รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เร่งอพยพผู้ป่วย หลังน้ำท่วมสูง洪水上涨后,昭披耶阿拜布贝医院正在紧急疏散病人。
เมืองปราจีนบุรียังคงน่าเป็นห่วง น้ำยังท่วมสูง เร่งอพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ฝ่าน้ำส่งต่อโรงพยาบาลสนาม

วันนี้ (30 ก.ย.2569) สถานการณ์น้ำท่วมในตัวเมืองปราจีนบุรียังคงน่าเป็นห่วง ระดับน้ำยังไม่ลดลง เจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ไปยังโรงพยาบาลสนามภายในโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ โดยขณะนี้ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องทยอยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้ายเป็นลำดับแรก ได้แก่ ผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยเด็ก คุณแม่หลังคลอด และทารกแรกเกิด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่การเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเส้นทางโดยรอบโรงพยาบาลมีน้ำท่วมสูง
ล่าสุด ทีมแพทย์และทหารต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสูงอายุ 2 คน จากตึกอายุรกรรมชาย ซึ่งอยู่บริเวณด้านในของโรงพยาบาลและมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยใช้เรือลำเลียงผู้ป่วยออกมายังบริเวณตึกฉุกเฉิน ก่อนนำขึ้นรถเพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม
การลำเลียงผู้ป่วยออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ใช้รถบรรทุกทหารแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยสามารถลำเลียงผู้ป่วยได้ครั้งละประมาณ 6 เตียง ใช้เวลาเดินทางราว 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
ตลอดการย้ายผู้ป่วย ทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งสัญญาณชีพ อัตราการหายใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือด เพื่อประเมินอาการของผู้ป่วย
นอกจากนี้ เส้นทางยังมีอุปสรรคทั้งระดับน้ำที่สูงและสิ่งกีดขวาง ทำให้รถต้องเคลื่อนที่ด้วยความระมัดระวัง ขณะที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ได้เตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วยไว้ประมาณ 200 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ด้านหญิงชาวปราจีนบุรีรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาดูแลบิดาที่ประสบอุบัติเหตุและแพทย์ประเมินว่า ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง เล่าว่า หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและพักฟื้นได้เพียง 2 วัน กลับต้องย้ายมายังโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
เธอยังบอกด้วยว่า บ้านของครอบครัวถูกน้ำท่วมเช่นกัน จึงต้องฝากลูกวัย 5 ขวบไว้กับญาติ เพื่อเดินทางมาดูแลบิดาที่โรงพยาบาล
ข้อมูลจากโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแล แบ่งเป็นผู้ป่วยสีแดง 37 คน สีเหลือง 50 คน และสีเขียว 80 คน โดยผู้ป่วยบางส่วนจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น เนื่องจากต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางและใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสม
ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยเด็กแรกเกิดอาการวิกฤต 3 คน ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาล จ.นครนายก ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักบางส่วนเตรียมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพุทธโสธร และมีผู้ป่วย 1 คนถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีแล้ว
ส่วนคุณแม่หลังคลอดพร้อมทารกแรกเกิด ขณะนี้มีการเคลื่อนย้ายออกจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรแล้ว 15 คน เพื่อให้สามารถพักฟื้นในพื้นที่ปลอดภัย
"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" แจ้งเตือน 1-3 ต.ค. ระบายน้ำเพิ่ม 230-500 ลบ.ม./วินาที
"ฉะเชิงเทรา" พื้นที่รับน้ำ จมบาดาลนาน 5 วัน หลายจุดถูกตัดขาด
ปภ.เตือนน้ำท่วม 5 อำเภอสุพรรณบุรี-อุทัยธานี แนะ ปชช.พื้นที่เสี่ยงอพยพ
รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
截至今日(2026年9月30日),巴真府的洪灾形势依然严峻,水位尚未下降。相关部门正紧急将湄南河阿拜布贝医院的病人转移至乍克拉蓬军营内的野战医院。目前仍有部分病人正在陆续撤离。
病人转运的优先对象是危重病人、儿童、新妈妈和新生儿,因为这些群体需要密切监测,而且由于医院周围洪水泛滥,转运十分困难。
近日,一支由医生和士兵组成的救援队不得不从医院内科男性病房疏散两名老年患者。当时医院内洪水水位超过1米。他们先用船只将患者送至急诊室,然后再用车辆将他们转送至野战医院。
为了将病人转移出该地区,官员们使用了四轮驱动军用卡车,每辆卡车一次大约可以搭载六名病人。行程大约需要40分钟到1小时。
在病人转运过程中,负责照护病人的医疗和护理团队必须密切监测生命体征、呼吸频率、血压和血氧水平,以评估病人的病情。
此外,由于水位高涨且道路障碍物众多,车辆通行需格外谨慎。与此同时,查克拉蓬营地医院已准备了约200张床位,用于收治从湄南河阿拜布贝医院疏散的患者。
一位来自巴真府的妇女来到城里照顾遭遇事故需要进行脑部手术的父亲,她回忆说,在昭披耶阿拜布贝医院接受治疗和康复仅两天后,由于洪水泛滥,她不得不被转移到野战医院。
她还说,她家的房子被水淹了,所以她不得不把5岁的孩子留给亲戚照顾,自己则去医院照顾父亲。
查克拉蓬营地医院的数据显示,目前该院收治了37名患者,其中50名被列为红色区域(病情严重),50名被列为黄色区域(病情较轻),80名被列为绿色区域(病情严重)。部分患者因需要特殊护理和相应的医疗设备,需要转院至其他医院。
其中,三名危重新生儿被转送至拉玛提波迪医院和那空那育府的一家医院。部分重症患者正在准备转送至佛陀梭通医院,另有一名患者已转送至春武里医院。
至于最近分娩的母亲们,其中 15 人已经从昭披耶阿拜布贝医院转移出来,以便在安全的地方休养。
巴萨克琼拉西特大坝发出警告,10月1日至3日期间,泄洪量将增加每秒230至500立方米。
北柳府是洪水受灾地区,已被淹没5天,许多地区与外界隔绝。
泰国防灾减灾厅 (DDPM) 警告素攀武里府和乌泰他尼府的 5 个地区可能发生洪水,建议高风险地区的居民撤离。
湄南河 Abhaibhubejhr 医院