,具体来说,就是开启巴威武里南运河。那里有两个水闸,一个位于拉卡邦,另一个位于瓦克拉图姆苏阿普拉。将拉卡邦水闸抬高约50厘米,即可让拉卡邦的水流入巴威区,然后排入帕卡侬运河。帕卡侬的抽水站将成为将水排入湄南河的主要动力。
“我已经建议曼谷市政府排水部门与皇家灌溉部门协调,调集更多水泵,尽快排出帕威运河的水。如果能够做到这一点,也有助于降低罗姆克劳地区的水位,因为罗姆克劳住宅区目前被洪水严重淹没。该地区毗邻两条运河:努恩运河和颂通努恩运河。如果再次下雨,水将流入帕威运河,而这些水无处可去——无法向东流向北柳府。因此,水必须向西流去,利用帕卡农抽水站进行分流,因为向下游流会流入北榄府的丹运河。”
鉴于目前的情况,最佳解决方案是提高帕卡侬水道的效率。皇家灌溉厅昨天下午安装了数台大型移动式液压水泵。
然而,如果再次降雨,阿塔塞斯认为,仍存在积水的地区需要密切监测。如果旧水尚未完全排干,新水又涌入,所有地区都必须保持警惕,因为主要运河的水位尚未恢复正常,这些运河从北部开始,途经普雷姆普拉查空运河、拉普拉奥运河、森塞普运河,最终汇入巴威武里南运河。
如果雨水来自北方,上游和下游地区都会受到严重影响。如果雨水来自下游,Khlong Saen Saep地区将遭受尤为严重的打击。由于水位过高,船只无法通过桥梁,导致船只经营者被迫停止所有作业。这有助于我们更有效地排水,因为如果船只继续作业,排水速度将会减慢。然而,我们无法迅速降低水位,因为上游的水流不断涌入,从Khlong Rangsit Prayursak流向下游Khlong Hok Wa Sai Lang,然后从Khlong Hok Wa Sai Lang溢出堤坝,流入根据皇家倡议修建的防洪堤以外的区域。之后,水流首先进入Khlong Saen Saep,然后向下流向Khlong Prawet。
关于曼谷洪涝问题的可持续解决方案,阿塔塞特表示,曼谷90%的雨水都通过湄南河这一条河道排出。东部剩余的水源则依靠皇家灌溉厅。他还补充说,曼谷一直在与皇家灌溉厅就水位控制问题进行磋商。
必须承认,曼谷的水资源管控水平非常低。通常情况下,皇家灌溉厅的水资源管理与曼谷的管理有所不同,因为该厅优先考虑农业用水。北柳府拥有大片农业用地,而曼谷的空三瓦县、民武里县、农卓县和叻卡邦县仍然拥有约13万莱的稻田。
2025年,各方达成协议并进行磋商,调整水位控制标准,规定皇家灌溉厅(RID)应将水位控制在之前的阈值以下。这是因为曼谷市政府(BMA)希望皇家灌溉厅启动水泵,但除非水位达到规定阈值,否则拒绝启动。目前情况有所改善,但来自曼谷东部和普雷姆普拉查空河(Klong Prem Prachakorn)北部的大量水流仍然令人无法接受。这些水流不应该到达市中心,因为市中心距离市中心约30公里。上游有一条连接曼谷和巴吞他尼的班迈河(Klong Ban Mai),它与普拉帕河(Klong Prapa)交汇,然后从普拉帕河下方流过,形成一个瓶颈。从该点到湄南河的距离约为5-6公里。调整这一水流或许有助于缓解问题。
“供水渠并未被用作排水渠。原则上,排水渠应位于上方,供水渠应位于下方。但目前情况恰恰相反。由于排水渠位于下方,排水效率低下,导致水流入曼谷。来自班迈运河的水流入邦塔拉运河和普拉查春运河,情况类似。只有邦肯运河的供水渠位于下方,排水渠位于上方。因此,如果将排水渠改建为上方,当水位达到峰值并到达市中心时,就不会出现这么多问题了。”
曼谷居民需再次提高警惕。曼谷当局被敦促尽快排干积水,以应对可能出现的新一轮洪水。不必过于担心“上游水位或潮汐涌浪”。(图片:Khlong Sam Wa 区政府)
曼谷水务管理专家指出,曼谷东部地区的洪涝灾害是由该地区降雨量更大、持续时间更长的暴雨造成的。此外,降雨并非仅源于曼谷,而是从那空那育府和巴吞他尼府蔓延而来,并于9月24日开始抵达曼谷东部。这是导致曼谷无法及时吸收和排出积水的主要原因之一。
因为这一侧的所有水都需要经由北柳府排入泰国湾,但由于受到挤压而无法排出。因此,水不得不流经市区才能汇入湄南河,这减缓了这里的水运进程。
因此,策略必须调整,在帕卡侬水库增设水泵。关于运河和社区搬迁的提议,真正的问题在于泄洪道,也就是七条主要运河。一些运河已被侵占,人们在那里建造房屋,阻碍了水流。我们不能将运河疏浚得太深,因为这可能会导致沿岸房屋滑入水中。实际上,修建运河并不难,但搬迁社区却是一个巨大的难题,类似于普雷姆普拉查科恩水库和拉特帕劳水库的社区搬迁。拉特帕劳水库的搬迁工作最早进行,但只完成了50%,尚未完工。普雷姆普拉查科恩水库的搬迁工作进展顺利,已完成近70%,而最初被侵占的房屋超过6000户。这些项目并非易事,而且耗时很长。
我们现在需要告知公众并让他们做好准备的是,必须尽快将个人物品转移到地势较高的地方。至于曼谷,排水部门必须尽快排干所有积水,以便为新水腾出空间。关于降雨后湄南河可能出现的高潮问题,我想澄清一下,这基本上与此无关。不必担心上游水位或高潮。流经曼谷的湄南河每秒可处理高达3000立方米的水量。目前,只有每秒1700立方米的水流经猜纳水坝。而当水流到达邦赛和阿瑜陀耶时,水量甚至不到这个数字的一半。
不要害怕上游的水位,不用担心。涨潮时水位不变;基准水位大约在1米左右,不会影响湄南河的排水。无需担忧。
阿塔塞特表示,曼谷洪灾地区最紧迫的问题是水泵的使用,水泵对排水至关重要。运河就像主动脉,排水管就像毛细血管。如果心脏(水泵)无法正常工作,无论主动脉和毛细血管多么良好,水都无法排出,因为心脏(水泵)已经损坏。
湄南河尽头的抽水站是曼谷排水系统的关键所在。幸运的是,我们的排水隧道设计得非常出色。不要误以为这些隧道没有发挥作用;如果河水无法通过它们排出,曼谷的情况会糟糕得多。目前,我们有五条主要隧道:位于普拉查拉赛二街的克隆普雷姆帕查空隧道、玛卡山隧道、拉玛九世隧道、邦苏隧道以及我们最近开通的农本隧道。这五条隧道都已满负荷运转。然而,大多数人却将此与政治联系起来。这些隧道是湄南河排水的捷径。如果没有它们,情况会糟糕得多。
财政部宣布,1125万人符合领取福利卡的资格标准,并将于10月1日开始领取福利。
由于100%被洪水淹没,暹罗公园将关闭6个月,造成约1亿泰铢的损失。
阿努廷解释了他为什么向赛迈村的村民发放现金:原因是救济物资已经用完了。
阿塔塞特·费特梅斯里
曼谷发生洪水。
阿塔塞·佩特梅斯里,曼谷市长前顾问。
今日曼谷洪灾最新消息。